Welcome to :: www.SaiSanYa.net :: สายสัญญาบารมี  Welcome to :: www.SaiSanYa.net :: สายสัญญาบารมี
อยากทราบ

อยากทราบ

คนทักว่า มีองค์เราก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เค้าเลยบอกว่า ไปจุดธูปกลางเเจ้งบอกเทพท่านว่าเราได้รับรู้เเล้ว ลูกได้กลับไทยเมื่อไรลูกจะไปรับขันมาบูชา ผ่านไป1-2 วัน อาการเเปลกก็เกิดขึ้น หนักคอจนต้องก้มคอ เเล้วปวดหัวมากดิฉันรู้สึกได้ว่าเกร็งไปทั้งตัวเเล้วทำเสียงเเต่ดิฉันไม่รู้จะบอกว่าเสียงยังไงยากที่จะอธิบาย เเต่เสียงมีอำนาจ 
อาการนี้เป็น4-5 นาที ดิฉันทรุดลงกับพื้นเลย เหนื่อยมาก ขาเเขนสั่นไปหมด เเต่ตอนที่เป็นอาการนั้นรู้สึกตัวค่ะเเต่ไม่สามารถบังคับตัวเองได้

***** จากคำถามที่เล่ามานั้น ทางเราก็พบเจอบุคคลหลายๆ ท่านที่มีอาการดังกล่าว ซึ่งบางท่านก็เจอมาหนักกว่าที่คุณเล่ามามากมายนัก แต่เอาเป็นว่าผมจะสรุปให้ดังนี้ครับ คือ อาการดังกล่าวนั้นเป็นอาการขององค์ที่ลงมาคุมคุณนั่นเอง ซึ่งประจวบเหมาะที่คุณไปเจอคนทักพอดี แต่ทางที่ดีอย่าไปรับขันธ์หรือรับอะไรจากตำหนักทรงจะดีกว่า เพราะที่ผ่านมา เกือยร้อยทั้งร้อยคนที่ไปรับขันธ์จะมีปัญหาแทบทั้งสิ้น แถมยังต้องหมดเงินไปอีกมากมาย ถ้าแค่จะเคลียร์องค์เทพภายในโดยไม่ต้องรับขันธ์และอยู่กันอย่างสันติ ก็มาให้ทางเราจัดการให้ก็ได้ เพราะอย่างน้อยก็ฟรีครับ ส่วนบางท่านที่มีอาการดังกล่าวจะมีความกลัวเกิดขึ้น ก็ขอบอกไว้เลยว่าอย่ากลัวไปเลย ให้เน้นสวดมนต์แทนก็ได้ครับ อย่างน้อยก็ชินบัญชรวันละ 1 จบก่อนนอน หรือจะเอาบทบูชาพระบารมีของทางเราไปสวดแทนก็ได้ครับ เพราะจริงๆแล้วสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเลย เพียงแค่เราไม่เคยรับรู้มาก่อนก็เท่านั้นเอง เอาเป็นว่าอาการดังกล่าวแก้ไขไม่ยากครับ อย่าไปตำหนักหรือไปเชื่อตามที่คนที่ทักมาละกันครับ ไม่งั้นคุณจะตกเป็นบริวารเขาได้เสมอๆ ครับ

 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณploy ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

มีคนบอกว่า คนมีองค์ห้ามกินเนื้อวัว จริงเท็จเป็นอย่างไรคะ? แล้วกินได้ไหม? เสื้อสี

มีคนบอกว่า คนมีองค์ห้ามกินเนื้อวัว จริงเท็จเป็นอย่างไรคะ? แล้วกินได้ไหม? เสื้อสีดำใส่ได้ไหม female cialis online?

คนที่มีองค์นั้นสามารถกินเนื้อวัวได้ครับ เพราะเราเป็นผู้กิน แต่องค์ไม่ได้กิน เพียงแต่ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อของคนที่นับถือองค์แขกทางฮินดูและทางพุทธมหายาน เพราะเขาเชื่อว่าวัวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์และเป็นสัตว์ใหญ่ที่กินแล้วจะเกิดบาปใหญ่ แต่จริงๆแล้วกินได้ครับ ไม่มีปัญหาครับ อยู่ที่ความเชื่อของแต่ละคนมากกว่าครับ ส่วนเสื้อสีดำใส่ได้ครับ อันนี้ก็เป็นความเชื่อที่คนเราตั้งเองอีกเช่นกันครับไม่มีปัญหา มีหลายต่อหลายครั้งที่ผมใส่เสื้อดำโปรดญาติก็มี ก็ไม่เห็นมีปัญหาเลยครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

ใช้เวลาในการเปิดพระโอษฐ์มากน้อยแค่ไหน?

ใช้เวลาในการเปิดพระโอษฐ์มากน้อยแค่ไหน?

แล้วแต่คนครับ บางคนก็ไม่ถึงนาทีก็ได้เรื่องแล้ว บางคนก็เล่นไปซะครึ่งวันกว่าองค์จะออก บางคนก็นิ่งเฉยตั้งแต่แรก ซึ่งมันอยู่ที่ว่าในตัวของแต่ละคนมีสิ่งไม่ดีแฝงมากน้อยเพียงใดและมีกุศลมูลเดิมหรือการปฏิบัติตัวมามากน้อยเช่นไรครับ แต่เอาเป็นว่าเฉลี่ยแต่ละคนนั้นอยู่ที่ประมาณครึ่งชั่วโมงถึง3ชั่วโมงครับ แต่ถ้าเปิดยังไม่เสร็จแล้วมีธุระ ก็สามารถหยุดกลางคันและมาต่อคราวหน้าได้ครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณณภัทร ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)
http://canadianviagras.com/pill/cialis-black/


 

งานไหว้ครูก็ไม่สมควรไปใช่ไหมคะ? แล้วถ้าจำเป็นจริงๆ ต้องทำอย่างไรดีคะ? มีอะไรป้อง

งานไหว้ครูก็ไม่สมควรไปใช่ไหมคะ? แล้วถ้าจำเป็นจริงๆ ต้องทำอย่างไรดีคะ? มีอะไรป้องกันเป็นพิเศษหรือเปล่า?

งานไหว้ครูนั้นสามารถไปได้ครับ แต่ถ้าไปแล้ว ก็ควรหลีกเลี่ยงพวกคนทรงบางคนที่อาจจะพยายามชูบารมีของเรา (เพื่อข่มองค์ของเรา) หรือหลีกเลี่ยงการไปให้คนทรงในงานเป่ากระหม่อมหรือลงคาถาต่างๆในตัวเราครับ (ขอพรอย่างเดียวได้) และเราสามารถกินของในงานได้ พูดคุย ทักทายและสัมผัสตัวกับคนทรงได้ ตลอดถึงรับของจำพวกเครื่องรางของขลังกลับมาได้ครับ แต่ถ้าถามว่าจะต้องป้องกันอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ ก็ขอตอบว่าไม่ต้องครับ เพียงแค่ก่อนเราจะไปงานไหว้ครู เราก็บอกองค์บารมีของเราว่าขอให้ช่วยคุ้มครองสิ่งไม่ดีที่ปะปนมาในงานไหว้ครูนี้ อย่าให้มายุ่งเกี่ยวกับเราได้ แค่นี้ก็พอ แล้วครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

ร่างทรงที่งานวัดแขก ที่เป็นพราหมณ์ (อาจารย์หรือลูกศิษย์ก็ไม่ทราบ) ที่ทำพิธีในวัด

ร่างทรงที่งานวัดแขก ที่เป็นพราหมณ์ (อาจารย์หรือลูกศิษย์ก็ไม่ทราบ) ที่ทำพิธีในวัดน่ะคะ (เจ้าของงาน) ของจริงหรือเปล่าคะ?

พวกนี้เป็นลักษณะเทพไม่ได้ลงทรงครับ แต่เป็นลักษณะของผู้ที่มีความศรัทธามากในองค์เทพ เขาจะเชื่อว่าพลังเทพมาสถิตย์ที่ตัวเขา แต่ไม่ใช่ลงทรงครับ เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าของจริงไหม ก็ต้องตอบว่าของจริง แต่จะเก่งในด้านรักษาหรือปราบจริงหรือไม่ อันนี้ต้องบอกก่อนเลยว่าแล้วแต่การปฏิบัติของพรามหณ์ผู้นั้นครับ แต่ส่วนใหญ่พวกนี้จะเก่งแต่ให้พรครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

ถ้าจิตเรายิ่งสงบมากเท่าไหร่ ท่านก็จะสวดมนต์เป็นภาษาเทพชัดเจนชัดถ้อยชัดคำขึ้นใช่ไ

ถ้าจิตเรายิ่งสงบมากเท่าไหร่ ท่านก็จะสวดมนต์เป็นภาษาเทพชัดเจนชัดถ้อยชัดคำขึ้นใช่ไหมคะ?

ใช่ครับ แต่จะชัดแบบค่อยเป็นค่อยไปครับ การทำให้จิตให้นิ่งสงบนั้น เป็นการช่วยให้เราไม่ฟุ้งซ่านในขณะสวดภาษาเทพและเกิดสมาธิได้ด้วยครับ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ช่วยให้เราพูดภาษาเทพให้ชัดขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็วครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)
propecia generique


 

เมื่ออัญเชิญองค์บารมีประจำสังขารมาร่วมสวดมนต์ ทำไมรู้สึกตัวหนักๆ ล่ะคะ?

เมื่ออัญเชิญองค์บารมีประจำสังขารมาร่วมสวดมนต์ ทำไมรู้สึกตัวหนักๆ ล่ะคะ?

เป็นอาการธรรมดาๆ ของผู้ปฏิบัติใหม่ที่องค์บารมีประจำสังขารลงสรวมร่างเพื่อเสริมบารมีในขณะสวดมนต์ครับ ซึ่งถ้าปฏิบัติไปอีกซักระยะ อาการเหล่านี้จะหายไปเองครับ เพราะว่าภายในของเราจะเริ่มปรับสภาพพลังครับ เวลาเราปฏิบัติไปเรื่อยๆครับ เมื่อถึงจุดๆนึงที่ภายในเรารับพลังขององค์บารมีได้ เราจะไม่มีอาการดังกล่าวครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


  https://pharmacieviagra.com/dapoxetine-meilleur-remede-contre-lanerection/

ดิฉันมีเรื่องอยากจะถามเกี่ยวกับ "มีองค์"หรือที่เรียกว่า"ร่างทรง"น่ะค่ะ

ดิฉันมีเรื่องอยากจะถามเกี่ยวกับ "มีองค์"หรือที่เรียกว่า"ร่างทรง"น่ะค่ะ

ถาม: สวัสดีค่ะ คือดิฉันมีเรื่องอยากจะถามเกี่ยวกับ "มีองค์"หรือที่เรียกว่า"ร่างทรง"น่ะค่ะ 
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2549 ที่ผ่านมานี่เอง ก็มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวดิฉัน ซึ่งดิฉันจะไม่มีวันลืม เมื่อวันนั้น ที่บ้านของดิฉันได้มีทำพิธีเปิดร้าน ก็ได้เชิญคนรู้จักที่มีองค์มาเปิดให้ ในตอนนั้นฉันเฉยๆ ไม่คิดตื่นเต้น อะไร เพราะตัวเอง เป็นคนที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้อยู่แล้ว ก็ไม่ได้มาสนใจหรือมาดู จนกระทั่งแม่ของดิฉันเรียกฉันให้มา ตอนนั้นฉันก็เอะใจแล้ว ว่าจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับดิฉันแน่นอน ทีแรกก็ไม่ยอมมา แต่ในที่สุดก็ต้องมาที่ทำพืธีจนได้ เมื่อดิฉันมาถึง ท่าน(ขออนุญาตเรียกว่าท่านนะคะ)ก็เรียกดิฉันเข้าไปนั่งข้างหน้าท่าน ท่านก็พูด ออกมาว่า"รู้ตัวเองใช่ไหมว่าตัวเองก็ทีองค์" แต่ดิฉันก็ยังเฉยๆ เพราะว่าก็มีแต่คนทักฉันบ่อยๆเวลาฉันตามคนที่บ้านไปดูหมอ(แต่ดิฉันไปเป็นเพื่อน) แล้วท่านก็ย้ำคำเดิม ฉันจึงพยักหน้าแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่ง ท่านให้ดิฉันนั่งหันหน้าไปทางพระพิฆเนตร(เขียนผิดขออภัยด้วยนะคะ) ดิฉันก็เริ่มรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี เริ่มกลัว หันไปมองคนอื่น คนอื่นก็ให้ทำตาม แต่ด้วยความกลัวจึงทำให้ดิฉันถามออกไปว่า"ไม่รับไม่ได้เหรอคะ? " ท่านมองหน้าดิฉันแล้วถามว่า "ทำไม"ดิฉันจึงตอบไปว่า "ถ้ารับแล้ว กลัวจะปฏิบัติตามไม่ได้" "ทำไม แค่เจ้าถือศีลทุกวันพระและวันพฤหัส งดเนื้อสัตว์ กินเจ เฉพาะ 2 วันนั้นทำไมไม่ได้เชียวหรือ?"เมื่อได้ยินท่านพูดอย่างนั้น ดิฉันก็รู้สึกผิด จึงยอมนั่งสมาธิหันหน้าไปทางพระพิฆเนตร จากนั้นท่าน ก็ท่องภาษาอะไรออกมาก็ไม่ทราบ ดิฉันก็นั่งหลับตาไปเฉยๆ แต่ในใจเริ่มขัดแย้ง พูดแต่คำว่ากลัวอยู่ในใจ สักพักหนึ่งท่านเห็นดิฉันยังเฉยอยู่ ก็พูดออกมาว่าดิฉันน่ะดื้อ จิตแข็ง ไม่ยอมรับองค์ สักพักท่านก็เริ่มพูดภาษาอะไรไม่ทราบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดิฉันเริ่มรู้สึกแปลกๆในร่างกายเกิดขึ้น รู้สึกว่าร่างกายของตนเองเริ่มสั่น ตัวเอง ก็พยายามสะกดความสั่น แต่ก็ทำไม่ได้ จู่ๆ ก็มีน้ำตาไหลออกมา ดิฉันพยายามกลั้นเสียงร้องที่จะออกมา แต่แล้วดิฉันก็กลั้นไม่อยู่ เสียงร้องไห้ของดิฉันที่ดังออกมามันเป็นเสียงร้องไห้อย่างเสียใจ มันค่อยๆดังขึ้น ดิฉันก็แปลกใจว่าตัวเองร้องไห้ทำไม(ขอบอกก่อนนะคะว่าดิฉันมีสติอยู่ตลอดเวลา ได้ยินทุกคำพูดที่ท่านพูด หรือคนอื่นพูด แต่ดิฉันกลับเปล่งเสียงของตัวเองออกมาไม่ได้เลย) ท่านก็พูดออกมาว่า"เห็นไหม? เขาเสียใจขนาดไหน ที่เจ้าไม่ยอมรับเขา ทั้งที่เจ้าก็รู้ว่ามีเขาอยู่ในตัว เขาอยากช่วยเจ้า แต่เจ้ากลับไม่ยอมรับเขา" 
สักพักท่านก็เอามือมาแตะแขนของดิฉัน แล้วบอกให้หยุดร้อง น่าแปลกนะคะน้ำตาหยุดไหลทันที ไม่มีเสียงสะอื้น ทั้งที่ร้องไห้หนักขนาดนั้น แล้วท่านก็ถามว่าต้องการให้ฉันทำอะไร อยากให้รับไหม? ตอนนั้นดิฉันรู้สึกว่าตัวเองนั่งเฉยๆ แต่คนอื่นบอกว่าดิฉันพยักหน้า กับส่ายหน้า สรุป ท่านก็บอกว่าอยากให้ดิฉันรับ แต่ไม่ต้องการอะไรจากดิฉัน ตอนที่นั่งอยู่นะคะ ท่านเรียกให้คนอื่นที่เป็นญาติพี่น้องของดิฉันให้มาดูเล็บของดิฉัน ว่าเห็นเป็นสีเขียวไหม? นั่นแหล่ะเกล็ดพยานาค ดิฉันก็พยายามลืมตามองดู แต่มันก็ลืมไม่ขึ้น แต่ดิฉันได้ยินเสียงทุกคนว่าเห็นเป็นสีเขียว สักพักท่านก็บอกให้ญาติของดิฉันมารอรับข้างหลัง เพราะว่าดิฉันจะหงายหลังแน่นอน ในใจของดิฉันตอนนั้นก็คิดว่า"จะหงายได้ไง ก็เรานั่งพยุงตัวเอง แล้วก็รู้สึกตัวตลอด" ไปๆมาๆ ดิฉันก็คิดผิด เมื่อร่างกายของดิฉันเริ่มสั่น แล้วเอนตัวไปข้างหลังทั้งที่ดิฉันพยายามฝืน อยู่ตลอดเวลา แต่แล้วดิฉันก็หงายหลังไปจนได้ 

ขอโทษนะคะที่เล่าซะยาว คือ ดิฉันอยากให้ทุกท่านช่วยอธิบายกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ดิฉันเข้าใจน่ะค่ะ ทุกวันนี้ยังงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่เลย 

ปล. ขอถามหน่อยนะคะ ที่ท่านพูดว่า องค์ของฉันยังพูดไม่ได้ ต้องใช้เวลาถึง 3 ปีหมายความว่าอย่างไรคะ? แล้วคนเรา สามารถมีกุมารอยู่ในตัวนอกเหนือจากองค์ของตัวเองได้เหรอคะ? แล้วร่างทรง หรือว่าองค์ของดิฉัน ที่ท่านบอกว่า เป็นพยานาคสีเขียวคาบแก้ว รูปร่างสวย มีคนอื่นที่มีองค์แบบดิฉันไหมคะ? คือว่าดิฉันเคยได้ยิน แต่เจ้าพ่อ กับเจ้าแม่ หรือเสด็จปู่น่ะค่ะ 

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ดิฉันไม่ได้ลบลู่แต่อย่างไร คืออยากจะทราบว่าตัวเองควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร ดิฉัน อายุ แค่ 23 สามารถมีร่างองค์ได้เหรอคะ? อย่างไรก็ช่วยไขข้อข้องใจให้ดิฉันด้วยเถอะค่ะ 

ขอบพระคุณอย่างสูง

ตอบ: 
จะตอบให้เป็นข้อๆดังนี้ครับ 
1.ช่วยอธิบายกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ดิฉันเข้าใจน่ะค่ะ 
***เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคืออาการขององค์ลงคุมร่างครับ ซึ่งเป็นธรรมดาอยู่แล้วที่จะมีอาการแบบนี้ถ้าเจอร่างทรงที่มีความสามารถในจุดนี้เรียกออกมา 

2.ที่ท่านพูดว่า องค์ของฉันยังพูดไม่ได้ ต้องใช้เวลาถึง 3 ปีหมายความว่าอย่างไรคะ? 
***อันนี้น่าจะเกิดจากความเชื่อส่วนตัวของร่างทรงที่ทักเองมากกว่าครับ ซึ่งในสายสัญญากล้าบอกได้เลยว่าถ้าคุณมีอาการอย่างนี้ เราสามารถทำให้คุณพูดภาษาได้ภายใน5-10นาที ไม่ต้องรอถึง3ปีครับ 

3.คนเรา สามารถมีกุมารอยู่ในตัวนอกเหนือจากองค์ของตัวเองได้เหรอคะ? 
***เป็นไปได้ครับ แต่อาจจะไม่ใช่องค์บารมีเป็นเพียงแค่องค์ผ่านมาอยู่เท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเรื่องที่อันตรายนะครับ ถ้าเจอเป็นพวกแอบอ้างมาอาศัยร่างเรา ไม่มีอะไรที่ปลอดภัยเท่าการมีองค์บารมีประจำสังขารแทนองค์ที่ผ่านมาอยู่ครับ 

4.แล้วร่างทรง หรือว่าองค์ของดิฉัน ที่ท่านบอกว่า เป็นพยานาคสีเขียวคาบแก้ว รูปร่างสวย มีคนอื่นที่มีองค์แบบดิฉันไหมคะ? 
***กรณีแบบนี้มีให้เห็นมากมายเลยครับในสายสัญญา แต่ขอสรุปว่าไม่ใช่พญานาคครับ เพราะอาการเล็บเขียวและมีการร้องไห้ร่วมด้วยอย่างที่คุณเล่ามานั้น เป็นอาการที่มีให้เห็นบ่อยๆเมื่อเปิดพระโอษฐ์ ซึ่งร้อยทั้งร้อยขอฟันธงว่าเป็นสัมภเวสีหรือผีที่มาอยู่ในร่างคุณครับ ซึ่งต้องจัดการออกไป มิฉะนั้นเห็นสร้างความเดือดร้อนเกือบทุกรายในระยะยาว 

5.ดิฉัน อายุ แค่ 23 สามารถมีร่างองค์ได้เหรอคะ? 
***การมีองค์ไม่ได้จำกัดอายุหรือเพศนะครับ ทุกคนเกิดมามีองค์ทุกคนครับ เพียงแต่ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ และองค์ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันครับ ซึ่งองค์ของแต่ละคนจะเป็นใครนั้นขึ้นอยู่กับกุศลมูลเดิมครับ 

***การที่จะเชื่อคนทรงนั้น อย่าเชื่อที่ว่าเขาทักมาหรือเขาทำให้เห็นหรือแสดงอาการออกมาได้ เราจะเชื่อได้ทุกอย่างต้องพิสูจน์ด้วยตนเองครับ ซึ่งสายสัญญามีการเปิดพระโอษฐ์และการลงองค์พระธรรมที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณมีองค์เป็นพญานาคตามที่คนทรงทักมาจริงหรือไม่ อย่าเชื่ออะไรที่ยังไม่เห็นเลยครับ สายสัญญาแก้ปัญหาให้กับคนที่ถูกร่างทรงทักมาเยอะแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็กล้าบอกเช่นกันว่าร่างทรงส่วนใหญ่ไม่รู้จริงครับ แต่จะทักคนนั้นคนนี้ตามความรู้สึกที่เห็นครับ อ้อ เตือนอีกอย่างนึงคือ อย่ารับขันธ์จากร่างทรงเป็นอันขาด เพราะนั่นหมายถึงความหายนะที่จะก้าวเข้ามาในชีวิตคุณเอง ซึ่งคนทรงส่วนใหญ่จะบอกว่าถ้ารับแล้วจะดี แต่จะดีไม่ได้นานหรอกครับ ความไม่ดีก็จะมาแทนที่คุณ แบบยากเกินแก้ครับ อีกอย่างสายสัญญาไม่ใช่สายเจ้าเข้าทรงและไม่เรียกร้องเงินทองใดๆ ดังนั้นมั่นใจได้ครับว่าเราไม่หลอกลวงคุณแน่นอน เพราะการโปรดญาติและรักษาคนแต่ละครั้งนั้น เรามีหลักฐานยืนยันว่าเป็นความจริง ซึ่งกรณีอาการของคนอื่นๆที่เป็นอย่างคุณ เรามีรูปและหลักฐานยืนยันเพียบครับ ว่าเป็นอาการของพวกสัมภเวสีมาคุมร่างแน่นอน ไม่ใช่พญานาคหรือองค์เทพอื่นๆแต่อย่างใดครับ แต่เราสามารถเรียกองค์เทพแท้ๆของคุณออกมาได้ครับ ซึ่งถ้าอยากแก้ไข คงต้องมาให้รักษาอ่ะครับ แต่เราไม่บังคับครับ ทั้งหมดแล้วแต่ความสมัครใจของคุณเองครับ

ตอบ: 
เรื่องเจ้าเข้าทรง.....ผมพอมีประสบการณ์เล็กน้อย.....ดังนี้..... 
1. เดือดร้อน.....ต้องการความช่วยเหลือ.....พบโดยบังเอิญ.....ขณะนั้นเรายังไม่ได้ปฏิบัติธรรม.....หรือปฏิบัติยังไม่เข้มแข็ง.....บารมีของเรายังไม่เกิดผล.....จะเป็นเครื่องมือและข้ออ้างของเจ้าเข้าทรงทั้งหลาย.....คุณมีองค์นะ.....คุณต้องรับขันธ์.....ถ้าไม่รับขันธ์.....คุณจะต้องเป็นโน่น.....เป็นนี่.....ตามที่เจ้าเข้าทรงจะสาธยาย.....บังเอิญมาตรงกับปัญหาอุปสรรคของเราพอดี.....จึงเชื่อ.....ว่าทักทายได้แม่นมาก.....สุดท้ายก็หลงคารมจนยอมรับขันธ์ผีไป..... 
2. เราปฏิบัติธรรมเข้มแข็ง.....มีบารมีสูงส่ง.....แม้กระทั่งหน้าของเราเจ้าเข้าทรงยังไม่กล้ามองเลย..... 
ขอเสนอแนะ.....ไม่ต้องไปรับขันธ์อะไรทั้งสิ้น.....คนเรามีขันธ์ 5 อยู่ในตัวทุกคน.....เรายังรักษาขันธ์ของเราไม่ได้เลย.....ทุกคนเกิดมาในชาติปัจจุบัน.....สุดท้ายต้องดับขันธ์ในชาตินี้ทุกคน.....

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเด็กไม่รู้ ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศและอาจารย์ตึ๋ง)


 

ปัญหาคาใจมั่กๆ

ปัญหาคาใจมั่กๆ

ถาม: คือว่าเวลาอัญเชิญองค์บารมีลงมาสวดอ่าคับ เหมือนกับว่าท่านยังไม่ลงมาประทับ แต่ผมก็สวดนะ แต่มันติดๆขาดๆ แล้วอยู่ๆก็เงียบไปเลย แล้วกลายเปนว่านั่งสมาธิแทน แต่วันนี้ทำแล้วก็เหมือนเดิม แต่ว่าอยากรุ้ว่าท่านลงมายังเลย ถามคำถามไปแล้วให้ท่าน พยักหน้ากับส่ายหน้า ประหลาดใจมากมาย ท่านตอบทุกคำถาม แล้วยิ้มด้วย ผมเลยบอกว่าจะนั่งสมาธิในท่านบ่อยๆแทนการสวด เพราะผมยังฝึกภาษาไม่คล่องแล้วท่านก็ยิ้ม แล้วก็ถอยไปเลย ที่ค้างคาใจคือว่า ทำไมเวลาผมอยู่คนเดียวแล้วผมสวดติดๆขาดๆ แล้วพอขาดก็มาเริ่ม นามพระพุทธเจ้าใหม่เลย ผมบารมียังไม่พอใช่มะฮะ ต้องฝึกหรือว่าต้องนั่งสมาธิไปก่อนอ่าคับ

ตอบ: ขอตอบให้ดังนี้นะครับ 
1.เวลาอัญเชิญองค์บารมีลงมาสวดอ่าคับ เหมือนกับว่าท่านยังไม่ลงมาประทับ แต่ผมก็สวดนะ 
***ให้จำไว้นะครับ ว่าองค์บารมีนั้นท่านไม่สามารถไปไหนจากเราได้ ท่านจะจากเราไปได้ก็ต่อเมื่อเราตายไปแล้วเท่านั้นครับ ดังนั้นขอให้มีความศรัทธาเสมอครับว่าท่านไม่ได้ไปไหน ซึ่งการพิสูจน์ว่าท่านยังอยู่กับเราไหมนั้นง่ายนิดเดียวครับ คือ ถ้าเรายังพูดภาษาเทพได้อยู่ ถึงแม้จะพูดได้มากหรือน้อย จะชัดหรือไม่ ถ้าเรายังพูดได้อยู่ก็แปลว่าท่านยังอยู่ครับ อีกอย่างที่เรารู้สึกว่าท่านไม่อยู่หรือท่านไม่มานั้นเกิดจากการที่เรา "คิดไปด้วยความรู้สึกของเราเอง" ไงครับ แต่บางครั้งก็ต้องดูด้วยว่าเราไปทำอะไรที่ผิดศีลธรรมมาหรือไม่ เพราะถ้าเราไปทำผิดมาตรงจุดนี้ ท่านก็ไม่สามารถไปไหนได้เหมือนเดิมครับ เพียงแต่ท่านแค่ทำเป็นไม่ใส่ใจกับเราไปโดยปริยายก็เท่านั้น ดังนั้นแล้วอย่าฝึกแต่ภาษากับสมาธินะครับ ต้องฝึกตนเองด้วยครับ 

2.ถามคำถามไปแล้วให้ท่าน พยักหน้ากับส่ายหน้า ประหลาดใจมากมาย ท่านตอบทุกคำถาม แล้วยิ้มด้วย 
***ลักษณะนี้ ถือว่ามีการฝึกสื่อสารกับองค์มาได้ถูกทางแล้วครับ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นคนทั่วไปที่เปิดพระโอษฐ์แล้วจะต้องฝึกแบบนี้แล้วจะเห็นผลเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางคนที่ฝึกด้วยวิธีนี้ไม่ได้ ซึ่งเหตุผลนั้นก็ต้องแล้วแต่กรณีๆไปครับ ดังนั้นเมื่อเราสามารถสื่อสารกับท่านทางวิธีนี้ได้ ก็ขอให้ค่อยๆพัฒนาการฝึกจากจุดนี้ไปละกันครับ 

3 ukviagras.com.ผมเลยบอกว่าจะนั่งสมาธิให้ท่านบ่อยๆแทนการสวด เพราะผมยังฝึกภาษาไม่คล่อง 
***ก็ทำสมาธิควบคู่กับการสวดภาษาเทพก็ดีครับ เพราะจะทำให้เราใจเย็นและมีสามธิในการฝึกพูดมากขึ้น แต่การสวดภาษาเทพนี้ ในระยะแรกๆต้องขยันฝึกหน่อยนะครับ เพราะถ้ายังฝึกพูดไม่ชินปากหรือว่ายังไม่ชัดในระดับนึง เมื่อเลิกฝึกไปจะมีผลทำให้พูดภาษาอีกไม่ได้นะครับ อาจจะต้องมาทำการเอ่ยพระนามพระพุทธเจ้าซ้ำอีกครั้ง แต่ถ้าในกรณีที่พูดภาษาไม่ค่อยได้ ก็ให้เริ่มจากการเอ่ยนามพระพุทธเจ้าเหมือนเดิมนั่นแหล่ะครับ เพื่อดึงภาษาออกมาให้เราชินปากแล้วต้องฝึกต่อไปเรื่อยๆก่อนครับ อย่างที่บอกในตอนต้นๆแหล่ะครับว่าต้องมีการฝึกประมาณ2อาทิตย์ขึ้นไปก่อน จึงจะเริ่มเห็นผลของการปฏิบัติครับ 

4.ทำไมเวลาผมอยู่คนเดียวแล้วผมสวดติดๆขาดๆ แล้วพอขาดก็มาเริ่ม นามพระพุทธเจ้าใหม่เลย ผมบารมียังไม่พอใช่มะฮะ ต้องฝึกหรือว่าต้องนั่งสมาธิไปก่อน 
***ปัญหานี้จะเป็นกันทุกๆคนครับ ส่วนนึงจะพูดถึงกุศลมูลเดิมของเราก็มีส่วนครับ แต่ว่าตรงจุดนี้ก็ฝึกกันได้ครับ เอาเป็นว่าก่อนการฝึกพูดภาษาเทพทุกครั้งให้นั่งสมาธิซักพักเพื่อทำใจให้เย็นมีสติ แล้วค่อยฝึกพูดภาษาเทพครับ ถ้าพูดไม่ได้หรือติดๆขัดๆก็ให้เอ่ยนามพระพุทธเจ้าใหม่ ฝึกอย่างนี้ไปเรื่อยๆซักระยะนึงก่อน แล้วค่อยสังเกตุตนเองครับ ในระยะแรก ทุกอย่างต้องติดขัดเป็นธรรมดาเพราะอาจจะยังจับหลักไม่ถูกในระยะนี้ เอาเป็นว่าทนๆฝึกเอาหน่อยในระยะแรกๆครับ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆหรอกนะครับ การปฏิบัติของสายสัญญานี่ก็ร่นเวลาให้มากที่สุดแล้วนะครับ

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณNoaH ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

เพราะอะไรผีถึงชอบเข้าสิงคนคะ?

เพราะอะไรผีถึงชอบเข้าสิงคนคะ?

คำถามเหล่านี้ตอบไม่ยากเลยครับ จะตอบให้เป็นข้อๆดังนี้ครับ 
1.ในความเป็นจริง เคยมีผีที่ไปสิงสัตว์เลี้ยงบ้างมั้ยคะ 
***ไม่มีครับ เพราะสัตว์เลี้ยงนั้นไม่มีบุญกุศลอะไรที่วิญญาณนั้นจะเอาได้ครับ ดังนั้นแล้วเกิดมาเป็นสัตว์ก็โชคดีตรงที่ไม่ถูกผีเข้านี่แหล่ะครับ แต่สัตว์เมื่อตายไปแล้วก็สามารถไปสิงคนได้เช่นกันครับ เช่นเสือ เมื่อตายไปพอมาสิงคน เราก็เรียกว่าเสือสมิงหรือผีเสือไงครับ(เปิดพระโอษฐ์เจอเยอะมากๆ) แต่ผีมาสิงสัตว์นั้น...ถ้ามีกรณีนี้ขึ้นมาก็แปลได้เลยว่าไม่ใช่การสิง แต่ผีตนนั้นอาจจะเคยเป็นเจ้าของสัตว์ตัวนั้นและมีความผูกพันมากจนไม่ไปไหนยังไงล่ะครับ แต่ไม่ถึงกับสิงหรอก แค่วนเวียนรอบๆสัตว์นั้นๆครับ 

2.สำหรับสิงสถานที่หรือสิ่งของ 
***อันนี้มีแน่นอนครับ เพราะเกิดจากวิญญาณนั้นมีจิตผูกพันกับสิ่งของหรือสถานที่มากๆ จนเกิดห่วง ไม่สามารถไปไหนได้ จนต้องเป็นผีเฝ้าสิ่งของหรือสถานที่นั้นๆครับ 

3.แต่ที่สงสัยคือทำไมผีถึงเลือกที่จะสิงคนคะ 
***เพราะคนเรานั้นสามารถทำบุญทำกุศลได้ยังไงล่ะครับ พูดง่ายๆคือถ้ามาอยู่กับคน วิญญาณตนนั้นก็สามารถได้รับบุญกุศลอยู่ตลอดเวลาจากการสิงมนุษย์นั้นๆไงครับ หรืออีกนัยนึงวิญญาณนั้นๆสามารถใช้ร่างของมนุษย์มาสนองตามความต้องการของตนเพื่อความสบายของดวงวิญญาณตนนั้นเอง ซึ่งในระยะยาวก็จะไม่ต่างจากเจ้าเข้าทรงทั่วๆไปเท่าไหร่นัก เพราะคนเราไม่รู้ พอเห็นมีอะไรมาลงสิงคนหน่อยก็คิดว่าเป็นเทพเป็นองค์มาลงร่าง ก็กราบไหว้กันใหญ่ ยิ่งคนไทยด้วยแล้ว ยิ่งหนีไม่พ้นเข้าไปใหญ่สำหรับความเชื่อแบบนั้น ดังนั้นแล้วตำหนักทรงถึงได้มีเต็มประเทศ เพราะเริ่มจากการโดนผีเข้าไงล่ะครับ ผีจึงชอบมาสิงมนุษย์ตามที่ถามครับ 

4.เราควรทำอย่างไรดีค่ะกับเรื่องนี้ ค่ะ เพราะพวกเขาอยู่ต่างจังหวัด เราอยู่ กทม. ควรช่วยเหลือยังไงดีค่ะ 
***คำถามนี้ยิ่งตอบไม่ยากเลย แค่มาให้สายสัญญารักษาไงล่ะครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณสายอัปสร ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

การมีองค์ประทับร่างผู้ที่เปิดพระโอษฐ์แล้ว จะรู้ได้อย่างไร?

การมีองค์ประทับร่างผู้ที่เปิดพระโอษฐ์แล้ว จะรู้ได้อย่างไร?

ถาม: คือเกิดความสงสัยน่ะครับ 
สำหรับคนที่เปิดพระโอษฐ์ แล้วแต่ยังพูดภาษาเทพไม่ได้ล่ะ จะมีองค์ประทับร่างผู้ที่เปิดพระโอษฐ์ด้วยหรือไม่อย่างไรครับ ผมเองเปิดพระโอษฐ์ ไม่สำเร็จเสียด้วยครับ พูดภาษาเทพไม่ได้ด้วยครับ 
ขอรบกวนผู้รู้ตอบด้วยความกรุณาโดยกระจ่างด้วยครับ

ตอบ: วิธีดูนั้นไม่ยากครับ แต่ถ้าเปิดยังไม่สำเร็จต้องดูว่าเพราะเหตุใดก่อน เหตุมาจากร่างกายที่ไม่พร้อมหรืออื่นๆ แต่เรื่องกุศลมูลเดิมต้องมาก่อนครับ ถ้าเปิดไม่ได้ต้องกลับไปปฏิบัติเพื่อปรับกุศลมูลเดิมมาก่อนซักพักครับ แล้วกลับมาเปิดใหม่อีกที อีกอย่างคุณไปเปิดพระโอษฐ์มากับใครครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณแขก ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

อะไรคือ องค์ใน องค์บารมี องค์ธรรม เทวดาคุ้มครอง?

อะไรคือ องค์ใน องค์บารมี องค์ธรรม เทวดาคุ้มครอง?

จะตอบให้คร่าวๆดังนี้ครับ 
องค์ คือ คำศัพท์ที่เราใช้เรียกแทนเทพ-เทวดาที่อยู่กับมนุษย์ครับ 

องค์บารมี คือ เทพ-เทวดาที่อยู่กับเราตั้งแต่เกิดจนตาย ซึ่งการมาอยู่ขององค์เทพ-เทวดาเหล่านี้ มีผลมาจากบารมีที่เราเคยสร้างหรือทำมาร่วมกัน แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคที่ยังไม่สำเร็จในขั้นสูงสุด 

องค์ธรรม คือ ถ้าในสายสัญญาจะเรียกว่าองค์พระธรรม องค์พระธรรมก็คือ องค์เทพที่อยู่ในภาคสูงสุดหรือภาคที่สำเร็จสูงสุด เทียบชั้นพระนิพพาน 

เทวดาคุ้มครอง คือ เทพ-เทวดาที่มาปกปักรักษาคนที่ทำความดี ซึ่งในกรณีนี้อาจจะไม่ใช่องค์บารมีก็ได้ 

แล้วจะเพิ่มศัพท์ให้อีกนะครับคือ 
องค์ผ่าน คือ องค์เทพที่ผ่านมาร่วมสร้างกุศลหรือผ่านมายืมสังขารของเราในการช่วยสร้างบุญ แต่ในปัจจุบันมักจะมาผ่านสังขารคนทั่วไป ในนามของ "องค์มาจับร่าง" ซึ่งจะมีปรากฏให้เห็นตามตำหนักทรงทั่วๆไป 

องค์รับรอง คือ องค์ที่เกิดจากการปฏิบัติของสังขารที่ดีในระดับนึง จะมีองค์เทพอื่นๆที่จะมารับรองการปฏิบัติของเรา แล้วให้เรายืมพลังเทพในการช่วยคนหรือคุ้มครองตัวเรา พูดง่ายๆคือหน่วยเสริมขององค์บารมี 

องค์แอบอ้าง คือ องค์เทพ-เทวดาหรือสัมภเวสีที่มาแอบอ้างว่าเป็นเทพ-เทวดาอื่นๆที่ไม่ใช่ตนเอง แล้วหลอกลวงคนอื่นๆเหมือนกับว่าตนคือเทพองค์นั้นๆ ซึ่งจะเห็นบ่อยๆในอาการของผู้ที่มีองค์เทพ-เทวดาชั้นล่างหรือสัมภเวสีทั่วๆไป รวมไปถึงผู้ที่มีมารหรือพญามารเป็นองค์ด้วย 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณแขกผู้มาเยือน ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


  flagyl metronidazole

ไม่เข้าใจความหมายอยู่ดีภาษาเทพที่พูดเนี่ย หรือภาษาอะไร พูดไปเองโดยจิตคิดไปเองรึเ

ไม่เข้าใจความหมายอยู่ดีภาษาเทพที่พูดเนี่ย หรือภาษาอะไร พูดไปเองโดยจิตคิดไปเองรึเปล่านะ?

ภาษาที่คุณพูดได้นี้ ไม่ได้มาจากจิตแน่นอน ซึ่งคุณจะรู้ได้ว่าภาษานี้คือภาษาที่เทพใช้กันจริงๆหรือไม่ ก็ต่อเมื่อคุณมาเจอคนที่พูดได้เหมือนกันมาพูดสนทนาด้วย หรือคุณอาจจะรู้ได้ด้วยตัวคุณเองเมื่อถึงเวลาครับ แต่เรื่องความหมายหรือคำแปลนั้นไม่ต้องไปใส่ใจ เพราะคนที่จะแปลได้นั้นจะต้องปฏิบัติมาจนถึงจุดๆหนึ่งหรือไม่ต้องมีกุศลมูลเดิมมาพอสมควรหรือแล้วแต่ว่าองค์ของคุณจะให้รู้ความหมายหรือไม่ แต่เอาเป็นว่าความหมายยังไม่จำเป็นที่จะต้องไปทราบหรอกครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณmaya ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

ถ้าองค์บารมีท่านบอกพระนาม จะรู้ได้อย่างไรว่าจริง?

ถ้าองค์บารมีท่านบอกพระนาม จะรู้ได้อย่างไรว่าจริง?

ในกรณีของคุณtoi นั้นถามองค์บารมีฯ ได้ ถ้าอยากรู้จริงๆ ถ้าท่านบอกพระนามมาแล้ว และคุณtoi ไม่รู้จัก คือไม่เป็นที่รู้จัก เช่น พระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม ฯลฯ ก็คงต้องถามต่อไปว่า ท่านเป็นสายไหน เช่น ฮินดู หรือเปล่า สายจีนหรือเปล่า ฯลฯ มีเทวรูปในเทวะสถานหรือเปล่า ฯลฯ ก็ต้องถามไล่เรียงกันไป เช่น ถ้าท่านตอบว่าท่านเป็นสายฮินดู ก็ต้องถามต่อว่า เป็นสายพระศิวะ หรือเปล่า หรือสายพระนารายณ์ ฯลฯ ถ้าท่านเป็นเทพฯ ที่ไม่มีบทบาทคือไม่ดัง คุณtoi ก็จะไม่รู้ว่าพระนามของท่านคือใครครับ ก็เฉกเช่นชื่อคนทั่วไปครับ เช่น นายสมชาย นายวิทยา ฯลฯ 

ส่วนเรื่องเกี่ยวข้องนั้นต้องมีแน่นอน จะมากจะน้อย คือพบเจอกันมาหลายภพหลายชาติ ก็แล้วแต่ แต่ที่แน่ๆ ปัจจุบันท่านเป็นองค์บารมีประจำสังขารของคุณtoi ครับ 

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่คนที่ได้รับการเปิดพระโอษฐ์ใหม่ๆ พยายามที่จะค้นหาตัวตนที่แท้จริง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ทำไมต้องมีองค์นี้ เรามีความสัมพันธ์อะไรกับองค์ ฯลฯ มันเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องมีองค์ฯ ไม่มีใครไม่มีองค์ฯ ครับ เมื่อมองเป็นเรื่องปกติ ก็ให้ปฏิบัติตนรักษาศีล เชิญองค์ฯ ลงมาสวดเสริมเป็นประจำครับ และประกอบกิจเป็นคนดีของสังคมของประเทศต่อไปตามปกติ เพียงแต่คนที่ได้รับการเปิดพระโอษฐ์ฯ และปฏิบัติฯ จะเป็นคนที่มีอะไรพิเศษกว่าคนที่ไม่ได้รับการเปิดพระโอษฐ์ฯ หรือเปิดฯ แล้วไม่ได้ปฏิบัิติฯ ครับ

ส่วนเรื่องที่จะรู้ได้อย่างไรว่าจริงนั้นเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ โดยคนที่สามารถตรวจสอบได้หลายๆ คนครับ

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณtoi ตอบโดยคุณกบแก่)


 

การเปิดพระโอษฐ์ครั้งแรกไม่สำเร็จ จะมีวิธีการแก้ไขอย่างไรครับ?

การเปิดพระโอษฐ์ครั้งแรกไม่สำเร็จ จะมีวิธีการแก้ไขอย่างไรครับ?

การเปิดพระโอษฐ์นั้นส่วนใหญ่เมื่อเปิดสำเร็จก็มักจะพูดภาษาเทพได้ไม่ค่อยชัดหรือพูดไม่ค่อยชำนาญเท่าที่ควร จึงต้องไปปฏิบัติอีกซักระยะและฝึกพูดภาษาเทพไปซักระยะเช่นกัน แต่ในกรณีที่เปิดไม่สำเร็จนั้น อาจจะเป็นด้วยเหตุที่กุศลมูลเดิมมีไม่เพียงพอ ทำให้พูดภาษาเทพไม่ได้ อันที่จริงแล้วยังมีวิธีอยู่ครับ คือต้องกลับไปปฏิบัติตนอีกซักระยะนึงควบคู่กับการทำบุญไปในตัว ซึ่งจะกินเวลาไม่นานมาก ส่วนใหญ่ประมาณ1เดือน ก็ให้กลับมาเปิดพระโอษฐ์อีกครั้งนึง แต่โดยสรุปผู้มาเปิดพระโอษฐ์แล้วไม่สำเร็จจริงๆมีเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น ต้องดูสาเหตุอีกว่าคุณไปเปิดพระโอษฐ์กับใคร เพราะวิธีที่ใช้ในการเปิดพระโอษฐ์นั้นยังมีอีกหลายๆรูปแบบที่นำมาประยุกต์เพื่อให้เหมาะสมตามแต่ละกรณีที่พบได้ ซึ่งผู้ทำการเปิดพระโอษฐ์ให้คุณนั้น บางท่านอาจจะยังไม่ได้ใช้ครบทุกวิธีก็เป็นได้ครับ แต่เอาเป็นว่าถ้าเปิดไม่ได้จริงๆก็ลองกลับไปปฏิบัติอีกซักระยะแล้วกลับมาอีกครั้งจะดีกว่าครับ หรือไม่ก็ลองติดต่อคุณกบแก่จะแน่นอนกว่าครับ เพราะกลุ่มผมที่ทำการเปิดพระโอษฐ์จะค่อนข้างใช้หลากหลายวิธีในการเปิดพระโอษฐ์ครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณแขกผู้มาเยือน ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

รับขันธ์ไปแล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่าเป็นขันธ์ผี?

รับขันธ์ไปแล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่าเป็นขันธ์ผี?

การจะรู้ได้อย่างไรว่าขันธ์ที่รับมานั้นเป็นขันธ์เทพหรือขันธ์ผี ก็ขอตอบให้ทราบเลยนะครับ ว่าจากอาการที่คุณสไปซ์เล่ามานั้น ไม่ว่าจะการรำการกรี๊ด ก็เป็นเครื่องยืนยันเลยครับว่าเป็นขันธ์ผีหรือขันธ์เทพชั้นล่างครับ เพราะองค์เทพองค์ใหญ่จะไม่ลงมาทำกิริยาที่คุณสไปซ์เล่ามาอย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นธรรมดาของคนที่ไปรับขันธ์มาที่จะมีอาการดังกล่าว เพราะผีหรือเทพชั้นล่างจะแสดงการรำ หรือการกรี๊ดอย่างที่คุณเป็นแทบจะ99% ครับ ดังนั้นแล้วถ้าอยากรู้ให้แน่ชัดก็ลองมาเปิดพระโอษฐ์ครับ ซึ่งถ้าเป็นขันธ์ผีหรือเทพชั้นล่างมักจะอ้างตัวเองว่าเป็นแต่เทพชั้นสูงหรือเทพที่มีชื่อเสียงดังๆ ซึ่งพอมาเปิดพระโอษฐ์ก็เสร็จทุกรายคือยอมสารภาพว่าตนเองเป็นเพียงผีหรือเทพชั้นล่างจริงๆอย่างที่กล่าวมา แต่ไม่ต้องกลัวครับ ถ้าขันธ์ที่คุณสไปซ์รับมานั้นเป็นขันธ์ผีหรือเทพชั้นล่างที่ไม่ใช่องค์บารมีของคุณ เราจะจัดการให้ พร้อมทั้งเชิญองค์เทพที่แท้จริงของคุณออกมาโดยไม่ต้องไปรับขันธ์หรือเสียเงินใดๆ ครับ ส่วนถ้าสนใจการเปิดพระโอษฐ์ ที่เบอร์ 08-3788-3343 ก็วันที่จะมาทำการเปิดพระโอษฐ์ก็เตรียมมาแค่ตัวกับความพร้อมพอครับ และยิ่งคุณมีอาการดังที่เล่ามา ยิ่งใช้เวลาในการเปิดพระโอษฐ์ไม่นานครับ ซัก 1-3 ชั่วโมงคงจะเสร็จสิ้นทุกอย่างครับ แล้วถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติมทางเราจะให้คำตอบพร้อมคำแนะนำในวันที่มาเปิดพระโอษฐ์ทุกอย่างจนกว่าคุณจะเข้าใจครับ

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณสไปซ์ ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

อสูรกายที่มาติดตามคน เราจะกำจัดออกไปได้อย่างไร?

อสูรกายที่มาติดตามคน เราจะกำจัดออกไปได้อย่างไร?

กรณีที่ถูกวิญญาณแฝง ไม่ว่าจะเป็นวิญญาณอะไร ลักษณะใด แต่วิธีแก้ก็เป็นวิธีเดียวกันครับ ดังนั้นในบอร์ดต่างๆก็ค่อนข้างจะมีลักษณะที่ได้จากประสบการณ์มาเล่าให้ฟังอยู่แล้ว เพียงแต่ส่วนใหญ่จะเป็นวิญญาณสัมภเวสีทั่วๆไปจนถึงระดับมารชั้นสูงซึ่งในจุดนี้ก็รวมถึงวิญญาณของอสูรกายด้วยครับ ซึ่งสำหรับสายสัญญาในเรื่องตรงนี้ก็ขอบอกได้ว่าแก้ไม่ยากครับ แต่ถ้าจะให้ชัวร์ว่าวิญญาณที่มาแฝงเป็นอสูรกายจริง การเปิดพระโอษฐ์สามารถช่วยได้ครับ เพียงแต่กลัวว่าที่คุณวุธกล่าวมาจะเป็นวิญญาณที่แอบอ้างมามากกว่าเพราะในความเป็นจริงเมื่อเปิดพระโอษฐ์ เราอาจจะเจอกับอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเทพในระดับต่างๆของศาสนาต่างๆ มาร ยักษ์ คนธรรพ์ ครุฑ นาค วิญญาณสัมภเวสี คุณไสย์ต่างๆ รวมถึงสัตว์หิมพานต์เลยทีเดียว ซึ่งที่กล่าวมานั้นก็จะมีทั้งฝ่ายดีและฝ่ายไม่ดี ซึ่งถ้ากล่าวในฝ่ายที่ไม่ดี หนึ่งในจำพวกนี้พวกแอบอ้างก็มีมากมายเลยหล่ะครับ ส่วนในเรื่องที่ว่าถ้าทำกรรมฐานหรือทำบุญ แล้วยกบุญให้กับพวกนี้แล้วจะไปไหม อันนี้ก็ต้องขอตอบตามประสบการณ์ที่เจอมาเลยก็คือ แล้วแต่พวกมันครับ ถ้าพวกมันยอมรับบุญนั้นก็ดีไป แต่ถ้ามันไม่ยอมรับ อันนี้สิครับเรื่องใหญ่ ซึ่งถ้าเป็นในกรณีหลังนี้ก็ต้องบอกว่าจัดการลำบากครับ แต่ยังสามารถจัดการได้อยู่ครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณวุธ ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

เวลาสวดมนต์ ดิฉันมีความรู้สึกว่ามีลมออกหู แล้วก็ปวดเมื่อต้นคอ เป็นอะไรหรือเปล่าค

เวลาสวดมนต์ ดิฉันมีความรู้สึกว่ามีลมออกหู แล้วก็ปวดเมื่อต้นคอ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? หรือว่าคิดไปเอง

ถ้าสวดมนต์แล้วมีลมออกหู ในสายสัญญาเราถือว่านั่นเป็นการที่องค์บารมีกำลังขับสิ่งไม่ดีออกจากร่างกายให้เป็นลมออกตามทวารต่างๆหรือขับออกเป็นน้ำจำพวกเหงื่อ เสมหะ เป็นต้น ดังนั้นการที่คุณมีอาการดังกล่าวก็เพราะองค์กำลังขับสิ่งไม่ดีที่ตกค้างในตัวคุณครับ ให้พยายามสวดมนต์ไปซักระยะจนกว่าร่างกายจะไม่มีอาการดังกล่าวครับ ส่วนที่ปวดเมื่อยต้นคอนั้นเพราะเป็นผลข้างเคียงจากการขับสิ่งไม่ดีออกจากร่างกายครับ อาการปวดต่างๆมักจะแสดงให้ร่างรับรู้แบบนี้แหล่ะครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

บางเวลาที่เราคิดอะไรอยู่ในใจ แล้วรู้สึกว่ามีเสียงตอบกลับมา คืออะไรคะ? คิดไปเองหร

บางเวลาที่เราคิดอะไรอยู่ในใจ แล้วรู้สึกว่ามีเสียงตอบกลับมา คืออะไรคะ? คิดไปเองหรือเปล่า?

อันนี้ต้องแยกให้ออกครับ แต่ส่วนใหญ่เราจะไม่ให้เชื่อในจุดนี้เท่าไหร่ เพราะมันอาจจะเป็นการคิดไปเองครับ นอกจากจะพิสูจน์แล้วว่านั่นคือสัมผัสจริงๆ ดังนั้นถ้ามีอาการเช่นว่าอีก ต้องสังเกตุตนเองครับว่าคำตอบที่ได้ยินนั้นมันเป็นคำตอบที่เข้าข้างตนเองหรือมาจากใจที่ตนเองชอบหรือไม่ครับ ถ้าเป็นคำตอบที่มาจากความชอบในใจอยู่แล้ว อันนี้จะเชื่อไม่ได้ครับ คำตอบที่จะเชื่อได้ ต้องเป็นคำตอบที่เป็นกลางและไม่ได้คิดในหัวมาก่อนเลยครับ พูดง่ายคือเป็นเป็นคำตอบที่ไม่เข้าข้างตนเองครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

การที่เรามีองค์ มันจะสัมพันธ์กับการเกิดชาติที่แล้วหรือไม่คะ?

การที่เรามีองค์ มันจะสัมพันธ์กับการเกิดชาติที่แล้วหรือไม่คะ?

ถาม: การที่เรามีองค์ มันจะสัมพันธ์กับการเกิดชาติที่แล้วหรือไม่คะ? แล้วมันจำเป็นไหมที่องค์จะต้องเป็น"ตัวของเราเอง"ในชาติที่แล้ว?

ตอบ:***ถ้าจะให้ตอบแบบความเชื่อของคนที่มีองค์นั้น ก็ต้องบอกว่ามีความสัมพันธ์กันครับ คือมีสัญญาเดิมเกี่ยวกันอยู่ แต่ถ้าตอบในเชิงพุทธนั้น ก็ต้องบอกว่ามีความสัมพันธ์เช่นกัน แต่เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดจากกรรมดีและกรรมชั่วที่ทำไว้ ทำให้มีความสัมพันธ์กัน ถ้าเป็นกรรมดี เราก็เชื่อว่านั่นคือองค์ แต่ถ้าเป็นกรรมชั่ว เราก็เรียกว่าว่าเจ้ากรรมนายเวรครับ แต่จะด้วยเหตุอะไรก็ตาม ทุกอย่างล้วนมีความสัมพันธ์กันทั้งสิ้นครับ

***ส่วนที่ถามว่าจำเป็นไหมว่าองค์คือตัวของเราเองในอดีตชาติ อันนี้ขอให้อ่านต่อจากนี้...แล้วใช้วิจารณญาณของตัวเองตอบตัวเองละกันครับ ว่าจำเป็นไหม คนเรานั้น ไม่ได้เกิดมาเพียงชาตินี้ชาติเดียว แต่จริงๆแล้ว เกิดมาหลายภพหลายชาตินับไม่ถ้วน เกิดมาเป็นตั้งแต่สัตว์ประเสริฐ จนถึงสัตว์เดรัจฉาน เกิดมาตั้งแต่ร่ำรวย จนถึงยากจน เกิดมาตั้งแต่เทพ จนถึงเปรต ดังนั้น ถ้าผมยกตัวอย่างว่าในชาติก่อนคุณเกิดเป็นขอทานหรือเป็นเปรต ชาตินี้คุณจะมีองค์เป็นขอทานหรือเปรต ด้วยหรือไม่ และถ้ายังมีความเชื่อต่อไปอีกว่า องค์ของเราอาจจะเป็นชาติแรกที่ไม่ใช่อดีตชาติล่าสุด ก็จะต้องมีคำให้คิดต่อไปว่า ในเมื่อเราเชื่อว่าเราคือองค์ในอดีตชาติมาเกิด องค์ในอดีตชาตินั้นจะต้องหายไปแล้ว ไฉนเลยยังมาอยู่เป็นองค์ของเราได้อีกหนอ ไฉนเลยถึงมาสื่อกับเราได้อีก ไฉนเลยถึงมาทำให้มีอาการหรือแสดงอาการได้อีกหนอ ก็แปลว่าองค์ไม่ใช่อดีตชาติของเราน่ะสิ เพราะถ้าองค์มาเกิดเป็นเราแล้ว การมีอยู่ขององค์จะต้องไม่มีอีกต่อไป จริงไหมครับคิดดูเอา หรือยกตัวอย่างอีกข้อนึง เช่น ถ้าเรามีองค์พระศิวะ ก็แปลว่าเราเคยเป็นพระศิวะอย่างนั้นหรือ ซึ่งถ้ายังตอบว่าใช่อยู่ ก็ต้องคิดต่อว่า อย่างนี้ตำหนักที่ทรงพระศิวะ อันมีเป็นหลักแสนหลักล้านนั้น เจ้าตำหนักก็ล้วนแต่เคยเป็นพระศิวะมาก่อนในอดีตชาติทั้งสิ้นน่ะสิ อย่างนี้ก็น่าจะดีใจนะว่า เรามีตัวเราเองในอดีตชาติมากมายถึงเพียงนี้เชียว ฉะนั้นแล้วจากคำตอบทีให้ลองคิดนี้ คงจะบอกคุณได้นะว่า ตัวเราเองคือองค์ในอดีตชาติมาเกิดหรือไม่ อ้อ...เรื่องนี้ไม่รวมไปถึงเรื่องที่ว่าเราเกิดมาจากส่วนนึงนะครับ เพราะเรื่องที่ว่าองค์ในอดีตมาเกิดเป็นเรา กับเรื่องทีว่าเราเกิดมาจากส่วนนึงขององค์นั้น มันคนละเรื่อง...คนละประเด็นกัน

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

ทำไมเราจะต้องมีองค์คะ?

ทำไมเราจะต้องมีองค์คะ?

ถาม: อยากทราบว่าทำไมคนเราถึงจะต้องมีองค์คะ ต้องมีทุกคนไหม ไม่มีไม่ได้หรือคะ http://viagraindian.com/products/kamagra-oral-jelly/?

ตอบ:
จริงๆแล้ว ต้องเข้าใจคำว่าองค์ ให้ถ่องแท้เสียก่อน องค์นั้น ถ้าพูดโดยย่อๆคือ เทพที่มีหน้าที่มาคอยดูเราให้มีความปกติสุขของชีวิต เพียงแต่องค์นั้นก็จะมีทั้งองค์ที่ดีและไม่ดี ดังนั้น ถ้าถามว่าเหตุใดเราจึงจะต้องมีองค์นั้น บอกได้เลยว่า เพราะกรรมทั้งที่ดีและที่ไม่ดี เป็นตัวกำหนดครับ คล้ายๆว่า เรามีพ่อแม่ทางโลกแล้ว องค์ก็เหมือนพ่อแม่ทางโลกวิญญาณครับ และการมีองค์นี้ ถ้าพูดในเรื่องความเชื่อนั้น ก็ต้องบอกว่ามีทุกคนครับ เพียงแต่เราจะรับรู้การมีตัวตนของท่านหรือไม่ก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าถามว่าไม่มีองค์จะทำได้ไหม คำตอบก็คือได้ โดยการที่คุณนั้น ไม่ต้องใส่ใจในเรื่องนี้ ยึดเพียงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และสิ่งที่ดีมาประจำใจ แทนการเชื่อเรื่ององค์ คุณก็จะเป็นคนที่ไม่มีองค์ เพราะคนที่มีองค์นั้น เพราะเขามีความเชื่อว่าองค์มีตัวตน มีการปรุงแต่งความคิดของตัวเองว่ามีองค์ ถ้าเราไม่คิด ตัดความคิดนั้น และปล่อยวางเรื่ององค์เสีย การมีขององค์ก็จะไม่มีอีกต่อไปครับ แต่ถ้าคุณยังมีความคิดปรุงแต่งเรื่ององค์ว่าเราจะต้องมีองค์ การจะไม่มีองค์ในข้อนี้คงจะเป็นไปไม่ได้ครับ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่ปล่อยวางแล้ว อย่างพระเกจิต่างๆที่สำเร็จจริงๆ ถามว่าท่านเหล่านั้นมีองค์หรือไม่ คำตอบคือท่านเหล่านั้นมีองค์ในความคิดของเรา แต่ในความคิดของท่าน องค์นั้นไม่มี จะมีก็เพียงแต่เทพ-พรหม ที่ไม่ใช่องค์ หวังว่าคงเข้าใจคำตอบนี้นะครับ ให้มองต่างมุมไว้ ระหว่างผู้ที่รู้และผู้ที่ไม่รู้ แล้วจะเจอคำตอบครับ


 

ถ้าเรามีตะกรุดฝังอยู่ในตัว..จะมีผลเกี่ยวกับการเปิดพระโอษฐ์รึเปล่า?

ถ้าเรามีตะกรุดฝังอยู่ในตัว..จะมีผลเกี่ยวกับการเปิดพระโอษฐ์รึเปล่า?

ถ้าตะกรุดนั้นปลุกด้วยพุทธคุณแท้ๆก็ไม่มีปัญหาครับ แต่ถ้าเป็นการปลุกด้วยศาสตร์ต่างๆที่ไม่ดีก็มีผลครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณoat ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

หากเปิดแล้วจะมีปัญหามั๊ยครับ เช่น ถ้าเกิดองค์ประทับของเราคือ พระพิฆเนศวร แล้วเกิ

หากเปิดแล้วจะมีปัญหามั๊ยครับ เช่น ถ้าเกิดองค์ประทับของเราคือ พระพิฆเนศวร แล้วเกิดที่บ้านหรือคนรอบข้างเรา บูชาพระราหู จะเกี่ยวกันไหมครับ?

ไม่เกี่ยวกันครับ เพราะในตัวของเราจะมีองค์อะไรก็ตามเป็นองค์บารมี แล้วที่บ้านนับถืออีกองค์ ก็ไม่เกี่ยวกันครับ เพียงแต่จะเตือนนิดนึงว่าอย่าไปเชื่อคนที่ทักว่าเรามีองค์นั้นองค์นี้อยู่ในตัว เพราะส่วนใหญ่นั้นไม่จริง จะเชื่อได้จริงก็ต้องมาพิสูจน์ด้วยตนเองก่อนครับ และอย่าเชื่อว่าเรานับถือเทพองค์ไหน ก็จะมีเทพองค์นั้นเป็นองค์บารมีของเราเสมอไป เพราะองค์บารมีจริงๆ นั้น เราเลือกไม่ได้ แต่ผู้ที่เลือกให้เราคือกุศลมูลเดิมที่มีมาตั้งแต่อดีตชาติที่เรากระทำไว้ครับ เพียงแต่ถ้ามีการปฏิบัติที่ดีในสายสัญญา ก็จะมีองค์อื่นๆมารับรองผ่านเราได้ครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณผู้เยี่ยมชม ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

อยากเปิดพระโอษฐ์ครับ ตอนนี้ฝึกพลังจักระวาล(จักระ)อยู่ ถึงแม้การเปิดพระโอษฐ์ไวกว่

อยากเปิดพระโอษฐ์ครับ ตอนนี้ฝึกพลังจักระวาล(จักระ)อยู่ ถึงแม้การเปิดพระโอษฐ์ไวกว่า แต่ต้องการทำทั้งสองอย่างควบคู่กันจะได้มั๊ยครับ จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?

ไม่มีปัญหาอะไรครับ เพราะสายสัญญาสามารถปฏิบัติควบคู่ไปกับศาสตร์อื่นๆได้พร้อมๆกันครับ เพราะมีศิษย์อีกหลายๆท่านที่มาปฏิบัติสายสัญญา แล้วก็ฝึกศาสตร์ของสายอื่นๆไปด้วยครับ ซึ่งเท่าที่ดูมาก็ยังไม่เห็นมีใครมีปัญหาเลย เห็นมีแต่ฝึกสายสัญญาไปแล้ว เมื่อไปปฏิบัติศาสตร์สายอื่นๆควบคู่กัน...กลับฝึกในศาสตร์นั้นๆได้เร็วขึ้นครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณผู้เยี่ยมชม ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

ถ้าไปรักษาแล้ว จะไปตามงานไหว้ครูได้ไหมคะ?

ถ้าไปรักษาแล้ว จะไปตามงานไหว้ครูได้ไหมคะ?

สามารถไปได้ครับ ไม่มีปัญหา เพียงแต่เมื่อคุณมารักษาแล้วคุณก็ต้องไปในงานไหว้ครู แล้วใช้การพิจารณาดูว่าสิ่งไหนคือเทพ สิ่งไหนคือผี อันไหนทรงแท้ อันไหนทรงปลอม ซึ่งถ้าคุณลองมาสัมผัสกับสายสัญญาดู คุณจะรู้ว่าจริงๆแล้วงานไหว้ครูนั้น มันเป็นแค่งานรวมคนทรงมากกว่าเป็นงานมาบูชาครูครับ เพราะจริงๆ แล้วครูนั้นอยู่กับศิษย์ทุกๆ คนตลอดเวลาครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

พอดีรับขันธ์มาแล้ว จะทำอย่างไรดีคะ?

พอดีรับขันธ์มาแล้ว จะทำอย่างไรดีคะ?

ก็มีหลายๆท่านที่รับขันธ์มาแล้ว บางท่านพอรู้ตัวว่าเป็นขันธ์ผีก็นำไปรื้อหรือทิ้งเสียก่อน แต่ก็ติดปัญหาตรงที่ผีที่อยู่ในขันธ์ไม่ยอม มาทรมานร่างกายต่างๆ ซึ่งสายสัญญาก็แก้ให้ได้ครับ แต่ในกรณีที่รับมาแล้ว ก็อย่าพึ่งไปทำอะไรมันครับ เพราะบางท่านก็โชคดีที่ไปรับขันธ์เทพแท้ๆหรือบังเอิญไปรับขันธ์ตรงกับองค์บารมีที่มีอยู่พอดีจึงไม่ต้องทำการรื้อขันธ์อย่างใด แต่บางท่านไม่ได้โชคดีอย่างนั้น ซึ่งก็ขอแนะนำว่าควรมาเปิดพระโอษฐ์เพื่อเช็คก่อน แล้วค่อยไปว่ากันเรื่องขันธ์ครับ แต่อยากจะบอกไว้อย่างว่า จริงๆแล้วขันธ์นั้น ไม่มีความสำคัญใดๆเลยในสายเทพครับ เปรียบแล้วมันเป็นแค่เครื่องหลอกล่อเราให้หลงกับองค์ก็เท่านั้นครับ ส่วนที่ว่าไปรับขันธ์มานั้นจะมีปัญหาในตอนเปิดพระโอษฐ์เสมอๆไปไหม อันนี้ขอตอบว่าไม่เสมอไปครับ แต่ส่วนใหญ่จะมีปัญหาครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

แล้วจะสังเกตุอาการเบื้องต้นได้อย่างไรคะ ว่าร่างทรงนั้นมีสัมภเวสี?

แล้วจะสังเกตุอาการเบื้องต้นได้อย่างไรคะ ว่าร่างทรงนั้นมีสัมภเวสี?

ถ้าไม่ได้อยู่สายสัญญาหรือไม่ได้มาดูการโปรดญาติของสายสัญญา คนทั่วๆไปมักดูกันไม่ออกหรอกครับ เพราะสัมภเวสีพวกนี้ ถ้ามันคิดจะแอบอ้าง มันก็ช่างแนบเนียนเสียเหลือเกินครับ ทางที่ดีวิธีที่จะดูพวกนี้นั้น ต้องมาฟังตอนมาเปิดพระโอษฐ์จะเข้าใจกว่าครับ เพราะถ้าจะให้พิมพ์คงไม่จบแน่ๆ แต่รับรองได้ครับว่าสายสัญญามีวิธีดูพวกนี้แน่นอนครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

พวกคนทรงที่ไปตามงานไหว้ครู ส่วนใหญ่มีสัมภเวสีหรือเปล่าคะ ที่ไปรำๆ กันน่ะคะ แล้วค

พวกคนทรงที่ไปตามงานไหว้ครู ส่วนใหญ่มีสัมภเวสีหรือเปล่าคะ ที่ไปรำๆ กันน่ะคะ แล้วคนธรรมดามีมั้ยคะ?

ส่วนใหญ่เท่าที่ไปพิสูจน์มานั้น จะมีทั้งทรงแท้และทรงเทียมครับ ทรงเทียมคือตัวมนุษย์เรานี่แหล่ะทำเป็นว่ากำลังทรงอยู่ ส่วนทรงแท้นั้นก็มี2แบบคือ ทรงเทพและทรงผี ซึ่งส่วนใหญ่พวกที่ทรงเทพแท้ๆนั้นจะมีไม่มากครับ ประมาณว่าในงานไหว้ครู 1 งาน จะมีทรงเทพแท้ๆแบบไม่แอบอ้างเลยแค่2-4 คนเท่านั้น นอกนั้นก็ทรงแท้เหมือนกันครับ แต่จะเป็นการทรงผีหรือทรงเทพชั้นล่างที่แอบอ้างเป็นเทพชั้นสูงๆมากกว่า พูดง่ายๆว่า1งานไหว้ครู จะมีพวกทรงผีหรือทรงแบบแอบอ้างประมาณ 8 ใน 10 ครับ ส่วนคนธรรมดาก็บอกได้เลยว่า ทุกคนมีองค์บารมีมาตั้งแต่เกิดครับ แต่ไม่สามารถจะสื่อสารได้ การจะทำให้สื่อสารได้ หลักๆก็จะเห็นเป็นการสื่อจากองค์ท่านเลยในกรณีที่มีความสัมพันธ์หรือมีสื่อกันมาก่อน กับอีกวิธีก็คือการมาเปิดพระโอษฐ์ครับ เพียงแต่ว่าบางคนมีองค์บารมีเป็นเทพชั้นสูง บางคนมีองค์เป็นเพียงสัมภเวสีเท่านั้น ซึ่งตัวกำหนดว่าเราจะมีองค์บารมีเป็นใครหรือระดับไหนนั้นคือกุศลมูลเดิมที่เคยทำมาในอดีตชาติครับ แต่ไม่ว่าคุณจะมีองค์บารมีเป็นเทพชั้นสูงหรือเป็นเพียงสัมภเวสีหรือจะเป็นระดับไหนก็แล้วแต่ ทางสายสัญญาสามารถมีวิธีการปฏิบัติให้มีเทพองค์อื่นๆมาผ่านรับรองนอกจากองค์บารมีได้ครับ ซึ่งรายละเอียดใหญ่ๆจะมีการอธิบายให้เข้าใจอีกทีตอนมาทำพิธีครับ

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

มีพี่แถวบ้านคนนึง เขาบอกว่ารับขันธ์เทพมาแล้วเกือบ 10 ปี แต่ยังพูดภาษาเทพไม่ได้เล

มีพี่แถวบ้านคนนึง เขาบอกว่ารับขันธ์เทพมาแล้วเกือบ 10 ปี แต่ยังพูดภาษาเทพไม่ได้เลย เป็นเพราะอะไรคะ? แล้วก็บอกว่าแม่เขาแฝงอยู่ตลอดเวลา (พระแม่กาลี) แต่ดิฉันสัมผัสไม่ได้เลย เขาพูดจริงหรือเปล่าคะ?

ส่วนใหญ่นั้นไม่จริงครับ ถ้าเทพจริงต้องพูดภาษาเทพได้ ที่พูดไม่ได้มาตลอด10ปี เพราะนั่นคือเทพไม่จริง อันนี้กล้าท้าเลย ส่วนที่อ้างว่าแฝงอยู่ตลอดเวลา อันนี้ไม่เถียง ไม่จำเป็นต้องเป็นเทพชั้นสูงหรอกครับที่มาแฝงได้ แค่สัมภเวสีชั้นล่างก็แฝงเราได้แล้ว ดังนั้นคนที่มีองค์ไม่ว่าจะระดับไหนก็ตาม เขาก็มาแฝงอยู่ตลอดเวลาได้ทั้งนั้นครับ เพียงแต่องค์เทพจริงๆ เขาไม่มาแฝงหรอกครับ จะลงก็ลงเลย ถ้าไม่ลงก็จะอยู่ข้างๆให้ร่างสัมผัสได้ครับ แต่ที่คุณถามว่าทำไมสัมผัสไม่ได้เลย อันนี้ต้องว่ากันเรื่องของแต่ละบุคคลครับ บางคนก็สัมผัสได้ตลอดเวลา บางคนสัมผัสได้บางเวลา บางคนสัมผัสได้แค่บางครั้งหรือแค่เวลาอยู่ในสถานการณ์เท่านั้น แต่ก็มีหลายๆท่านที่สัมผัสไม่ได้เลย ซึ่งก็ต้องมาฝึกสัมผัสกันต่อไปซักระยะครับ แต่เอาเป็นว่าถ้าบอกว่าทรงเทพ แต่พูดภาษาเทพไม่ได้ก็อย่าเรียกว่าเทพเลยครับ อีกอย่างภาษาที่เขาพูดนั้น เราก็ต้องฟังให้ออกอีกว่าเป็นภาษาอะไร เพราะจริงๆแล้วไม่ใช่ว่าเห็นเขาพูดภาษาแปลกๆได้ก็คิดว่าเป็นภาษาเทพไปเสียหมด ในเรื่องของภาษานั้น มีทั้งภาษาเทพชั้นสูง กลาง ต่ำ และยังมีภาษาผีอีกซึ่งก็มีอีกหลายระดับเช่นกัน อีกทั้งยังมีภาษาครุฑ ภาษายักษ์ ภาษาอสูร ภาษานาค ภาษาพรหมและภาษาอื่นๆอีกมาก(ยังไม่รวมเรื่องสำเนียงของภาษาอีกนะครับ) ซึ่งคนทั่วๆไปที่ฟังไม่รู้เรื่องมักจะเหมารวมว่าเป็นภาษาเทพไปหมดเมื่อได้ฟังครับ ดังนั้นแค่เรื่องภาษาก็ต้องเล่าเป็นวันๆแล้วครับ ดังนั้นถ้าคุณได้มาทำการเปิดพระโอษฐ์เมื่อไหร่ เราจะอธิบายอย่างละเอียดให้ฟังอีกทีครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

มีคนบอกว่า คนมีองค์ห้ามไปงานศพ งานแต่งงาน อาหารในงานศพงานแต่งงานก็ห้ามกิน กินได้

มีคนบอกว่า คนมีองค์ห้ามไปงานศพ งานแต่งงาน อาหารในงานศพงานแต่งงานก็ห้ามกิน กินได้แต่น้ำเปล่า ถ้าจำเป็นต้องไปก็ต้องจุดธุป 16 ดอก บอกองค์เราก่อน ห้ามกินอาหารที่เขาเซ่นไหว้ แล้วก็ห้ามใส่เสื้อผ้าชุดสีดำ จริงเท็จเป็นอย่างไรคะ?

อันนี้กล้าบอกได้เลยว่าไม่จริงครับ ในสายสัญญานี้ถ้าจะกล่าวถึงคนที่มีองค์แล้วไปรับประทานของตามงานศพ หรืองานอวมงคลต่างๆนั้น ก็บอกได้เลยว่าไม่เห็นมีใครมีปัญหาแบบที่เขาพูดๆกันกลับมาซักรายเดียว ส่วนใหญ่ที่คนทรงทั่วไปมักจะกล่าวเช่นนั้นก็มีหลายสาเหตุ เช่น ถ้ากินแล้วจะทำให้ร่างกายสกปรก ถ้ากินแล้วจะเกิดแต่เรื่องอัปมงคล ถ้ากินแล้วจะทำให้องค์โกรธ เป็นต้น อันที่จริงเหตุผลเหล่านี้มักจะกล่าวกันไปเอง คิดเอาเอง หรือไม่ถ้าคนทรงมีองค์เทพจริงๆ เขาไม่มาตายกับการแค่กินของงานศพหรอกครับ ที่คนทรงทั่วไปกินของงานศพไม่ได้นั้น ก็เพราะองค์ของเขาไม่ใช่เทพจริงๆครับ(พวกแอบอ้างหรือพวกเทพชั้นล่าง) พวกนี้มันถือว่าเป็นของต่ำ ถ้ากินไปแล้วจะเกิดนั่นเกิดนี่ จริงๆแล้วถ้าคุณไปเจอคนทรงคนไหนที่ไปตามงานศพแล้วบอกกินนั่นกินนี่ไม่ได้ จะทำให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ฟันธงได้เลยครับว่าเขาทรงเทพชั้นล่างหรือไม่ก็ทรงแต่สัมภเวสีแอบอ้างครับ

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

ถ้าสัมภเวสีเกาะติดตัวแล้วถ้าไม่รักษาจะเกิดผลอย่างไรคะ? แล้วมีวิธีป้องกันไม่ให้สั

ถ้าสัมภเวสีเกาะติดตัวแล้วถ้าไม่รักษาจะเกิดผลอย่างไรคะ? แล้วมีวิธีป้องกันไม่ให้สัมภเวสีมาติดตามเราได้ไหมคะ?

ผลที่จะเกิดคร่าวๆมีดังนี้ครับ 
- กิจการหรือการงานค่อยๆแย่ลงหรือพังสลายในทีเดียว 
- ครอบครัวมีปัญหา 
- เจอแต่โรคที่ไม่ทราบสาเหตุ เป็นๆหายๆ และมีทีท่าจะแย่ลงทุกทีๆ 
- บางคนมีอาการทางประสาท 
- ประสบแต่เรื่องแย่ๆไม่มีดีซักอย่าง 
- อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งอาการที่กล่าวมานั้นจะออกเหตุเห็นผลในระยะสั้นหรือยาวก็แล้วแต่บุญเก่าของแต่ละคนครับ และจะสังเกตุได้ว่าอาการเหล่านี้มักจะประสบกับคนที่ถูกทักว่ามีองค์เสมอๆ และสุดท้ายก็ต้องไปรับขันธ์ อันเป็นแนวทางของพวกวิญญาณแอบอ้างครับ 

***วิธีแก้นั้น สำหรับบุคคลทั่วๆไปก็คงจะมีวิธีป้องกันน้อย เพราะส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีป้องกัน แต่เอาเป็นว่าวิธีที่ง่ายๆที่สุดและค่อนข้างจะเห็นผลคือ สวดมนต์ให้มากหรือสม่ำเสมอครับ แต่ไม่ใช่สวดแต่บทให้รวยหรือสวดแต่บทขอโชคขอลาภนะครับ บทสวดมนต์เหล่านี้มักไม่ก่อประโยชน์อันใดเลย ถ้าจะสวดก็ควรสวดบทที่สรรเสริญพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เช่น บทชินบัญชรหรือบทพาหุงฯครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

ทำไมคนเราถึงมีสัมภเวสีเกาะติดตัวล่ะคะ?

ทำไมคนเราถึงมีสัมภเวสีเกาะติดตัวล่ะคะ?

การที่ตัวเรานั้นมีสัมภเวสีพวกนี้เกาะติดตัวมานั้นมีหลายสาเหตุมากเลยครับซึ่งจะตอบแบบคร่าวๆดังนี้ครับ 
- มีวิญญาณแอบอ้างบางจำพวก อยากได้เราเป็นร่างหรืออยากให้บริวาร 
- วิญญาณนั้นเป็นเจ้ากรรมนายเวรตั้งแต่อดีตชาติหรือปัจจุบัน 
- เป็นสัมภเวสีที่ติดตามเรามาเพื่อขอส่วนบุญส่วนกุศล ซึ่งการแค่มาขออย่างเดียวนั้นคงไม่ทำให้แฝงเราได้ เพียงแต่เมื่อสัมภเวสีตนใดตนนึงมาขอส่วนบุญประกอบกับสัมภเวสีตนนั้นเคยมีกรรมบางอย่างร่วมกันกับเรามา กรรมนั้นจะส่งผลให้มีการแฝงร่างเราได้ครับ ถึงแม้ว่าสัมภเวสีตนนั้นจะไม่คิดแฝงเราก็ตาม แต่เป็นเพราะกรรมบันดาลครับ 
- เคยทำแท๊งค์มาก่อนในกรณีที่เป็นผู้หญิง 
- ตัวร่างไปลบหลู่สัมภเวสีโดยมิรู้ตัว เช่น ไปขับถ่ายไว้ตามป่าเขาไม่เป็นที่เป็นทาง ไม่เคารพสถานที่หรือกล่าวลบหลู่ดูหมิ่น เป็นต้น 
- ตัวร่างโดนคุณไสย์ ลมเพลมพัด เป็นต้น 
- เกิดจากการปฏิบัติ เช่น นั่งสมาธิ แล้วปฏิบัติไม่ถูกหลักจนทวารหรือจิตในร่างกายบางจุดเปิด หรือปฏิบัติจนร่างกายสะอาดบริสุทธิ์จริง แต่ไม่รู้วิธีป้องกันสิ่งเหล่านี้ เปรียบเหมือนเปิดประตูบ้านแล้วไม่ยอมปิดดังเดิม อะไรมันก็เข้ามาแฝงได้ 
- รับขันธ์ตามตำหนัก อันนี้เปรียบแล้วคือเต็มใจให้เขามาเกาะเราเลย 
- บางคนมีสัมผัสหรือมีพลังพิเศษในการรักษาคน เช่น แค่บีบๆจับๆเบาๆก็สามารถรักษาคนให้หายป่วยเมื่อย พวกนี้ถ้าป้องกันไม่เป็นจะถูกของไม่ดีที่อยู่ในตัวผู้ป่วยเกาะเอาได้ 
- บางคนมีสัมผัสหยั่งรู้ทางจิต แต่ถ้าป้องกันไม่เป็นเช่นกัน พวกนี้ก็สามารถอาศัยช่องว่างแห่งจิตของเรามาเกาะได้เช่นกัน 
- พวกจิตอ่อน ขี้ระแวง ขวัญเสียง่าย กลัวนั่นกลัวนี่แบบกระต่ายตื่นตูม 
- พวกเล่นคาถาอาคม ไสยศาสตร์ เครื่องรางของขลังบางชนิด 
- พวกที่เลี้ยงกุมาร รักยมหรือเลี้ยงผี เป็นต้น 
- พวกนับถือผี เช่น ผีฟ้าตามภาคเหนือ 
- พวกสำมะเรเทเมา เที่ยวกลางคืนตามสถานเริงรมย์เป็นนิจ(กรณีนี้เจอมากในวัยรุ่นที่มาให้รักษา) 
- อื่นๆอีกมากมาย นี่แค่คร่าวๆที่เป็นสาเหตุให้เจอสัมภเวสีเกาะและแฝงมาบ่อยๆครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

เราจะแสดงกิริยาอาการเช่นอาการแปลกๆ พูดภาษาแปลกๆที่ชาวบ้านร้านถิ่นไม่เข้าใจ

เราจะแสดงกิริยาอาการเช่นอาการแปลกๆ พูดภาษาแปลกๆที่ชาวบ้านร้านถิ่นไม่เข้าใจ

หลายวันมานี้อ่านทั้งบทความ ทั้งคำสอน ทั้งคำถาม-คำตอบให้หลายสิบกระทู้แล้ว ดูทั้งรูปภาพและคลิปไปก็เยอะ ต้องยอมว่า ช่างกระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นดีเหลือเกิน ใจหนึ่งก็อยากลองไปเปิดพระโอษฐ์ดูให้รู้แก่ตัวเอง แต่ก็ยอมรับว่ามีคำถามในใจว่า ทำไมต้องเปิดพระโอษฐ์อยู่เหมือนกัน และที่ยังกังขาอยู่คือหลังจากเปิดพระโอษฐ์ไปแล้ว ถ้าเรายังไม่สามารถประสานใจกับองค์บารมีในตัวเราได้แน่นอนนั้น ถ้าเราก้าวเข้าไปยังสถานที่สถิตย์องค์เทพ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์ โบสถ์ - วัด ต่างๆ หรือจะเป็นที่ประดิษฐานองค์เทพที่ชาวบ้านร้านถิ่นนิยมไปเคารพสักการะ เราจะแสดงกิริยาอาการเช่นอาการแปลกๆ พูดภาษาแปลกๆที่ชาวบ้านร้านถิ่นไม่เข้าใจ ไม่รับรู้ โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจหรือไม่ แบบว่าถูกบังคับให้หลุดในที่สาธารณะโดยไม่สามารถคุมได้ เกรงเขาจะว่าเราบ้า 

ก็ตั้งแต่ทำหน้าที่เปิดพระโอษฐ์มา ก็ยังไม่เคยเห็นท่านใดที่เปิดไปแล้ว พอไปตามสถานที่ดังกล่าวแม้จะมีความแรงแค่ไหนก็ตาม ก็เห็นไม่มีอาการซักที การเปิดพระโอษฐ์นั้น เราจะสอนคนที่มาเปิดเสมอๆว่าเราต้องการให้ปฏิบัติสร้างเสริมตัวเอง มิใช่มาเปิดพระโอษฐ์เพื่อกลับไปเป็นคนบ้า รำนั่นรำนี่ แสดงอาการอย่างนั้นอย่างนี้ประดุจคนบ้า ดังนั้นแล้วทางเราก็ไม่เคยสนับสนุนให้ใครไปแสดงอาการในที่สาธารณะ ซึ่งก็มีบางท่านที่อยากจะโชว์ว่า "ข้ามีองค์" ไปแสดงอาการให้คนอื่นๆเขาดูเพื่อเรียกความสนใจและให้คนมากราบไหว้ อันนั้นก็ต้องบอกเลยว่าเขาอยากแสดงเองก็ปล่อยเขาไป อย่ามาอ้างว่าองค์คุม เพราะเรารู้ระบบขององค์เทพดี ว่าเทพแท้ๆเขาเป็นเช่นไร คนพวกนี้ทางเราจะไม่ยุ่งให้เสียเวลาเลย เพราะทางเราไม่ได้รับสมัครดาราให้มาแสดงกลางสาธารณะ พูดง่ายๆคือคนที่ไปแสดงอาการตามสถานที่ต่างๆแล้วอ้างว่าองค์ลงคุม เรากล้าพูดว่าไม่มีในสายสัญญา แต่ถ้ามีก็อย่าคิดว่าเราดูไม่ออกว่าตัวร่างแสดงเองหรือองค์คุมจริง เพราะองค์ที่ได้จากการเปิดพระโอษฐ์ เราจะมีการเจรจา ปรับสภาพร่างให้มีความสมดุลกับพลังขององค์ ดังนั้นแล้วถ้ามาเปิดพระโอษฐ์กับสายสัญญา รับรองได้ว่าอาการดังกล่าวไม่มีแน่นอน ส่วนใหญ่คนที่มีอาการดังกล่าวมักจะเป็นคนที่มาจากตำหนักทรงมากกว่าหรือเป็นคนที่ไม่เคยมาเปิดพระโอษฐ์หรือไม่รู้จักสายสัญญาด้วยซ้ำไป 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณณภัทร ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

ทำไมดิฉันถึงพูดภาษาเทพ (หรือเปล่า) ได้ไวล่ะคะ แต่น้องสาวใช้เวลานานมากเลย

ทำไมดิฉันถึงพูดภาษาเทพ (หรือเปล่า) ได้ไวล่ะคะ แต่น้องสาวใช้เวลานานมากเลย

การพูดภาษาเทพได้ช้าหรือเร็วนั้น อันนี้ขึ้นอยู่กับกุศลมูลเดิมครับ ถ้ามีกุศลมูลเดิมมามากก็สามารถพูดได้เร็วตามกุศลที่มีครับ แต่ถ้ามีกุศลมาน้อย การพูดภาษาก็ช้าตามกันครับ แต่ถ้าพูดได้แล้วจะชัดหรือไม่นั้น หรือพูดแล้วภาษาจะมีพลังหรือไม่ อันนี้อยู่ที่การฝึกฝนของแต่ละคนครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

องค์ท่านสามารถพูดภาษาไทยออกมาได้หรือเปล่าคะ (องค์น้องสาว) แบบเป็นภาษาชาวบ้านน่ะค

องค์ท่านสามารถพูดภาษาไทยออกมาได้หรือเปล่าคะ (องค์น้องสาว) แบบเป็นภาษาชาวบ้านน่ะค่ะ (เวลาสนทนากันก็พูดออกมาเอง ไม่ได้ตั้งใจ) หรือว่าดิฉันคิดไปเอง?

องค์ทุกองค์นั้นสามารถพูดภาษาไทยได้ครับ เพียงแต่ส่วนใหญ่ท่านจะพูดภาษาในสำเนียงของท่านเสมอๆครับ แต่เมื่อมีการพูดภาษาไทยออกมาแล้ว คุณจะต้องพิจารณาให้มากๆเลย ว่านั่นเป็นองค์จริง ไม่ใช่ตัวร่างพูดเองเออเองนะครับ แต่ส่วนใหญ่องค์ที่พูดภาษาไทยนั้น ท่านจะไม่มาพูดแบบให้เรารู้ตัวหรอกครับ ท่านจะแฝงๆพูดออกมากับคำพูดของเรา เหมือนเตือนสติ แนะนำหรือบอกกล่าวเหตุการณ์ล่วงหน้าในบางเรื่อง จนเราไม่สามารถทราบได้เลยว่าท่านกำลังพูดอยู่ครับ ดังนั้นต้องพิจารณาให้มากๆเลยนะครับ ตรงจุดนี้ เพราะถ้าพิจารณาไม่เป็น ระวังจะเกิดการแทรกของจิตตนเอง จนมีสิ่งไม่ดีมาแฝงได้นะครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

วิญญาณแฝงเป็นอย่างไร?

วิญญาณแฝงเป็นอย่างไร?

วิญญาณแฝง ถ้าจะเอาแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือวิญญาณของผู้ที่ตายแล้ว ซึ่งคอยมาระรานคนหรือคอยรบกวนคน โดยผลจากการที่มีวิญญาณมาแฝงนั้นจะมีแต่ผลเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะในด้านร่างกาย โรคภัย ธุรกิจ ครอบครัว และอื่นๆอีกมากมาย โดยในสายสัญญาส่วนใหญ่ผู้ที่มาให้เปิดพระโอษฐ์เกือบร้อยละ80จะมีวิญญาณแฝงมาด้วยทุกคน แต่จะมีมากหรือน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่คนๆ ไป ซึ่งเมื่อถามวิญญาณที่มาแฝงด้วยนั้น บางครั้งวิญญาณเหล่านั้นยังบอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเหตุใดจึงมาแฝง บางครั้งวิญญาณแฝงก็จะเป็นวิญญาณของบรรพบุรุษบ้าง เจ้ากรรมนายเวรบ้าง วิญญาณร่อนเร่ทั่วๆไปบ้าง ซึ่งมีหลากหลายกรณี ส่วนวิธีแก้ สายสัญญาก็มีวิธีแก้มากมาย โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มาให้แก้ ก็จะรักษาให้หายได้ถึงร้อยละ 99 แต่ถ้าอยากรู้รายละเอียดให้หมดสิ้น คิดว่าคงต้องพิมพ์กันจนมือหงิก ทางที่ดีติดต่อมาพูดคุยสอบถามจะง่ายกว่าครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณกอบ ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

ทำไมเวลาเราไปตามแหล่งโบราณสถานเก่าๆ มักหายใจไม่ออกคะ?

ทำไมเวลาเราไปตามแหล่งโบราณสถานเก่าๆ มักหายใจไม่ออกคะ?

ถาม: ทำไมเวลาเราไปตามแหล่งโบราณสถานเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนของประเทศก็ตาม มักหายใจไม่ออก อึดอัด รู้สึกเหมือนมีตนเดินตาม หรือคอยจ้องมองอยู่ตลอดเวลาคะ?

ตอบ:***
จริงๆแล้วถ้าจะมองในเชิงของผู้ที่มีความเชื่อเรื่องของเทพหรือพรหมนั้น ก็คงต้องบอกว่าในโบราณสถานเก่าๆนั้น ย่อมมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ จึงไม่แปลกอะไรนักที่ตัวเราซึ่งเชื่อว่าข้างในมีองค์เทพ จะทำการสื่อถึงกันได้

***
แต่ถ้าเชื่อในเรื่องส่วนของผู้ที่มีสัมผัสต่างๆ ไม่ว่าจะมาจากการปฏิบัติ หรือมาจากกุศลมูลเดิม ก็ต้องบอกว่าคุณนั้นมีสัมผัสพิเศษ อยู่ในตัว ซึ่งสัมผัสเหล่านี้จะไม่เหมือนกันทุกคน แต่ละคนจะใช้งานได้ต่างๆกันไป แต่ส่วนใหญ่พื้นฐานของสัมผัสนั้น ก็จะคล้ายๆกับเรดาห์ที่หาสิ่งแปลกปลอมได้ ดังนั้นแล้ว เมื่อมีการเข้าไปในโบราณสถานก็เป็นเรื่องปกติที่เรดาห์หรือสัมผัสที่มีจะทำงานเอง เพื่อตอบรับกับสิ่งที่มีสัมผัสตรงกันในสถานที่นั้นๆครับ ซึ่งสัมผัสเหล่านี้ ถ้าไม่มีการฝึกฝนที่ดีพอ มันจะทำงานเองโดยอัตโนมัติ แต่ถ้ามีการฝึกฝน มันจะสามารถควบคุมได้ดั่งใจทุกประการครับ
*** แต่ถ้าพูดในเชิงของวิทยาศาสตร์ จะต้องพูดในเรื่องของการอุปทานตัวเอง คือ เมื่อเราไปอยู่ในสถานที่ใดสถานที่นึง แล้วมีความเชื่อปักใจว่าเราจะต้องมีอาการต่างๆ เมื่อมีการอุปทานตัวเองมากๆบ่อยๆครั้ง มันก็เหมือนเป็นการที่จิตใต้สำนึกโปรแกรมตัวเองว่า เมื่อใดที่เราเข้าใกล้สถานที่ดังกล่าว ก็จะต้องมีอาการเช่นนั้นตามที่ตัวเราอุปทาน

***ดังนั้น 3 เหตุผลนี้ คุณจะเชื่อเหตุผลใดๆนั้น ก็ต้องดูว่าคุณเป็นคนที่มีความเชื่อเรื่องใดเป็นทุนเดิมครับ แต่ถ้าถามว่าสิ่งที่คุณถามมานี้ เป็นเรื่องแปลกหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าไม่แปลกแต่ประการใด เพราะเรื่องแบบนี้มักจะเกิดขึ้นให้ได้ยินได้เห็นบ่อยๆ ในกลุ่มของผู้ที่มีความเชื่อว่ามีองค์ แล้วไปแสดงอาการ หรือมีอาการต่างๆ...เวลาไปตามเทวสถานต่างๆครับ เพียงแค่ในคำถามของคุณมักจะเกิดเวลาไปโบราณสถาน แทนที่จะเป็นเทวสถานเท่านั้นเอง แต่เมื่อมองให้ลึกๆ โบราณสถานส่วนใหญ่ก็มีจุดประสงค์สร้างขึ้นเพื่อกระทำพิธีการทางศาสนาหรือทางความเชื่ออยู่แล้ว ดังนั้น โบราณสถานก็ไม่ต่างจากเทวสถานเท่าไหร่ครับ

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

 

พระเจ้าที่สร้างโลกมีมั๊ยครับ ถ้ามีมีกี่องค์ ใช่พระพรหมรึเปล่า?

พระเจ้าที่สร้างโลกมีมั๊ยครับ ถ้ามีมีกี่องค์ ใช่พระพรหมรึเปล่า?

คำถามข้อนี้ ก็ไม่อยากไปอ้างอิงถึงศาสนาคริสต์ ในเรื่องของพระเจ้าผู้สร้างโลก แต่ผมจะขอตอบในเชิงของศาสนาพุทธแทนละกัน ในการสร้างโลกนั้นก็ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าไม่มีใครสร้างทั้งสิ้น นอกจากธรรมชาติเพราะนี่คือกฏครับ ดังนั้นเราต้องมาทำความเข้าใจกับคำว่าพระเจ้าเสียใหม่ พระเจ้าก็คือผู้สูงสุด ดังนั้นในศาสนาพุทธนั้น ผู้สูงสุดคือพระพุทธเจ้า อันหมายถึงว่าพระพุทธเจ้าคือพระเจ้าของศาสนาพุทธ แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้สร้างโลกซักหน่อย จริงไหมครับ ดังนั้นเลยขอตอบสรุปไปเลยว่า พระเจ้ามีจริงครับ ในศาสนาพุทธก็คือพระพุทธเจ้านั่นเอง แต่หน้าที่สร้างโลกนั้น เป็นหน้าที่ของธรรมชาติครับ เพราะโลกที่เราอยู่นี้ มันไม่ได้เกิดมาแค่ครั้งเดียวนี่ครับ มันเกิดมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว และก็ได้ถูกทำลายไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเช่นกัน ดังนั้นทุกครั้งที่โลกเกิดขึ้นก็ยังไม่มีปรากฏว่าพระเจ้ามาสร้างเสียที จะเห็นก็มีแต่พระเจ้าเกิดขึ้นหลังจากโลกถูกสร้างแล้วทั้งสิ้น อันหมายถึง โลกเป็นผู้สร้างพระเจ้าครับ ไม่ใช่พระเจ้าเป็นผู้สร้างโลก ดังนั้นเรื่องที่ว่าพระพรหมเป็นผู้สร้างโลกนั้นก็คือความเชื่อของศาสนาพราหณ์-ฮินดูครับ ส่วนเรื่องพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลกก็เป็นเรื่องความเชื่อของแต่ละศาสนาไป ส่วนคำถามที่ว่าถ้ามีพระเจ้าจริง แล้วมีมากี่องค์แล้ว อันนี้ผมก็ต้องขอถามคุณเทียนเซียนกลับว่า แล้วคุณรู้ไหมว่าตั้งแต่พระพุทธเจ้าองค์แรกสุดจนถึงพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันมีมากี่องค์แล้ว ซึ่งคำตอบในเรื่องจำนวนของพระเจ้าก็อยู่ในคำถามที่ผมถามคุณกลับนี่แหล่ะ ฉันใดก็ฉันนั้นครับ 

คำตอบเหล่านี้ล้วนเป็นคำตอบขั้นพื้นฐานในเชิงกว้างที่ไม่ใช่เชิงลึก ดังนั้นเรื่องความบิดเบือน ตกหล่นหรือการปะติดปะต่อในบางจุดของเนื้อหาจนเกิดความสงสัยเพิ่มขึ้นในบางเรื่องอีกย่อมมีบ้างแน่นอน ดังนั้นถ้าคำตอบเหล่านี้ไม่ถูกใจหรือไปตีกับความเชื่อของท่านอื่นๆก็ขออภัยไว้ด้วย เพราะคำตอบเหล่านี้ก็พยายามตอบอย่างเป็นกลางและอิงความเชื่อตามประวัติที่มีมาจากหลายแขนง หลายที่มาให้รวบรัดมากที่สุด ดังนั้นถ้าผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยด้วย เพราะผมก็ไม่ใช้ผู้รู้จนแตกฉานไปซะทุกเรื่อง แต่ถ้าคุณเทียนเซียนยังสงสัยหรือไม่เข้าใจในคำตอบ ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มได้ครับ ผมก็จะตอบเท่าที่ตัวผมเข้าใจละกัน เพราะบางทีการอธิบายออกมาเป็นตัวหนังสือ อาจจะสร้างความสงสัยเพิ่มก็เป็นได้ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเทียนเซียน ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

ระหว่างพระอรหันต์ โป๊ยเซียน พระศิวะ พระวิศณุ พระพรหม ใครมีอริยะฐานะสูงกว่ากัน? ช

ระหว่างพระอรหันต์ โป๊ยเซียน พระศิวะ พระวิศณุ พระพรหม ใครมีอริยะฐานะสูงกว่ากัน? ช่วยเรียงลำดับด้วยครับ

ถ้าคำถามของข้อนี้ก็ต้องขอบอกไปเลยว่าผมไม่สามารถแบ่งได้ว่าใครสูงหรือต่ำกว่ากัน เพราะถ้าตอบแบบสายสัญญา ท่านเหล่านี้ล้วนมีฐานะที่เท่าเทียมกันไปแล้ว เพราะถือว่าเทียบชั้นพระนิพพานจนปรากฏเป็นองค์พระธรรมในสายสัญญาแล้วทั้งสิ้น (ยกเว้นพระอรหันต์เท่านั้นที่จัดไว้นอกระบบของผู้เทียบชั้นพระนิพพาน เพราะพระอรหันต์นั้นเข้านิพพานแล้ว) แต่ถ้าจะตอบแบบอิงประวัติตามหนังสือที่มีขายทั่วไป ใครๆก็แบ่งได้ครับ คือ 
- พระอรหันต์ ตอบตามศาสนาพุทธ 
- พระศิวะ พระพรหม พระนารายณ์ ตอบตามศาสนาพรามหณ์-ฮินดู โดยไม่อิงความเชื่อที่เอนเอียงของคนที่นับถือ 
- โป๊ยเซียน ถ้าเทียบความเชื่อของบ้านเรา เซียนก็คือฤาษีดีๆนี่เอง ดังนั้นขอจัดอยู่ในอันดับสุดท้าย 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเทียนเซียน ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

พระศิวะ พระวิศณุ ท่านเป็นเทพในระดับไหน สูงกว่าพระพรหมมั๊ย แล้วท่านอยู่ที่ชั้นไหน

พระศิวะ พระวิศณุ ท่านเป็นเทพในระดับไหน สูงกว่าพระพรหมมั๊ย แล้วท่านอยู่ที่ชั้นไหนของเทวโลก

ถ้าถามถึงเรื่องมหาเทพทั้ง3อย่างนี้ ผมก็ต้องขอตอบแบบความเชื่อของศาสนาพรามหณ์-ฮินดูก่อน ตามหลักศาสนาพรามหณ์-ฮินดูนี้ เขาไม่มีเรื่องการแบ่งระดับชั้นของสวรรค์หรอกครับ สวรรค์ของศาสนานี้เป็นชั้นเดียวกันหมด แต่จะแบ่งกันอยู่เป็นแดนๆไป ดังนั้นแต่ละแดนก็จะมีเหล่ามหาเทพนี้ปกครองอยู่ แดนนึงก็พระศิวะปกครอง อีกแดนนึงก็พระนารายณ์ปกครอง อีกแดนก็พระพรหมปกครองไป ดังนั้นเทวโลกของศาสนาพรามหณ์-ฮินดูนั้นจะไม่มีการแบ่งชั้นแน่นอน จะแบ่งก็เพียงแต่ระดับความยิ่งใหญ่ขององค์เทพแต่ละองค์ครับ ซึ่งก็หมายถึงว่าถ้าถามว่าพระศิวะและพระนารายณ์เป็นเทพระดับไหน ก็ต้องตอบว่าเป็นเทพในระดับเดียวกัน ซึ่งมีฐานะและศักดิ์เท่ากับพระพรหมครับ เพียงแต่ในศาสนาพรามหณ์-ฮินดูจะมีคนนับถือแต่ละพระองค์ต่างๆกันไป บางกลุ่มนับถือพระศิวะมาก ก็จะบอกว่าพระศิวะใหญ่กว่าองค์อื่นๆ บางกลุ่มนับถือพระนารายณ์มาก ก็จะบอกว่าพระนารายณ์ยิ่งใหญ่กว่า ดังนั้นถ้าตอบไม่แบบไม่อิงความเชื่อของคนตามแบบศาสนาพรามหณ์-ฮินดู มหาเทพทั้ง3ก็ต้องมีความยิ่งใหญ่เท่าๆกันครับ จึงปรากฏกายในรูปความเชื่อของ "พระตรีมูรติ" เพียงแต่ในปัจจุบัน เราจะเห็นคนนับถือพระศิวะมากกว่า เราเลยได้ยินเสมอๆว่า พระศิวะยิ่งใหญ่ที่สุดครับ 

คราวนี้จะตอบแบบความเชื่อของศาสนาพุทธบ้าง ในศาสนาพุทธนั้นกล่าวถึงเรื่องเทพ-พรหมไว้น้อยมาก แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าศาสนาพุทธจะไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องเทพ-พรหมเลย คราวนี้ผมจะขอกล่าวถึงเรื่องการแบ่งภพภูมิของเทวโลกก่อน เพราะในศาสนาพุทธได้แบ่งไว้อย่างละเอียดและลึกซึ้งมากๆในเรื่องของสวรรค์ชั้นต่างๆ คราวนี้ถ้าคุณเคยอ่านในเรื่องการแบ่งสวรรค์และพรหมโลกมาบ้าง คุณก็น่าจะรู้ได้ว่า พระพุทธเจ้าท่านแบ่งพรหมโลกไว้สูงกว่าเทวโลก ดังนั้นถ้าตอบแบบศาสนาพุทธประกอบกับความคิดของผมเล็กน้อย พระพรหมผู้อยู่ในพรหมโลกย่อมสูงกว่าเทพแน่นอนครับ คราวนี้เราต้องมาว่าเรื่องพระศิวะกับพระนารายณ์นั้นอยู่ในระดับไหนกันต่อ อันนี้เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมาหลายต่อหลายครั้ง เพราะถ้าตามประวัติ...ท่านทั้งสองนี้ก็ยังเป็นเทพอยู่ เพียงแต่เป็นเทพในชั้นของมหาเทพ แต่ถ้าตามสายสัญญา เทพทั้งสองนี้ได้มีฐานะเทียบเท่าชั้นนิพพานไปแล้ว จนปรากฏออกมาในรูปแบบขององค์พระธรรมในสายสัญญาบารมี(เทียบชั้นนิพพาน แต่ยังไม่เข้านิพพาน) คราวนี้ผมจะขอกล่าวในคำตอบแบบอิงประวัติดีกว่า เพราะถ้าตอบแบบในสายสัญญาคุณอาจจะไม่เข้าใจ แต่ถ้าผมจะตอบแบบอิงประวัตินั้นก็คงจะต้องตีกับหลายๆคำตอบในปัจจุบันหรือตีกับหลายๆความเชื่อของคนอื่นๆเป็นแน่ เอาเป็นว่าถ้าเราแบ่งสวรรค์ จะเห็นได้ว่าแต่ละชั้นนั้นไม่ได้บอกเลยว่าชั้นไหนใหญ่กว่ากัน เช่น ชั้นดุสิตที่เหล่าพระโพธิสัตว์อยู่นั้นก็ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าเป็นสวรรค์ชั้นที่มีฐานะต่ำกว่าสวรรค์ชั้นปรนิมมิตะฯ ทั้งที่สวรรค์ชั้นปรนิมมิตะฯอยู่เลยสูงขึ้นไปกว่าชั้นดุสิตมาก อันจะหมายถึงว่าผู้ที่อยู่ในสวรรค์ชั้นปรนิมมิตะฯจะมีฐานะสูงกว่าผู้อยู่ในดุสิตก็ไม่ได้ ดังนั้นการแบ่งสวรรค์เลยเป็นการแบ่งเพื่อให้ทราบถึงดินแดนของผู้ปฏิบัติธรรมแต่ละระดับเท่านั้น มิได้แบ่งเพื่อให้ทราบว่าใครใหญ่กว่าใคร อีกอย่างจุดประสงค์ที่ศาสนาพุทธแบ่งสวรรค์ออกมา ก็เพื่อให้ผู้ที่สนใจใคร่ธรรมะได้อ่านและทราบได้ว่าถ้าอยากอยู่สวรรค์ชั้นนี้หรือชั้นไหนๆจะต้องปฏิบัติตนเช่นไรต่างหาก คราวนี้เรามาเข้าประเด็นว่าพระศิวะกับพระนารายณ์อยู่ที่สวรรค์ชั้นใด ผมก็ต้องตอบเลยว่าจากการที่เคยอ่านมานั้นมีหลายที่มามากๆซึ่งบอกว่าท่านทั้งสองอยู่สวรรค์ชั้นนั้นบ้างชั้นนี้บ้าง แต่ถ้าคุณไปอ่านการแบ่งสวรรค์คุณจะพบว่าทุกชั้นนั้นมีผู้ปกครองสวรรค์ชั้นนั้นๆอยู่แล้ว เช่น ชั้นจาตุมหาราชิกา ก็มีจตุโลกบาลทั้ง4ปกครองอยู่ ดังนั้นผมก็ไม่เคยเห็นจะมีการบอกว่าสวรรค์ชั้นไหนที่มีพระศิวะหรือพระนารยณ์ปกครองอยู่เลยในศาสนาพุทธ ฉะนั้นคำตอบส่วนนี้ผมเลยต้องตอบแบบอิงสายสัญญามาด้วยคือท่านทั้งสองนี้มีระดับเทียบเท่าชั้นพระนิพพานแล้วหรือพูดง่ายๆคือเป็นระดับผู้สำเร็จสูงสุดแล้วแต่ไม่เข้านิพพาน กลายๆว่าจะเป็นชั้นพระโพธิสัตว์ ก็ขอตอบแบบผ่าเหล่าไปหน่อยว่าสวรรค์ที่ท่านทั้งสองนั้นอยู่ก็คือสวรรค์ชั้นดุสิต อันเป็นสวรรค์ของเหล่าพระโพธิสัตว์หรือชั้นของผู้สำเร็จเทียบชั้นพระนิพพานนั่นเอง แต่ถ้าจะพูดในเชิงลึกขององค์พระธรรมในสายสัญญาด้วย เราคงต้องไปว่ากันในเรื่องธาตุอีกครับ ซึ่งมันจะเป็นเชิงลึกเกินไป 

สรุป
ถ้าตอบข้อนี้แบบศาสนาพรามหณ์-ฮินดู ก็ขอตอบว่าสวรรค์ไม่มีการแบ่งชั้น และพระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม มีระดับเท่ากัน แต่ถ้าตอบแบบศาสนาพุทธและอิงประวัติบางส่วน อีกทั้งตามแนวคิดของตนเองประกอบกับความเชื่อของสายสัญญา ก็ขอบอกว่าชั้นของพระพรหมสูงกว่าชั้นเทวโลก แต่ถ้าถามว่าพระศิวะกับพระนารายณ์อยู่สวรรค์ชั้นไหน ก็ขอตอบอิงแบบสายสัญญา คือสวรรค์ชั้นดุสิต โดยตอบอีกว่าพระศิวะและพระนารายณ์เป็นเทพในระดับเดียวกัน คือเป็นผู้สำเร็จเทียบชั้นพระนิพพาน 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเทียนเซียน ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

โป้ยเซียน เห้งเจีย มีตัวตนมั๊ยครับ? ไม่ค่อยเห็นใครมีองค์ท่านเหล่านี้เลย

โป้ยเซียน เห้งเจีย มีตัวตนมั๊ยครับ? ไม่ค่อยเห็นใครมีองค์ท่านเหล่านี้เลย

โป๊ยเซียนกับเห้งเจียในไซอิ๋วนั้นก็ล้วนแต่หาตัวตนจริงๆให้เราเห็นไม่ได้ในปัจจุบันแน่นอน นอกจากในหนังสือ แต่ถ้าถามว่าเคยมีร่างทรงของท่านเหล่านี้ไหม ก็ขอตอบเลยว่า ผมก็คือคนนึงที่มีองค์บารมีประจำสังขารเป็น1ในโป๊ยเซียน ส่วนเห้งเจียนั้น ถ้าคุณมาดูการโปรดญาติของสายสัญญาคุณจะเจอร่างที่มีองค์เห้งเจียหลายต่อหลายท่านเช่นกัน ซึ่งดูจากคำถามของคุณ ก็คิดว่าคุณคงจะไปสัมผัสกับคนทรงหรือตำหนักทรงมาน้อยมากๆ เอาเป็นว่าถ้าอยากเห็นคนทรงที่มีองค์โป๊ยเซียนหรือเห้งเจีย ก็ขอแนะนำให้ไปดูการทรงพระทางภาคใต้เวลากินเจ รับรองได้เลยว่าไม่มีทางที่คุณจะไม่เจอร่างทรงของโป๊ยเซียนหรือเห้งเจียแน่นอน เพียงแต่ถ้าคุณไปดูแล้ว คุณจะแยกออกหรือไม่ ระหว่างการทรงจริงกับการทรงปลอม ส่วนที่ถามว่าท่านเหล่านี้มีตัวตนไหม อันนี้ก็ต้องตอบแบบคนที่มีความเชื่อว่ามีจริงครับ เพียงแต่เราคงไม่สามารถเห็นท่านได้เป็นแน่ เพราะท่านก็มีภพภูมิของท่านเช่นกัน 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเทียนเซียน ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

เคยได้ยินคำว่า "กายทิพย์" หมายความว่าอย่างไรคะ?

เคยได้ยินคำว่า "กายทิพย์" หมายความว่าอย่างไรคะ?

กายทิพย์ถ้าพูดแบบคร่าวๆก็เปรียบได้กับกายของจิตครับ ซึ่งร่างกายที่เราใช้ทุกวันนี้ เราเรียกว่ากายหยาบ แต่กายทิพย์นั้นอยู่ภายในร่างกายเราอีกทีนึง โดยกายทิพย์ก็จะมีความละเอียดของจิตต่างๆกันไปครับ อยู่ที่ระดับการฝึกฝนและบุญกุศล อย่างองค์ของแต่ละคนเขาไม่มีกายหยาบครับ มีแต่กายทิพย์ แต่ถ้าเป็นองค์ระดับล่างๆ กายทิพย์ของเขาจะไม่ละเอียดมาก แต่ถ้าเป็นองค์ระดับสูง กายทิพย์ท่านจะละเอียดมากเสียจนบางองค์อาจจะเหมือนไม่มีกายทิพย์ไปเลยครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

เปลี่ยนชื่อใหม่แล้วจะดีหรือ?

เปลี่ยนชื่อใหม่แล้วจะดีหรือ?

ถ้าเปลี่ยนชื่อแล้วไม่เปลี่ยนนิสัย ก็เหมือนกับเสียเวลาไปที่ว่าการอำเภอเพื่อเปลี่ยนชื่อนั่นแหล่ะครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณแขกผู้มาเยือน ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

ขอความรู้ในการเลือกนับถือ..... ในสายสัญญาบารมี

ขอความรู้ในการเลือกนับถือ..... ในสายสัญญาบารมี

ถาม: ในการที่เราเข้ามานับถือในสายสัญญาบารมี ผมอยากถามว่าเราจะเลือกนับถือ+คล้องวัตถุมงคล 
-พระพุทธเจ้า ถ้าเป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุปัน หรือพระประจำวันเกิด อย่างไหนจะเหมาะครับ 
-เทพเจ้า ต่างๆ องค์จตุครามรามเทพ 
- หลวงพ่อ หลวงปู่ เกจิอาจารย์ 
-กุมารทอง + เครื่องรางของขลังอื่นๆ 
-การทำพิธีลงนะหน้าทองสามารถไปร่วมได้หรือไม่อย่างไรครับ 
ผมรู้สึกอึดอัดว่าควรจะทำตน ปฎิบัติตนอย่างไรดี คือเป็นคนที่เริ่มต้นเรียนรู้น่ะครับ ขอความกระจ่างด้วย 
ขอความกรุณาด้วยเถิดครับ เพื่อจะได้มีปัญญา 

ตอบ:


(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณแขก ตอบโดยอาจารย์ตึ๋ง)


 

องค์สำเร็จคืออะไรหรือคะ?

องค์สำเร็จคืออะไรหรือคะ?

ถ้าจะกล่าวแบบเข้าใจง่ายๆและสั้นๆคือ องค์เทพที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนั้น ยังมีองค์เทพที่ติดอยู่ในกิเลสหรือความหลงในบางอย่าง เราจะเรียกเทพพวกนี้ว่าเป็นองค์ที่ยังไม่สำเร็จ ซึ่งองค์เทพองค์นั้นจะยิ่งใหญ่หรือโด่งดังแค่ไหนก็ตาม ถ้ายังติดอยู่ในสิ่งที่บอกนั้น ก็จัดว่าเป็นองค์ที่ยังไม่สำเร็จ แต่องค์สำเร็จคือองค์เทพที่พ้นจากกิเลสหรือการหลงยึดติดทุกสิ่งแล้ว ซึ่งในสายสัญญาองค์เทพเหล่านี้จะปรากฏในรูปแบบขององค์พระธรรมนั่นเอง 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณกัลยาณมิตร ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

การประจุญาณลงเทวรูปผมสามารถทำได้หรือเปล่าครับ จะมีผลเสียหรือเปล่าครับ?

การประจุญาณลงเทวรูปผมสามารถทำได้หรือเปล่าครับ จะมีผลเสียหรือเปล่าครับ?

ตอบ: ก็ลองถามองค์ดูสิครับว่าทำได้ไหม เพราะถ้าปฏิบัติจนถึงระดับนึงแล้วถึงแม้จะยังไม่ยกถาดก็ประจุญาณได้ครับ ผลเสียมันไม่มีหรอกครับ จะมีก็แต่ประจุญาณไม่ได้แค่นั้นแหละครับ (ถ้าปฏิบัติไม่ถึงระดับนึงต่อให้นั่งประจุญาณทั้งวัน ก็ไม่มีประโยชน์ครับ)

ถาม: ลองถามองค์ดูแล้วครับสามารถทำได้ครับ แต่ล่ะครั้งที่ผมบรรจุนั้นองค์ที่เราบรรจุนั้นลงประทับเราด้วยครับแตระยะเวลาสั้นๆครับ ก็ลองไปแล้วครับปู่ฤษี ท้าวเวทสุวรรณ ครับแต่ไม่รูได้เหรือเปล่าก็ไม่รู้

ตอบ: ถ้าสัมผัสได้ก็แปลว่าทำได้ครับ (ได้หรือไม่ได้ ไม่สำคัญ มันอยู่ที่ใจและในตัวเราครับ)

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณโอ ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

เวลากรวดน้ำเขาบอกว่าให้เทน้ำไม่ให้ขาดสาย จริงเท็จเป็นอย่างไรคะ? แล้วถ้าเทน้ำไม่ส

เวลากรวดน้ำเขาบอกว่าให้เทน้ำไม่ให้ขาดสาย จริงเท็จเป็นอย่างไรคะ? แล้วถ้าเทน้ำไม่สม่ำเสมอจะเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?

ไม่จริงครับ เวลาเทน้ำจะขาดสายบ้างก็ไม่เป็นไรครับ แต่ก็ไม่ใช่เทน้ำได้ครึ่งถังแล้วค้างไว้ แล้วไปทำอย่างอื่น แล้วค่อยมาเทต่ออีกวันนะครับ...555 อันนี้ไม่ได้นะ การกรวดน้ำแต่ละครั้งควรจะกรวดให้เสร็จในครั้งเดียวไปเลย แต่น้ำนั้นขาดสายได้ครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

ถังและกะละมังที่ใช้สำหรับกรวดน้ำ จำเป็นต้องเป็นสีขาวรึเปล่าค่ะ?

ถังและกะละมังที่ใช้สำหรับกรวดน้ำ จำเป็นต้องเป็นสีขาวรึเปล่าค่ะ?

ไม่จำเป็นครับ จะเป็นสีอะไรก็ได้ แม้แต่สีดำก็ยังได้เลยครับ เพียงแต่ถังน้ำหรือกะละมังที่ใช้กรวดน้ำนั้น ควรเป็นถังน้ำหรือกะละมังที่ใช้กรวดน้ำโดยเฉพาะครับ ไม่ใช่เดี๋ยวเอาไปซักผ้าบ้าง เอาไปรองน้ำถูพื้นบ้าง อันนี้ไม่ควรครับ เราควรแยกถังน้ำหรือกะละมังที่ใช้กรวดน้ำออกต่างหากเป็นการเฉพาะกิจครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

เวลาที่เขียนองค์พระธรรมให้ตัวเอง เขียนๆ ไปเราจะง่วงค่ะ บางทีก็มีเหมือนกันที่เผลอ

เวลาที่เขียนองค์พระธรรมให้ตัวเอง เขียนๆ ไปเราจะง่วงค่ะ บางทีก็มีเหมือนกันที่เผลองีบไปตอนกำลังเขียนอยู่ หลายครั้งที่พอเขียนเสร็จ ( รวมถึงตอนดับล้างด้วย ) เราจะเพลียจนต้องไปหลับอะค่ะ

ถ้าเขียนแล้วมีอาการเพลียระหว่างที่เขียนหรือเกิดง่วงนอนขึ้นมากะทันหันนั้น แปลว่าภายในของคุณสายอัปสรยังมีช่องว่างของพลังอยู่ ต้องลงองค์พระธรรมให้มากๆในช่วงนี้ไปซักพัก จนกว่าจะเริ่มชินและอาการดังกล่าวจะหายไปเองครับ เพราะอาการดังกล่าวนี้จะเป็นตัวชี้วัดการปฏิบัติของเราไปในตัวด้วยครับ แต่อาการดังกล่าวจะต้องไม่เกี่ยวกับการง่วงนอนตามธรรมชาติหรืออ่อนเพลียจากการทำงานมาจนล้านะครับ ต้องแยกให้ออกด้วยในจุดนี้ ส่วนเรื่องขี้เกียจ อันนี้คงต้องตัวใครตัวมันคร๊าบบบบบ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณสายอัปสร ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

เขียนองค์ธรรมคืออะไร? ได้ผลมากน้อยแค่ไหน?

เขียนองค์ธรรมคืออะไร? ได้ผลมากน้อยแค่ไหน?

องค์พระธรรมก็คือตัวแทนขององค์เทพต่างที่อยู่ในชั้นหรือระดับเทียบพระนิพพาน ซึ่งออกมาในรูปลักษณะเป็นเหมือนรายนามของเทพนั้นๆ(ลายเซ็นต์) การลงองค์พระธรรมก็คือการเขียนรายนามของเทพลงในตัวเพื่อเสริมหรือรักษาและปราบสิ่งไม่ดีที่แฝงมาในร่างกาย ซึ่งผู้ที่ถูกลงองค์พระธรรมนั้นจะมีอาการต่างๆนาตามแต่ว่าในตัวจะมีสิ่งไม่ดีอะไรที่แฝงอยู่ ซึ่งถ้าถามว่าพิสูจน์ได้ไหม คงจะไม่มีใครตอบได้เท่าตัวของคุณเอง แต่ถ้าถามคนที่ผ่านการลงองค์พระธรรมแล้ว คงไม่มีใครกล้าบอกว่า "งั้นๆแหล่ะ" เพราะทุกคนที่เคยผ่านการลงองค์พระธรรมนั้นจะสัมผัสได้ในตัวเองไม่มีใครบังคับแต่อย่างใด ส่วนวิธีการลงองค์พระธรมนั้นไม่มีอะไรมาก แค่คุณมา เราก็เขียนองค์พระธรรมด้วยเหล็กจารซึ่งไม่เจ็บ ไม่เปรอะเปื้อน ไม่มีบาดแผลให้คุณแต่อย่างใด และถ้าถามว่าลงเพื่ออะไรก็บอกได้หลายอย่างตามแต่คนที่มาลงจะประสงค์ให้ลงเพื่ออะไร บางคนก็มาลงเพื่อเสริมพลังขององค์เทพและร่างตัวเอง บางคนก็มาลงเพื่อให้รักษาโรคภัย บางคนก็มาให้ลงเพื่อรักษาคุณไสย์และสิ่งที่มาแฝงในร่างกายเช่น สัมภเวสี บางรายก็มาเพื่อจะเสริมโชคลาภหรือเสริมความนิยมชมชอบในหน้าที่การงาน ครอบครัว แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ไม่มีคาถา ไม่มีเกี่ยวกับคุณไสย์มนต์ดำ ไม่มีพิธีรีตองตลอดถึงการบวงสรวงแต่อย่างใด แต่ถ้าอยากรู้ให้มากกว่านี้ ลองไปอ่านที่หน้าหลักก่อนก็ได้ครับ เมื่อไม่เข้าใจหรือสงสัยตรงจุดไหน ค่อยมาถามละกันครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณแขก ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

น้องสาวบอกว่าตอนสวดบทบูชาพระบารมีและธาตุ ทำไมเขารู้สึกตัวสั่นๆ ค่ะ?

น้องสาวบอกว่าตอนสวดบทบูชาพระบารมีและธาตุ ทำไมเขารู้สึกตัวสั่นๆ ค่ะ?

อันนี้เป็นธรรมดาของคนที่เปิดองค์แล้วมาแสดงอาการครับ เพราะส่วนใหญ่คนที่มีอาการแบบน้องสาวของคุณ เพียงแค่มาสวดบทบูชาพระบารมีและธาตุก็จะมีอาการให้รับรู้กันเสมอๆ แต่อาการที่แสดงออกมานั้น เป็นอาการขององค์บารมีที่แท้จริงกำลังขับไล่สิ่งไม่ดีในร่างให้ออกจากร่างน้องสาวคุณไงครับ เหมือนที่คุณมีความรู้สึกว่าลมออกหูไงครับ โดยอาการแต่ละคนจะไม่เหมือนกันครับ 10คน10อาการครับ กำหนดไม่ได้แน่นอน ดังนั้นแล้วก็แนะนำว่าควรจะสวดต่อไปจนกว่าอาการจะหายไปครับ หรือไม่คุณก็ลองสังเกตุบทสวดดูสิครับ จะเห็นว่าเชิญแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงให้มาช่วยเสริมและช่วยรักษาทั้งนั้น แล้วอย่างนี้สิ่งไม่ดีในตัวเราจะไม่มีอาการได้ยังไงล่ะครับ ส่วนถ้าจะถามต่อว่าองค์บารมีของน้องสาวคุณจริงๆแล้วเป็นใคร อันนี้ขอแนะนำว่าน้องสาวคุณควรเปิดใจให้พร้อมกว่านี้ พยายามอย่ายึดติดกับองค์ที่ชอบ แล้วคำตอบมันจะออกมาเองเมื่อมาเจอกันอีกครั้งครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

เราสามารถสวดบทบูชาพระบารมีและธาตุ และคำกรวดน้ำ สถานที่อื่นๆ ได้ไหมคะ? ถ้าไม่ใช่ท

เราสามารถสวดบทบูชาพระบารมีและธาตุ และคำกรวดน้ำ สถานที่อื่นๆ ได้ไหมคะ? ถ้าไม่ใช่ที่บ้านเราเอง

ได้ครับ เราจะสวดที่ไหนก็ได้ จะเป็นกลางป่ากลางเขา เวลาไปเที่ยว บ้านคนอื่นๆ ที่ทำงานหรือแม้แต่นั่งรถโดยสารก็สามารถสวดบทบูชาพระบารมีและธาตุได้ ส่วนกรวดน้ำก็เช่นกันครับ สามารถทำที่ไหนก็ได้ถ้าคุณสะดวกครับ และบทบูชาพระบารมีและธาตุ อีกทั้งบทกรวดน้ำ คุณสามารถทำวันละกี่ครั้งก็ได้ครับ ซึ่งถ้ายิ่งทำมาก องค์บารมีของเราก็จะยิ่งสูงขึ้น เวรกรรมของเราก็ยิ่งหมดเร็ว และอื่นๆก็จะดีขึ้นตามลำดับของแต่ละคนครับ 

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

ถ้าเราจะสวดมนต์บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตามปกติ ก่อนสวดบทบูชาพระบารมีและธาตุ

ถ้าเราจะสวดมนต์บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตามปกติ ก่อนสวดบทบูชาพระบารมีและธาตุ ต้องจุดธูป 3 ดอก ก่อน แล้วค่อยมาจุดธูป 5 ดอก บูชาบทพระบารมีและธาตุหรือเปล่าค่ะ? (รวมเป็น 8 ดอก) งง?

เอาตามนี้ละกันครับ เวลาเราจุดธูป3ดอกเพราะเราบูชาพระรัตนตรัยเท่านั้น แต่ถ้าเราจุด 5 ดอก ก็หมายถึงบูชาพระรัตนตรัยด้วย บิดามารดาด้วย ครูบาอาจารย์ด้วย ซึ่งก็รวมเป็น 5 ดอกเท่ากับการจุดธูปเวลาบูชาพระบารมีและธาตุพอดี ดังนั้นเราก็รวบยอดทีเดียวเลย โดยการจุดธูป 5 ดอกในครั้งเดียวพอ เพราะได้บูชาพระรัตนตรัยด้วย บิดามารดาด้วย ครูบาอาจารย์ด้วยและบูชาพระบารมีและธาตุด้วยในการจุดธูป 5 ดอกครั้งเดียวครับ

(ข้อมูลจากเว็บบอร์ดเก่า ถามโดยคุณเปิ้ล ลำลูกกา ตอบโดยคุณจ้าวนครสิบทิศ)


 

Additional information

free server monitoring site uptime


View My Stats
P&T Hosting Co., Ltd. :: บริการ | จดโดเมนเนม | เว็บโฮสติ้ง | VPS | Co-location |