Welcome to :: www.SaiSanYa.net :: สายสัญญาบารมี  Welcome to :: www.SaiSanYa.net :: สายสัญญาบารมี

๓.การดับล้าง

๓.การดับล้างฟอกวิญญาณในตน

ภาคการดับล้างฟอกวิญญาณในตน
การดับล้าง กล่าวโดยใช้ศัพท์ทางวิชาการเรียกว่า “การปฏิรูปวิญญาณ” ซึ่งเป็นการพัฒนาวิญญาณในกองสังขารของตนให้เกิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภายในสูตรธาตุธรรมที่ปรุงแต่งประชุมร่วมกัน อยู่ในกองสังขารทุกส่วนที่เป็นวิญญาณซ้อนรูปสังขารอยู่ สังขารเป็นเรือนร่างให้วิญญาณเป็นผู้อยู่อาศัย สังขารเป็นผู้พาวิญญาณสร้างบารมี สังขารต้องเป็นตัวพาปฏิรูปวิญญาณ

กองสังขารของผู้ปฏิบัติธรรม เปรียบเสมือนวัดวาอารามแห่งหนึ่งก่อนที่จะเอาพระเข้ามายั่งสถิตอยู่จะต้องปัดกวาด เช็ดถู ขัดสีฉวีวรรณ วัดวาอารามนั้นให้สะอาด น่าอยู่ น่าอาศัย อย่างร่มเย็นเป็นกุศล คุณพระก็จะยั่งสถิตอยู่อย่างสถิตสถาพร มีซ่องโจรป่าเถื่อนเสนียดจัญไร คุณพระก็ไม่มายั่งสถิตย์อยู่ ดังนั้นผู้ปฏิบัติธรรมจึงต้องมีวิธีขัดสีฉวีวรรณวัดวาอารามในกองสังขารของตน เพื่อให้คุณพระมาอยู่มากๆ ซึ่งเป็นเหตุผลในการเข้าถึงคุณธรรมชั้นสูง ผู้ไม่ได้ดับล้างจะมีผีอยู่เต็มตัว ต่างกรรมต่างวาระอยู่ที่การเสพอาหาร มั่วสุมโลกีย์วิสัยและการทำลายกุศลธรรมในกองสังขารด้วยการเสพสิ่งเมถุน สุรายาเสพติด วัตถุมีพิษ ในบุคคลที่เกิดมาเพื่อลดชั้นตนเอง และกลายเป็นมนุษย์นอกศาสนาโดยไม่รู้ตัว ผีจึงมีเชื้อสายสิงเกาะสุมอยู่ในตัวตนด้วย

อนึ่ง เมื่อมนุษย์มีแต่ความเสื่อมโทรม สะสมวิญญาณตัวอกุศลธรรมไว้ในกองสังขารหลายชาติเรื่อยมา ความสกปรกรุงรังก็ติดวิญญาณเวียนว่ายตายเกิด ตัวอกุศลก็ติดตามปรุงแต่งต่อภพต่อชาติ เรียกว่าตกอยู่ในกองทุกข์พระองค์ต้นบรมครู จึงให้ศิษย์ดับล้างออก ล้างกองสังขารปฏิรูปวิญญาณในตัวตน หรือปฏิวัติธาตุธรรมในองค์การกายนครแบบเบ็ดเสร็จ

ขั้นตอนปฏิบัติการดับล้าง

๑) จุดธูปเทียนอาราธนาถวายสักการะบูชา ก่อนลงมือดับล้างของวันหนึ่งๆ(ท่านผู้ใดดับล้างตลอดวันไม่ต้องจุดธูปบูชาหลายครั้ง)
๒) การสำรวมกายภาวนาตั้งธาตุ หนุนธาตุ ปั่นพลังวิญญาณธาตุในกองสังขาร ผู้ปฏิบัติควรภาวนาด้วยปากเปล่า ปั่นกายให้ได้ไม่ต่ำกว่า ๑๗ ครั้ง ควรฝึกสำรวมกายและจิต ภาวนาตั้งธาตุ สูดลมให้ลึก การแสดงท่านั่งสำหรับผู้ปฏิบัติซึ่งบำเพ็ญอยู่ในเคหะสถานส่วนตัว มีห้องส่วนตัวไม่ประเจิดประเจ้อจะเลือกท่านั่งในการดับล้างตามสะดวก หรือตามชอบใจก็ไม่เป็นการผิด ผู้สูงอายุอาจนั่งบนเก้าอี้ดับล้างบนโต๊ะเหมือนนักเรียนอ่านหนังสือก็ได้ นั่งยองๆ หรือนั่งเหยียดขาก็ได้ เพื่อให้เลือดลมในกองสังขาร หมุนเวียนไปทั่วสารพางค์กายโดยสะดวก
๓) การตั้งใจกล่าวคำดับล้างด้วยจิตจดจ่อ อย่าให้สติลอยวอกแวกนึกคิดไปทั่วๆ ให้อ่านออกเสียงพอได้ยินและชัดถ้อยชัดคำแล้วจึงเป่าไฟ ช่วงจังหวะการเป่าไฟให้ดับนั้น ให้เป่าไปให้ดับช้าๆ (เผาผีบนฝ่ามือ) กล่าวคำเสริมให้ชัดถ้อยชัดคำ อย่าพูดรุกรน หรือเร็วจนฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่ต้องกังวลว่าบทดับล้างนั้นยาวหลายหน้ากระดาษ แล้วรีบดับล้างให้จบเร็วๆ (เอาคุณภาพไม่เอาปริมาณ)
๔) การเป่าลมใส่ไฟเทียน เมื่อกล่าวคำดับล้างแล้ว ควรยกมืออีกข้างหนึ่งรองรับให้ไฟดับบนฝ่ามือ
๕) การหยุดเว้นวรรค เพื่อภาวนาตั้งธาตุหนุนธาตุ เมื่อดำเนินการดับล้างไปได้ ๙-๑๐ บรรทัด หรือหนึ่งหน้ากระดาษ ปั่นกายหลายๆ ครั้ง สูดลมอัดเข้าปอดลึกๆ แล้วค่อยผ่อนลมทีละน้อยให้เกิดการจรุงธาตุภายใน แล้วดับล้างเป่าไฟไปเรื่อยๆ จนพอใจ บทดับล้างบทหนึ่งเราจะหยุดพักไว้ตอนใดก็ได้แล้วค่อยหาเวลาดับล้างต่อ
๖) การภาวนาธาตุหนุน หลังจากดับล้างจนพอใจแล้ว ตั้งใจว่าตอนนี้เอาเพียงแค่นี้ นั่งพับเพียบพนมมือภาวนาธาตุ ปั่นกายหลายๆ ครั้งเสร็จแล้วภาวนาองค์พระธรรมองค์ต่างๆ เข้ามายั่งจนพอใจ แล้วลุกขึ้นไปกรวดน้ำ
๗) การกรวดน้ำหลังจากดับล้าง ผู้ปฏิบัติควรท่องบทกรวดน้ำให้จำได้ ตักน้ำสะอาดเต็มขันใส่แป้งหอม หรือน้ำอบให้มีกลิ่นหอม เพราะว่าพวกวิญญาณทั้งหลายเขาชอบของหอม แล้วเทน้ำลงไปในที่สะอาดกล่าวบทกรวดน้ำไปค่อยๆ หยาดน้ำลงไปจนพอใจ

มรรคผลจากการดับล้าง
จากการได้ดับล้างพวกวิญญาณในตัวตนเผาล้างตัวอกุศลธรรมวิญญาณเชื้อสายพญามาร ตัดสายโยงวาโยฝ่ายชั่วออกจากตัวตน เผาล้างธาตุเมืองอบายภูมิ ผู้ปฏิบัติจะมีแต่ข้อได้ดี มีมรรคผลบังเกิดดังนี้

  • วิญญาณจะใสสะอาด บริสุทธิ์ผุดผ่อง ปราศจากอวิชชาครอบงำ มองด้วยจักษุทิพย์จะขาวนวลเปล่งรัศมี ผิดไปจากวิญญาณมนุษย์ธรรมดาสามัญโดยทั่วไป
  • พวกกลุ่มสาริกธาตุมลทิน ศีลไม่บริสุทธิ์จากเวรกรรมที่ติดวิญญาณมาแต่อดีตชาติ และชาตินี้จะค่อยเบาบางลง จนกระทั่งหมดสิ้นไป
  • ตัดสายโยงวาโยวิญญาณธาตุเชื้อสายพญามารออก บรรดาอธรรมทั้งหลาย ไม่สามารถทำลายล้างฝ่ายธรรมะได้ จึงพ้นจากศัตรูหมู่มารทุกประเภททั้งที่มีสังขารและเหล่าวิญญาณอุบาทว์สารพัดชนิด
  • พระบารมียั่งมาส่งสายโยงวาโยธาตุกายสิทธิ์อิทธิฤทธิ์ทุกประการมาประคับประคองสังขาร มีพญานาคราช คอยปกป้องคุ้มครอง และประหารวิญญาณมาร บรรดาเทพอิทธิฤทธิ์จะคอยส่งพลังบรรลัยจักประหารวิญญาณอุบาทว์ช่วยและช่วยให้พ้นภัยจากมนุษย์ทั้งหลาย
  • เมื่อกองสังขารมีวิญญาณอันปราศจากอาสวะกิเลสสิ่งสกปรกรุงรัง ได้ถูกเผาล้างจนเตียน และน้ำไม่ดีก็แห้งขอดไป จะส่งผลให้บรรลุทางจิตเกิดในมโนบุบผัง มีพระบารมีมาเทียบเข้าภวังค์ ทำให้แจ้งในจิตแตกหลักธรรม มีวิจารญาณสูง
  • ได้เป็นมนุษย์ชั้นอริยชน ชนชั้นผู้มีวิญญาณเข้าถึงคุณธรรมอันบริสุทธิ์ของศาสนา เรียกว่า ชนชั้นผู้ประเสริฐ มีวิญญาณเป็นพระอยู่ภายในในยุคนี้
  • กองสังขารเป็นธรรม บังเกิดบุญสะสมทางภาวนามัยและศีลมัยไปพร้อมๆ กัน
  • เมื่อวิญญาณ ได้รับการปฏิรูปเป็นสูตรใหม่จะแปรเปลี่ยนระบบปฏิพัทธ์ธาตุธรรมทั้ง ๔ ในองค์การกายนคร เป็นสื่อสายโยงวาโยโดยมีวิญญาณเหล็กไหลลิงค์มาเชื่อมให้พระบารมีลงสวมได้ง่าย วิญญาณในกองสังขารจะมีพลังชูในกองสังขารขึ้น พระบารมีสามารถชูสังขารแสดงเหตุให้พิจารณาได้
  • เพิ่มพูนค่าอริยทรัพย์ภายในต่อเนื่องจากกุศลมูลเดิมอดีตชาติมากขึ้นเป็นทวีคูณ ด้านอานิสงส์ศีลมัย ภาวนามัย และโภคทรัพย์มนุษย์สมบัติก็ออกรับรองมาตามสายญาติ
  • การที่ผู้ปฏิบัติธรรมสายสัญญาได้ดับล้างตัววิญญาณธาตุอกุศลธรรมในกองสังขารของตน ซึ่งเป็นการเอาของไม่ดีออกจากวิญญาณภายในกายตนมีความหมายเป็นการเผาผีในกองสังขารของตนเองตลอดชีวิตที่สังขารยังเป็นๆ อยู่ ประเด็นนี้ถือเป็นวิวัฒนาการใหม่ของสายญาติศาสนา โดยเป็นผู้จัดการวิญญาณของตนเองขณะที่มีชีวิตอยู่ โดยหลักการแล้ววิญญาณมนุษย์จะได้ไปสวรรค์วิมานชั้นใดนั้นขึ้นอยู่กับการกระทำคุณงามความดีของตนในวาระที่เป็นสังขารอยู่ หากสังขารที่เกิดมาในชาตินี้มิได้พาวิญญาณสร้างคุณงามความดี มิได้ปฏิบัติธรรม เมื่อสิ้นอายุขัยจะจัดงานบำเพ็ญกุศลศพใหญ่โตก่อนพิธีฌาปนกิจศพมากน้อยเพียงใดก็ไม่มีผลทำให้เขาได้รับผลกรรมดีได้ เพราะว่าโลกวิญญาณฝ่ายเจ้ากรรมนายเวร เขาไม่ยอมปล่อยโดยเด็ดขาด ดังนั้นการได้ดับล้างฟอกฝนวิญญาณของผู้ปฏิบัติธรรมสายสัญญาจึงเป็นระบบการปฏิรูปวิญญาณของตน เมื่อถึงวาระสิ้นอายุขัยแล้วสังขารก็แตกดับเป็นดิน น้ำ ลม ไฟ ตามเดิม ใครจะเอาไปทำอะไรก็แล้วแต่วิญญาณไม่มามัวสนใจแล้ว 

 

Additional information

free server monitoring site uptime


View My Stats
P&T Hosting Co., Ltd. :: บริการ | จดโดเมนเนม | เว็บโฮสติ้ง | VPS | Co-location |