Welcome to :: www.SaiSanYa.net :: สายสัญญาบารมี  Welcome to :: www.SaiSanYa.net :: สายสัญญาบารมี

๑.ประวัติองค์พระบรมครูต้นศาสดาบารมี

ประวัติองค์พระบรมครูต้นศาสดาบารมี (พ่อต้น)

ประวัติศาสตร์ องค์พระบรมครูต้นศาสดาบารมี
ชาติภูมิ นามแห่งสังขารโลก อาจารย์ทองพูน เสาโร เกิดที่บ้านตากแดด ตำบลนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันพุธ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีขาล พุทธศักราช ๒๔๔๓ เวลาเช้าตรู่ ตรงกับวันที่ ๑ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๔๔๓
นามบิดา นายจันทร์
นามมารดา นางทอง
มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๕ คน คือ พระองค์ท่านทองพูน นางบู่ นางผล นางร่วม นางถวิล

ประวัติองค์พระบรมครูต้นศาสดาบารมี (พ่อต้น)

ประวัติศาสตร์ องค์พระบรมครูต้นศาสดาบารมี
ชาติภูมิ นามแห่งสังขารโลก อาจารย์ทองพูน เสาโร เกิดที่บ้านตากแดด ตำบลนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันพุธ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีขาล พุทธศักราช ๒๔๔๓ เวลาเช้าตรู่ ตรงกับวันที่ ๑ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๔๔๓
นามบิดา นายจันทร์
นามมารดา นางทอง
มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๕ คน คือ พระองค์ท่านทองพูน นางบู่ นางผล นางร่วม นางถวิล

ลักษณะพิเศษของพระองค์ท่าน

ลักษณะพิเศษของพระองค์ท่าน

ก่อนเกิด มารดาตั้งครรภ์อยู่ได้นิมิตว่ามีผู้นำพานดอกบัวมาให้ เมื่อครบกำหนดคลอดมารดามีสุขภาพแข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วย ปวดครรภ์ปั่นป่วนอยู่หลายวัน แต่ไม่ปวดมากจึงได้ไปตามหมอตำแยมาตรวจดู หมอได้ทายทักว่าจะเป็นผู้มีบุญมาเกิด ต้องจัดแต่งเครื่องรับรอง ประกอบด้วย ผ้าขาว ธูป เทียน เมื่อคลอดแล้ว ปรากฏว่ามีผมที่กระหม่อมม้วนขอดเป็นก้นหอย ร้องกวนตลอดเวลา มารดาจึงนึกขึ้นได้ว่าได้จัดซื้อของเครื่องรับรองไว้ แต่ยังมิได้จัดแต่งเป็นเครื่องรับ จึงได้จัดพานแต่งเครื่องรับรองขึ้น ตั้งรับรองจนครบ ๓ วัน แล้วจึงไม่ร้องกันอีก เป็นกุมารที่ได้รับการเทิดทูนของบิดามารดา เลี้ยงง่ายเป็นที่โปรดปราน จึงได้ขนานนามว่า ทองพูน สังขารโลกถือกำเนิดในครอบครัวคนสามัญธรรมดา ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทร์มหาจุฬาลงกรณ์ฯ รัชกาลที่ ๕ แห่งราชวงศ์จักรี ยุคกรุงรัตนโกสินทร์ นับเป็นสัญญาหมายของโลกวิญญาณทิพย์กำหนดจุติในดินแดนเมืองพระพุทธศาสนา อันเป็นนครหลวงแห่งบุญกุศลที่สูงที่สุดในโลก ผู้มีบุญได้ลงมาจุติแล้ว มนุษย์ในบ้านเมืองไม่มีใครล่วงรู้สัญญาหมายสำคัญนี้เลย ภาคพื้นภพมนุษย์อันเป็นดินแดนราชอาณาจักรไทยนี้ เป็นจุดที่หมายที่พระพุทธเจ้าหลายพระองค์ลงมาจุติ แล้วได้ตรัสรู้ประกาศพระศาสนาในเมืองมนุษย์มาหลายพระองค์แล้ว ช่วงเวลานั้นประเทศไทยกำลังเผชิญกับยุคล่าอาณานิคม ศาสนาพุทธกำลังจะเข้าสู่กึ่งพุทธกาล

การใช้ชีวิตสังขาร โลกของพระองค์ท่านตั้งแต่เยาว์วัยในชนบท การศึกษาระบบโรงเรียนยังไม่มี จนอายุได้ ๑๓ ปี ในพุทธศักราช ๒๔๕๖ จึงบรรพชาเป็นสามเณร เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย สามารถเรียนรู้ได้เร็วใช้เวลาเพียง ๑ พรรษา พระองค์เป็นผู้มีจิตใจรักผูกพัน เป็นห่วงเป็นใยบิดามารดามาก เพราะเป็นบุตรคนโต ไม่อยากเห็นบิดามารดาลำบาก จึงสึกออกมาช่วยบิดามารดาทำงาน เยี่ยงคนธรรมดาทั่วไป

ยุคนี้ สถานการณ์โลกกำลังคับขันช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ ในรัชสมัยแผ่นดินของรัชกาลที่ ๖ ปีพุทธศักราช ๒๔๖๔ อายุสังขารของพระองค์ท่านทองพูน อายุได้ ๒๑ ปี ได้อุปสมบท ๒ พรรษา ที่วัดบ้านแพงพวย อำเภอนางรอง ในระหว่างนั้น ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมคัมภีร์ เป็นด้วยเดชบุญญาธิการของพระองค์ท่านใช้เวลาศึกษาเล่าเรียนไม่นานก็แตกฉานในพระธรรมวินัย สามารถเทศน์ได้ดีเยี่ยม สามารถสวดพระปาฏิโมกข์ คาถาพันปากเปล่าได้ พระองค์ท่านเป็นผู้ริเริ่มพัฒนาวัดที่บวชอยู่โดยคิดขยายกุฏิให้กว้างขวาง จึงชวนพระภิกษุและญาติโยมไปตัดไม้ในป่า ต้องค้างแรมอยู่ในป่าหลายวัน คืนวันหนึ่งใกล้รุ่งพระองค์ท่านเห็นมงกุฎทองมาสวมศีรษะ แล้วได้เล่าเรื่องให้พระภิกษุทั้งหลายทราบแต่ไม่มีใครเชื่อ หาว่าพระองค์ท่านสติหลอน หลังจากช่วยกันขนลากไม้กลับวัด จัดแจงสร้างกุฏิเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระองค์ท่านได้ไปเยี่ยมโยมบิดามารดาที่บ้าน แจ้งให้ทำความสะอาดบ้านเรือนแล้วทำน้ำมนต์ประพรมบ้านให้ หลังจากนั้นประมาณสี่เดือนจึงได้ลาสิกขาบท หลังจากนั้นก็แสวงหาศิลปวิทยาทั้งหลายทั้งทางโลกและทางธรรมอยู่เรื่อยในยุคสมัยนั้น พระองค์ท่านเป็นผู้มีปฏิภาณดีมาก เป็นอัจฉริยะบุคคลสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว บทสวดมนต์บางบทเพียงได้ยินพระสวดก็สวดตามได้หมด ได้ใช้ชีวิตอย่างสามัญชนทั่วไป ทำนาค้าขายของป่า โดยใช้เกวียนที่ทำขึ้นใช้เองเป็นพาหนะ เดชะบุญบารมีแต่ครั้งปุเรนชาติสร้างมา ส่งให้มาจุติเพื่อบังตาโลกให้มาซ่อนรูปอย่างชนสามัญ มีจิตใจเป็นธรรม มีเมตตาจิตต่อมนุษย์ทั้งหลาย ได้ช่วยทำการรักษาผู้เจ็บป่วยทุกข์ทรมานสังขารทั้งหลายด้วยน้ำทิพย์มนต์ และสมุนไพร โดยมิได้เรียกร้องค่ารักษาเพียงแต่ให้ค่ายกครูเล็กน้อยเท่านั้น เมื่ออายุได้ ๒๕ ปี ยังมิได้หยั่งรู้ถึงอำนาจบุญบารมีของตน ดำเนินชีวิตดั่งชาวบ้านทั่วไป ได้สมรสกับนางพิมพา เพียซ้ายสูงเนิน แล้วแยกครอบครัวออกจากบ้านของบิดามารดาไปบุกเบิกที่ทำนาใหม่ที่บ้านหนองม่วง อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา วันหนึ่งภรรยาของท่านได้เข้าป่าไปหาผลไม้กลับมามีอาการปวดศีรษะ และเป็นอัมพาตเป็นอยู่ภายใน ๓ วันก็สิ้นชีวิต เนื่องจากลูกยังเล็กมาก ไม่มีใครช่วยดูแล จึงย้ายไปอยู่กับพ่อตา แม่ยายที่บ้านหนองโดน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์แต่เดิม

เริ่มถึงสัญญาแห่งการบรรลุ

เริ่มถึงสัญญาแห่งการบรรลุ
วันหนึ่งรู้สึกปวดตาอย่างแรง ได้แจ้งให้แม่ยายแต่งเครื่องขันธ์ ๕ มีปัจจัย ๑๖๐ บาท ธูป ๕ เทียน ๕ ผ้าขาว ๑ ผืน ดอกไม้ขาว ตั้งพานยกบูชาขึ้นไว้ จึงหายเป็นปกติ มีความวิริยะอุตสาหะในการทำงานอย่างมาก มีนาทุ่งกว้างใช้ควายเทียมไถ ๖ ตัว ผลัดกันทีละตัว ทั้งวันไม่ยอมหยุดพัก จนเสร็จภายใน ๓ วัน ในปีต่อมา ขณะไถนาอยู่ได้มีกระแสเสียงลงมาจากเบื้องบนว่า “ท่านเอยหยุดเถิด เลิกกระทำกลับไปชำระสะสรงองค์กายปฏิบัติตัวเถิด” พระองค์ก็เหลียวมองหาคนพูดก็ไม่เห็น คงพูดพึมพำแต่ผู้เดียวว่า “เราจะรีบทำงานให้แล้วเสร็จใครมาบอกให้หยุดอีกหนอ” หลังจากนั้นมาก็มีสิ่งดลกระแสจิตให้ปฏิบัติตัว ด้วยบุญญาภินิหารตั้งอธิษฐานขอให้สว่างโลกสว่างธรรม จนปรากฏมีดวงแก้วลอยอยู่รอบบ้านพระองค์ท่าน แม้แต่ชาวบ้านก็เห็นเป็นเวลาหลายคืน พระองค์จึงได้ตั้งอธิษฐานถ้าจะมาให้สว่างโลกสว่างธรรม ก็ขอให้ดวงแก้วนั้นเข้าสู่ตัว แต่ถ้าจะมาทำให้ทรมานก็ขอให้เคลื่อนออกไป ก็ปรากฏว่าดวงแก้วเคลื่อนเข้าสู่ตัวตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๔๘๑ พระองค์ได้แต่งเครื่องบูชาขึ้นรับรองดวงแก้วประกอบด้วยทอง ๒ สลึง ปัจจัยส่วนพระองค์ ๑๒ ตำลึงของบุตรอีก ๑ บาท บายศรีธูปเทียน ผ้าขาวรับรอง พระองค์ได้ยินกระแสเสียงเรียกก้องลงมาจากเบื้องบนว่า “กุมารภาวนาเข้าจงสร้างบารมีศรีอาริเมตไตรย จะได้เป็นองค์ ๕ กุมารภาวนาเข้า อิ นะ ทะ นะ ทิ นะ หนุนนะ” แล้วเริ่มเล็งแลเห็นบรรลุจักษุทิพย์ โสตทิพย์ ขั้นพื้นฐานก่อนมีพระบารมีมาเปิดเผยแล้วพระองค์ก็ขุดหลุม จัดเอาเครื่องบูชาที่จัดไว้ทั้งหมดใส่ลงในหลุมคลุมด้วยผ้าขาวแล้วกลบดินวางสัญญาต่อพระธรณี แล้วพระบารมีก็ให้พระองค์จารึกอักขระลงในไม้หลักตีลงในหลุมนั้นเป็นการวางสัญญาประกาศแก่โลกวิญญาณทั้งหลาย ตลอดผู้สำเร็จทุกกระทรวงทั้งเบื้องล่างเบื้องสูง ทั้ง ๘ ทิศทั่วกะโรทวีปได้ทราบการสร้างบารมีศรีอาริยเมตไตรยเกิดขึ้นเป็นปฐมฤกษ์แล้ว เมื่อตอนเที่ยงคืน โดยมีบุตรหญิงอยู่ร่วมพิธีได้เห็นการกระทำโดยตลอด ตั้งแต่บัดนั้นองค์สำเร็จดวงแก้วเทพรำลึกลงชูสังขารเป็นพระบารมีองค์นำสร้าง พระบารมีองค์นำสร้างกล่าวนามพระองค์ท่านว่า “ต้น” หมายถึงองค์พระผู้เป็นต้นบ่อเกิดแห่งแก้วเทพรำลึกในเอกภพ พระบารมีองค์นำสร้างตลอดทั้งพระบารมีองค์พระผู้สำเร็จภาคโลกวิญญาณทิพย์ทุกพระองค์ กล่าวนามพระองค์ท่านทองพูนว่า “ต้น” มีฐานะเป็นต้นศาสดาบารมีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ส่วนการดำรงชีวิตนั้น โดยโลกกับธรรมเป็นของคู่กันจะต้องมีที่พึ่ง ต้องหาผู้รับรอง ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาแห่งสังขารโลกในการครองชีวิตเรื่อยมา พระบารมีองค์นำสร้างมิได้ห้ามในการมีภรรยาของพระองค์ท่าน มิได้ถือเป็นข้อขัดข้องในหนทางสร้างบุญบารมี มิได้เป็นความผิดอันใด หากแต่ต้องมีผู้รับรองช่วยเหลือตามภาวะวิสัยแห่งการดำรงชีวิตในเมืองมนุษย์นี้ อยู่มาไม่นาน พระองค์ท่านได้สมรสกับภรรยาคนใหม่ ซึ่งคนแรกเสียชีวิตไปแล้ว ชื่อนางศรี แซ่เต็ง มีบุตรชายหญิงอีก 2 คน ในระหว่างเวลานั้น พระองค์ท่านได้เที่ยวโปรดญาติรอนแรมไปในที่ต่างๆ ตามแต่พระบารมีจะเปิดบอกให้ไปทิศใด โดยมิได้แสดงตนว่าเป็นผู้วิเศษให้บุคคลที่ขอรับประสิทธิ์คุณธรรมได้รู้เลย เที่ยวรักษาคนป่วยที่หมอรักษาไม่หาย โดยทำน้ำทิพย์มนต์ให้กินเพียงขันเดียว ไม่อวดศักดานุภาพทางคุณธรรมให้เป็นที่เอิกเกริกเลื่องลือใดๆ เลย เพียงแต่บอกเป็นหมอธรรมบ้าง อาจารย์ของดีบ้าง หมอทำนายบ้าง เป็นการสร้างสมบารมี เอาธรรมะเป็นทานช่วยมนุษย์ผู้ตกอยู่ในกองทุกข์ใช้เวร เสพผลกรรมชั่วทุกข์ทรมานสังขาร เหตุเพทภัยวิบัติทั้งที่มาจากวิญญาณอุบาทว์และโรคภัยอันเนื่องมาจากกองสาริกธาตุธรรมทั้งสี่เป็นมลทินในวิญญาณมนุษย์ พระบารมีชูจิตให้ปฏิบัติตนเคร่งครัดพร้อมกับเที่ยวจาริกโปรดญาติเรื่อยไปทุกหนทุกแห่งที่พระบารมีเปิดเผย บอกญาติใดกุศลมูลเดิมมาดีก็ได้รับโปรดถือปฏิบัติเอา บางคนได้รับแต่เพียงแก้ไขเหตุผ่านๆ ไป การช่วยญาติมีทุกกรณีที่มาหาช่วยแก้ไขทุกข์ยาก และโปรดคุณธรรมสร้างเสริมความเจริญในการประกอบสัมมาอาชีพทั้งปวงแก่บุคคลผู้มาขอรับโปรด ได้รับเหตุตอบสนองทันตาเห็นโดยถ้วนหน้า แก้ไขกรรมกรณีทั้งคดีโลกและคดีธรรมอยู่มาไม่นาน นางศรีไม่เข้าใจชีวิตนักบุญของพระองค์ท่าน จะเป็นกับนางมิใช่คู่สร้างบารมีที่แท้จริง จึงไม่เข้าใจในหนทางบุญญาบารมีอันสูงส่งของพระองค์ มีสิ่งทำให้นางไม่มีความยินดีที่จะอยู่กับพระองค์ นางศรีจึงขอแยกไม่อยู่เป็นผู้ให้การรับรองอีกต่อไป การที่พระองค์ท่านทองพูน ต้องมาเกี่ยวข้องกับนางศรี แซ่เต็ง ระยะหนึ่งเพื่อให้หมดเวรต่อกัน ภายหลังจากภรรยาคนแรกเสียชีวิตไปหลายปีนั้น พระองค์ท่านมีญาณวิเศษจักษุทิพย์สามารถตรวจสอบอดีตชาติ ตรวจสอบวิญญาณมนุษย์ได้ รู้เห็นว่าบรรดาวิญญาณภายในของบุคคลแวดล้อมที่มาเกี่ยวข้องกับชีวิตของพระองค์ล้วนแล้วแต่เคยเป็นพระประยูรญาติมาทุกยุค ในส่วนที่เคยมีเวรผูกพันมาแต่ครั้งปุเรนชาติ วิญญาณสังขารของพระองค์มาจุติเป็นสังขารนี้ก็อยู่ภายใต้สัญญาธรรมที่เป็นกฎหมายปกครองระบบสุริยจักรวาลอยู่ เมื่อพระองค์มีกรรมกรณีที่เกี่ยวเวรกับมนุษย์ใด พระบารมีจึงยินยอมให้ใช้เวรภาคสังขารคือเมื่อพิจารณาเห็นว่าพระองค์ยังค้างคามากับนางศรี แซ่เต็ง ซึ่งต้องมาชดใช้ ชดเชยในส่วนที่เขาไม่ได้รับความเป็นธรรมมีมาในชาติหนึ่งๆ ชีวิตของนางศรีจึงต้องมาผ่านวิถีชีวิตการบำเพ็ญบุญญาบารมีของพระองค์ท่านวรรคหนึ่ง การใช้เวรภาคสังขารของพระองค์ท่านทองพูนเป็นเรื่องกรณีพิเศษในฐานะผู้มีอำนาจบริหารโลกวิญญาณครอบโลก ซึ่งเป็นเรื่องขององค์กรสถาบันทิพย์ องค์พระผู้สำเร็จทุกกระทรวงมิต้องการให้ผู้เป็นต้นศาสดาบารมีค้างคาเวรกับสังขารใดๆ เลย สัญญาธรรมกฎหมายปกครองระบบสุริยะจักรวาลก็ไม่ยกเว้นกับสังขารต้นศาสดาบารมีด้วยเหมือนกัน หลังจากแยกกับนางศรีแล้ว พระบารมีองค์นำสร้างก็ประคับประคองชูสังขารสร้างบารมีช่วยผู้ทุกข์ยากเข็ญใจ เที่ยวโปรดไปในท้องที่หลายจังหวัดซึ่งสมัยนั้นการคมนาคมไม่สะดวก ต้องเดินเท้าข้ามน้ำข้ามทุ่งเที่ยวโปรดไปตามหมู่บ้านที่มีศิษย์ปฏิบัติอยู่และในตัวเมือง บางครั้งก็มีศิษย์ที่เป็นอาจารย์อาวุโสปัจจุบันได้สะพายย่ามติดสอยห้อยตามเดินทางไปด้วยขณะเดินทางไปเรื่อยๆ ก็บรรจุหลักธรรมให้แก่ศิษย์เรื่อยไป พระบารมีเปิดเมื่อไรก็บรรจุเมื่อนั้น เดินอยู่ก็ภาวนาได้ เปิดส่งลงมาอย่างไรก็ทำตามหมด ในบางโอกาสเข้าไปอาศัยค้างแรมในวัดได้ร่วมสนทนาธรรมกับนักบวช มีพระภิกษุขอรับประสิทธิ์อำนาจคุณธรรม บางท่านนำไปปฏิบัติจนได้เหตุได้ผล นำไปช่วยญาติโยมมากมาย จนในที่สุดพระองค์ท่านได้พบกับท่านแม่ล้วน(ภรรยาปัจจุบัน) พระองค์ท่านได้พิจารณาทางจักษุทิพย์ ได้โปรดเอาท่านแม่ล้วนได้ตรวจสอบกุศล บุญญาบารมีเคยสร้างสมเป็นคู่บารมีกันมาแต่ปุเรนชาติหลายยุคหลายชาติ ด้วยเหตุผลต้องกู้คู่สร้าง ต้องให้ความเป็นธรรมในบุคคลที่เคยมีหุ้นส่วนบุญกันมาแต่ปางปุเรนชาติ ที่พึงได้ร่วมสร้างบารมีและได้รับโภคทรัพย์รับรองในมนุษย์สมบัติ ซึ่งท่านแม่ล้วนเคยทำคุณงามความดีเป็นกุศลมูลเดิมมีมา พระบารมีองค์นำสร้างกำหนดให้กู้เอากลับคืนจะได้ไปเสวยสุขในพระศาสนาในยุคหน้าด้วยและต้องมีผู้ปรนนิบัติ ช่วยเหลือ ให้ได้แผ่ญาติสายกุศลเพื่อเปิดทางให้วิญญาณผู้มีบุญมาจุติร่วมสร้างบารมีด้วย จึงได้จัดการสู่ขอท่านแม่ล้วน มาเป็นคู่สร้างพระบารมี แล้วย้ายมาอยู่ที่บ้านหนองโดน ได้จัดซื้อที่ดินที่เป็นบริเวณวิหารปัจจุบันในจำนวนเงิน ๒๐ บาท ปลูกกระท่อมไม้ไผ่ขุดเผือกมันรับประทาน ปัจจัยที่ญาติสนองคุณเมื่อมาขอรับโปรดก็จะนำออกทำทานจนแทบไม่มีเหลือ คงมีไว้พอประทังชีวิต ท่านแม่ล้วนก็ทำตามไม่เคยขัดเลย มีบุตรชายหญิงเกิดมา ๕ คน ได้บำเพ็ญตนช่วยญาติรักษาคนป่วยที่เป็นโรคหลายชนิดที่หมอรักษาไม่หายด้วยยาบารมีเปิด บางคนใช้น้ำมนต์เพียงขันเดียว ท่านแม่ล้วนคอยช่วยแบ่งเบาภาระต่างๆ คอยตักน้ำไว้ทำน้ำมนต์ ช่วยตัดหลักไม้ ทำให้พระองค์ท่านเร่งการปฏิบัติตน ดับล้าง ปราบมาร โปรดญาติโดยสะดวก ท่านแม่ล้วนได้ช่วยพระองค์ท่านด้วยความอุตสาหะทุกวันหลายเดือนหลายปี เมื่อปฏิบัติร่วมกันเจ็ดปี พระบารมีทดลองความอดทนหลายอย่าง พระองค์ท่านถามว่าจะเป็นคู่สร้างบารมีได้หรือไม่ จะรู้พิจารณาเท่าทันอำนาจบารมีสิ่งใดควรไม่ควร พระองค์ท่านเขียนหลักท่านแม่ล้วนเป็นผู้เอาหลักไปตีลงพื้นปฐพี บางวันช่วยตีหลักจนสว่างโดยมิได้ปริปากบ่นเลยแม้แต่น้อย บอกให้ทำอะไรก็ทำตามมิให้ขัดคำบารมี ท่านแม่ล้วนจะคอยต้มน้ำร้อนให้พระองค์อาบเมื่อกลับจากโปรดญาติ ท่านจะอาบน้ำร้อนให้สังขารสะอาดหมดจด กระทำในวรรคที่ออกโปรดญาติบ่อยๆ โดยน้ำร้อนมิได้ทำให้สังขารพุพองเลย ประพรมสังขารด้วยแป้งหอมเพราะพระบารมีตุ้มต้อมล้อมกายมากทุกเวลา ยอดผักก็ไม่เด็ดไม่ยอมถือสิ่งมีชีวิตมาบ้าน ถ้าไม่เปิดให้รับจะไม่รับ แล้วไม่หิวอาบน้ำบ่อยในบางวรรคของการบำเพ็ญปฏิบัติตน นั่งดับล้างกรวดน้ำ ๗ วัน ๗ คืน อาหารไม่รับ ๗ วัน ท่านแม่ล้วนจุดธูปเทียนบูชาเอาน้ำหอมพรมเท้าท่านทุกวัน บางวันมองเห็นรูปสังขารเป็นคนหนุ่ม จะมีญาติมาหาจะรู้ก่อนสั่งให้เตรียมตักน้ำ ใส่ถังรอไว้ สร้างบารมีในวรรคคุณธรรมห้องโหรโลก จะผลัดเปลี่ยนนุ่งห่มผ้าใหม่ต้องเอาฤกษ์ กระทำอยู่ในระยะสามเดือน ด้วยอำนาจอานิสงส์ที่ท่านแม่ล้วนช่วยพระองค์ท่านสร้างในฐานะคู่บารมีของท่าน ทำให้บารมีแก่กล้ามีอานิสงส์สูงส่งขึ้น พระองค์ท่านได้ลงองค์พระธรรมให้บ่อย รดน้ำมนต์และดับล้างช่วย บุตรก็ให้ปฏิบัติตามทุกคน ซึ่งแล้วแต่ คนใดจะถือปฏิบัติได้เพียงไรแล้วแต่บุญญาบารมีของแต่ละบุคคลจะถือเอาปฏิบัติเอา

เสด็จโปรดวิญญาณ

เสด็จโปรดวิญญาณ
เมื่อบรรลุธรรมมีอำนาจคุณธรรมสูงส่งได้เสด็จโปรดวิญญาณทั้งหลายกลางป่าเขาใหญ่ที่เทือกเขาดงพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เหล่าวิญญาณอิทธิฤทธิ์ที่สถิตอยู่ทุกแห่งทั่วโลกหลายระดับชั้นพากันมาเฝ้าพระองค์ต้น บ้างสาธุการ บ้างทดสอบว่าใช่ต้นบ่อเกิดแห่งธรรมจริงหรือไม่ บ้างแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อวดศักดานุภาพ พระองค์เล็งแลเห็นวิญญาณด้วยจักษุทิพย์มีวิญญาณพวกอิทธิฤทธิ์พากันมาทางทิศบูรพา พากันมาถามว่า ถ้าเป็นต้นศาสนาจอมมุนีโลก ให้พูดภาษาของเขาออกมา และเทศนาให้ฟัง ถ้าพูดภาษาเขาไม่ได้เทศนาโปรดเขาไม่ได้ เขาจะรุมตีให้ตาย พระองค์ได้เทศนาเป็นภาษาวิญญาณให้อิทธิฤทธิ์ที่มากันเป็นกองทัพฟัง เขาจึงยอม และรับสัญญาจะเป็นบารมีช่วยศิษย์ต้นบรมครูอีกด้วย บรรดาอิทธิฤทธิ์นั้นมีทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายธรรมะ และอธรรม คือ ฝ่ายเป็นศีลธรรม และไม่เป็นศีลธรรม พระบารมีองค์นำสร้างชูสังขาร พระองค์เทศนาโปรดเหล่าวิญญาณแต่ชั้นเป็นศีลธรรม มีหลายประเภทแต่ละประเภทต้องใช้ภาษาของเขาชั้นหนึ่งต้องใช้ภาษาเทศนาอีกอย่างหนึ่ง บรรดาวิญญาณที่ได้รับเทศนาต่างแซ่ซ้องสาธุการรับสัญญากับพระองค์ต้น จะขอไปในศาสนาด้วย จะเป็นบารมีเบื้องล่างช่วยอำนวยการให้จัดงานกู้ญาติ ส่งเหตุแก่ญาติผู้ที่ปฏิบัติที่ถือดีทำดีเป็นศีลธรรม จัดงานกู้โลกกู้ธรรม ล้างโลก ล้างอธรรมในภาคพื้นมนุษย์จะเป็นฝ่ายรับรองการสร้างบุญบารมีของผู้ปฏิบัติธรรมที่อยู่ในชั้นภูมิทุกภูมิภาค จะส่งเหตุให้เห็นเหตุในกรณีต่างๆ คอยปกป้องคุ้มครองให้พ้นเหตุเภทภัยจากศัตรูหมู่มาร และป้องกันอิทธิฤทธิ์นานาชนิดของฝ่ายพวกพญามาร ยักษ์ อสูรกาย อมนุษย์ทั้งหลาย

กู้สายญาติสายกุศลอดีตชาติ

กู้สายญาติสายกุศลอดีตชาติ
พระบารมีองค์นำสร้าง เปิดให้พระองค์ลงหลักสัญญายั่งให้อำนาจบารมีเบื้องล่าง ตลอดนาคราชนาคเรศให้คัดเซ็นมนุษย์ที่จะหลั่งไหลเข้าหาต้นบรมครูให้อำนวยการต้านทานมนุษย์ผู้จะมาเป็นมาร และผู้แสวงหาทางเอกลาภ ให้ยินดีเฉพาะผู้ที่แสวงหาบุญกุศลจริงๆ ให้ผู้มีกุศลมูลเดิมมาดีให้ถึงสัญญาเข้ารับการกู้เข้าสู่หลักธรรมต่างวาระกันไป พระบารมีจะคัดเซ็นวิถีจิตมนุษย์ บุคคลจะมาอย่างไรพระบารมีจะรู้หมด พระองค์จะทราบหมด ไม่ว่าใครจะมาลักษณะใด จะบอกเหตุทางจักษุทิพย์ โสตทิพย์ ให้ทราบเหตุการณ์ความเป็นไปต่างๆ ในภาคพื้นมนุษย์ทั่วโลกเป็นการล่วงหน้าไว้หมด สายญาติสายกุศลแต่ครั้งอดีตชาติกระจายอยู่ทั่วโลก ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ได้เคยสร้างสมบุญญาบารมีมีกุศลมูลเดิม จึงได้ไปเกิดเป็นมนุสเทโวชั้นปกครองบ้านเมืองนานาประเทศ และอยู่ในเมืองพุทธศาสนาในอดีตส่วนในประเทศไทยมีผู้มีบุญมากที่สุดในโลก มีมูลค่าเป็นวิญญาณเหล่ามนุสเทโว ลงมาจุติสร้างบารมีในเมืองพุทธศาสนาระดับสูงที่สุดในโลก ญาติบางท่านถึงวรรคให้เวรเสพผลกรรม ทนทุกข์ทรมานสังขาร บางท่านใฝ่หาทางพ้นทุกข์ ผ่านการบำเพ็ญศีลภาวนามานานปี บางท่านมีคดีโลกจากผลสะท้อนของกรรมในชาติก่อน ส่งผลให้ชีวิตสับสนลำเค็ญ บางท่านประกอบกิจการกำลังจะล้มละลาย บางท่านถูกมรสุมชีวิต ถูกลอบสังหาร บางท่านแก้ปัญหาชีวิตไม่ได้แทบจะฆ่าตัวตายอยู่แล้ว เพราะชีวิตทุกสังขารมิได้รู้เท่าในบาปบุญคุณโทษของตนมีมา ต่างได้มาพบพระองค์ท่านด้วยอำนาจกุศลมูลเดิมน้อมนำ ให้ลิขิตชีวิตได้มาพบซึ่งได้ลงมาจุติเพื่อมากอบกู้สายญาติสายกุศล แก้ไขเวรกรรมที่นำซัดมนุษย์ทั่วโลกอยู่ขณะนี้ เมื่อองค์กรสถาบันทิพย์ได้คัดเซ็นให้ได้พบพระองค์ท่านแล้ว ต่างปิติยินดีด้วยอำนาจบุญญาบารมีของพระองค์อย่างล้นพ้น มีความซาบซึ้งประดุจชีวิตตายแล้วเกิดใหม่ พระองค์ท่านเล็งเห็นวิญญาณของศิษยานุศิษย์อยู่ในกองทุกข์กรรมกรณีทั้งคดีโลกและคดีธรรมจะต้องแก้ไขตามกฎแห่งกรรม ตามธรรมาธิษฐานด้วยการบัญญัติกอบการกุศลสังฆทานแก้เวรเป็นวรรค ได้เล็งเห็นธาตุอกุศลธรรม กรรมกิเลสในวิญญาณสุมอยู่ในกองสังขารเป็นเมฆหมอกดำในวิญญาณ เรียกว่า “มนิลเมฆลิง” พระบารมีจึงเปิดคำดับล้างส่วนตัวให้ดับล้างเฉพาะบุคคล เฉพาะกรรมกรณีให้ดับล้างฟอกฝนภายในสาริกธาตุธรรม ที่เป็นมลทินในวาโยธาตุธรรมองค์การกายนครให้ปฏิบัติบูชาตนเป็นที่พึ่งแห่งตนแล้วกรวดน้ำส่งโลกวิญญาณ โดยผ่านองค์กรสถาบันทิพย์ฝ่ายอิมินา ซึ่งเป็นองค์บารมีอำนวยการด้านสนองคุณ แทนคุณ และแผ่ส่วนกุศลในโลกวิญญาณสู่ชั้นภูมิเจ้าที่ธรณีศาลโลก (เจ้ากรรมนายเวร) หลายระดับชั้นให้การรับรอง อโหสิกรรมให้เป็นไปตามสัญญา ทั้งนี้แล้วแต่กรรมเวรมากน้อยต่างวาระกันไป ได้พิจารณาโปรดน้ำทิพย์มนต์แก่ผู้ที่ใช้เวรด้วยสังขารเจ็บป่วยทรมาน พระบารมีชั้นภูมิเทวดา เจ้าป่าพนาเวศน์จะบอกคำภาวนาวิญญาณไม้ยาทำน้ำทิพย์มนต์รักษาโรคแต่ละชนิด และเปิดเผยไม้ยาชนิดต่างๆ ประกอบกันต้มรับประทาน ทั้งเป็นยาบำรุงพลังฟอกล้างเลือดลมในกองสังขาร และรักษาโรคเฉพาะกองสังขารบุคคลหนึ่งๆ เรียกว่า “ยาบารมี” ซึ่งยาแต่ละขนานจะต้องพิจารณาตรวจสอบทางจักษุทิพย์ เมื่อพิจารณากองสังขารญาติพระบารมี จะรายงานทุกเวลาที่ญาติขอ

พระองค์ต้นบรมครู วางโองการสัญญาต่อโลกทิพย์วิวัฒนาการโลก

พระองค์ต้นบรมครู วางโองการสัญญาต่อโลกทิพย์วิวัฒนาการโลก
เมื่อเริ่มเข้าถึงกึ่งพุทธกาล องค์กรสถาบันทิพย์เบื้องบนจะส่งวิญญาณมนุษย์ผู้มีกุศลมูลเดิมมาก ลงมาจุติในภาคพื้นเมืองพุทธศาสนาแห่งนี้ เพื่อสร้างบารมีธรรมวิวัฒนาการต่อเนื่อง จะมีมนุสเทโวระดับโลกในอดีตชาติมาจุติตามเจตจำนงของเบื้องบนเป็น ๓ ส่วน เป็นเทพหลายฝ่าย ส่วนหนึ่งให้จุติซ่อนรูปมาเป็นทุกขตเข็ญใจตามพระองค์ต้นบรมครู วางหลักธรรม กู้หลักธรรม ล้างวิญญาณอุบาทว์ ช่วยบ้านเมืองทางภาคโลกวิญญาณ สร้างบารมีติดสอยห้อยตามพระองค์ท่าน ส่วนหนึ่งส่งลงมาให้ดำรงสถาบันศาสนารูปแบบแผนเดิมไว้เป็นเทพทางศาสนาเป็นผู้มีบุญญาบารมีมูลเดิมมาแต่อดีตชาติ ซึ่งพระองค์ต้นบรมครูได้เคยตรัสบอกไว้ว่าพระสงฆ์ระดับสูงของไทยเคยเป็นพระอรหันต์ในสมัยพุทธกาลหลายองค์ และอีกส่วนหนึ่งให้จุติเกิดมาเป็นชนชั้นสูง เป็นเทพปกป้องบัลลังก์พระศาสนา เทพปกครองและเทพฝ่ายอื่นๆ ให้ช่วยกันประคับประคองชาติบ้านเมือง พากันสร้างบุญญาบารมีรักษาสถาบันพระศาสนาเอาไว้จึงได้มีผู้มีบุญทั้ง ๓ ส่วนกระจายไปทั่วประเทศไทย ซึ่งเป็นสายญาติสายกุศล สร้างบารมีทั้งทางโลกและทางธรรมเกี่ยวพันกันเรื่อยมาในอดีตชาติทุกยุคทุกสมัยถึงปัจจุบันพระองค์ต้นบรมครูลงหลักสัญญาต่ออำนาจพระบารมีเบื้องล่างเบื้องสูงเดินกลไกวิวัฒนาการทีละขั้นเรียกยุคนี้ว่า ธรรมวิวัฒนาการโลกยุคต้นโพธิ์ศรีแห่งธรรมมิคราชา หมายถึง ทั้งกู้เอาและปราบล้างทิ้งทางวิญญาณ เมื่อเข้าสู่วิวัฒนาการนานเข้าสถานการณ์โลกจะยิ่งคับขันเข้าทุกด้าน เกิดวิกฤติการณ์รุนแรงไปทั่วโลก ใครดีใครอยู่ ผู้มีบุญทั้งสามส่วนของไทยจะหันหน้าเข้าร่วมมือกันช่วยชาติบ้านเมือง ชนต่างชาติจะหลั่งไหลเข้ามาพึ่งบุญญาบารมีในประเทศไทย นานเข้าพลโลกจะเหลือน้อย ประเทศไทยจะเป็นศูนย์รวมของผู้มีบุญสร้างบารมีธรรมวิวัฒนาการโลกตอนกลาง มนุษย์ทั้งโลก ๓ ร่มโพธิ์จะเหลือร่มโพธิ์ศรีเดียว คือ ต้นโพธิ์ศรีแห่งธรรมมิคราชา พระองค์ท่านได้ตรัสบอกไว้หมดแล้วว่าชนชาติหนึ่งๆ จะเหลืออยู่เท่าใด ชนชาติที่เคยนับถือพุทธศาสนาจะได้รับการกู้บ้านกู้เมืองให้กลับเป็นเมืองพุทธศาสนาตามเดิม

การมาของพระองค์ต้นบรมครู กาลครั้งนี้มิได้มาเป็นผู้ประกาศพระศาสนาดังศาสดาทุกพระองค์ในอดีตผ่านมา เพราะศาสนาอันศิวิไลซ์จะนำมาวางขณะที่โลกยังรกรุงรังอยู่ทุกวันนี้มิได้ จึงต้องมาแบบซ่อนรูปเป็นทุกขตเข็ญใจเพื่อมาล้างมาปราบทิ้ง มากู้เอาสายญาติ มาพาสร้างเสริมจุนเข้าไปในศาสนา

มาล้างทิ้ง คือ มาวางสัญญาต่อโลกทิพย์ให้ปราบวิญญาณอธรรม ล้างอิทธิฤทธิ์ ฝ่ายอกุศลธรรม โจรโตวาอมนุษย์โตวา ไม่เป็นศีลธรรม ที่ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน ล้างปอกลอกวิญญาณอกุศลธรรมในกองสังขารทิ้งไป ให้วิญญาณสายญาติศาสนามีวิญญาณธาตุธรรมเป็นกุศลบริสุทธิ์ วางสัญญาปราบไปทั่วกะโรทวีป

มากู้เอา กู้เอาหลักธรรมศาสตร์ชั้นสูงของพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์วางไว้ กู้เอามาวางหลักสร้างบารมีไปในศาสนาให้หมดเลือกคัดจัดสรรเอาองค์โมคคัลลีธรรมมาตั้งไว้ กู้เอาวิญญาณสายญาติสายกุศลอดีตชาติทุกยุคทุกสมัยที่พากันตกต่ำ เนื่องจากใช้เวรเสพผลกรรม มิได้มีผู้ใดพาแก้คดีธรรม ต่างประสบชะตากรรมทุกข์ทรมานจากเวรกรรมในอดีต ขึ้นสูง ตกต่ำ วนเวียนอยู่ในกองทุกข์ จึงว่ามากู้โลก กู้ธรรม กู้ญาติศาสนา โดยคัดเซ็นเอามาคัดเอาส่วนที่จะไปได้

มาพาสร้างเสริมคุณธรรมต่อเนื่อง พาให้สร้างเสริมอานิสงส์ปฏิบัติบูชาเป็นผู้บำรุงพระศาสนาด้วยตนปรับค่าวิญญาณวางสัญญากรรมสิทธิ์แห่งตนมีอำนาจคุณธรรมกายสิทธิ์ อิทธิ์ฤทธิ์ แก้ไขเวรกรรมในอดีตซึ่งเป็นการแก้ไขพันธกรณีข้างหลังก่อนจึงจะพาวิญญาณไปข้างหน้าได้ สร้างเสริมกุศลมูลเดิมสร้างจุนคุณธรรมห้องอริยเจ้า เสริมจุนต่อภายในวิญญาณศิษย์แต่ละบุคคล

โลกเดือดร้อนรกรุงรังด้วยอำนาจ วิญญาณ อุบาทว์ อกุศลธรรมติดตามตนมาจอดอยู่ในกระแสจิต มาแต่ปุเรนชาติและปัจจุบันชาติ เมื่ออยากสะอาดบริสุทธิ์และยุติธรรมจึงควรล้างเผาทำลายทิ้ง หากปล่อยไว้จะนำก่อกรรมเวรต่อภพต่อชาติไม่มีที่สิ้นสุด ยังแต่จะเกิดความทุกข์เจ็บป่วยไม่เที่ยงธรรม พระองค์ท่านเคยตรัสไว้ว่าเมื่อได้เกิดในยุคศาสนาของท่านแล้ว จะไม่มีสิ่งชั่วร้ายติดตามไปจะมีแต่อำนาจกุศลไปอำนวยการให้อยู่เย็นและบริสุทธิ์ยุติธรรม เป็นสุขบริสุทธิ์ผุดผ่องอำไพ ชายหญิงสวยงามเป็นสัมพันธ์อันเดียวกันหมด จะสำเร็จกาย สำเร็จวิญญาณถ้วนทั่วทุกตัวตน โลกทั้งโลกจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีศาสนาอื่นแทรกซ้อนเหมือนโลกในปัจจุบันจะไม่มีวิญญาณอุบาทว์สารพัดชนิดเข้าสิงอยู่ในกายมนุษย์ จึงได้ลงล้างเอาญาติมิให้อกุศลธรรม ไปติดตามปรุงแต่งทุกข์โศกโรคภัยไม่มี มารยักษ์โจรถูกหลักสัญญาตีปราบให้จมอเวจีไปหมด ดังนั้นจึงมีองค์พระธรรมต่างๆ เสริมใส่เข้าไปให้เต็มจุนเพื่อประดับวิญญาณให้สวยงามในภาคทิพย์ เป็นศีลมัยในตนของตนทั้งยุคนี้และยุคหน้าพระองค์ท่านตรัสว่าในการมาครั้งนี้มาช่วยชาติบ้านเมืองมาล้างวิญญาณอุบาทว์ที่ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน พวกปีศาจราชทูตปลิ้นปล้อนหลอกลวงไปทั่วๆ ประเพณีบ้านเมือง จึงต้องมาล้างทำความสะอาดเสียก่อนแล้วจึงจะลงมานำศาสนาอันศิวิไลซ์วางลงบนโลกดวงนี้ในกาลภายหน้า

พระโอวาทสั่งสอนศิษย์ให้ประคับประคองตนให้เที่ยงธรรม และให้รู้พิจารณารู้เท่าทันพระบารมี

พระโอวาทสั่งสอนศิษย์ให้ประคับประคองตนให้เที่ยงธรรม และให้รู้พิจารณารู้เท่าทันพระบารมี
ในราวปีพุทธศักราช ๒๔๙๔ การบัญญัติหลักธรรมเลือกคัดจัดสรรเอาวิญญาณธรรมองค์สำเร็จชั้นสูงลงมาวางไว้ ได้ยึดเอาองค์พรหมโลก เทวโลก ลงมาวางสัญญาตั้งไว้ องค์สำเร็จทั้งหลายนี้เข้ารับสัญญาช่วยเจ้าโลกผู้เจ้าธรรมจัดงานกู้ญาติ พระองค์ท่านบำเพ็ญตนดับล้างคัดเอาวิญญาณให้ได้เป็นกุศลจริงๆ และเชื่อได้จึงจะบัญญัติโปรดให้ศิษย์พระบารมีองค์นำสร้างเปิดองค์พระธรรม ส่งลงมา พระองค์ต้นบรมครูก็ให้ศิษย์เอาไม้หลักยาว ๘ คืบ ลงอักขระองค์พระธรรม ประพรมด้วยแป้งหอม แล้วให้ตีตั้งลงพื้นธรณีให้พื้นพญานาครับรองรับสัญญาทุกระดับชั้นแล้วพระองค์ท่านก็ตรัสสั่งกับศิษย์ว่า ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปพวกเทพเบื้องสูงจะลงมาช่วยต้นปราบมาร บางพวกก็จะลงสรวมสังขารไปทุกหนทุกแห่ง และเขาพวกนี้มีฤทธิ์มาก สามารถบันดาลให้เป็นไปต่างๆ นานา เขาจะบันดาลให้ต้นไม้มีฤทธิ์ก็ได้ บันดาลให้สระน้ำหรือบ่อน้ำศักดิ์สิทธ์ก็ได้ จะบันดาลให้เด็กเป็นหมอวิเศษก็ได้ แล้วจะไปเกิดปาฏิหาริย์ให้คนแตกตื่นหลายๆ แห่งเป็นระยะ พระองค์ตรัสบอกว่า ศิษย์ทั้งหลายผู้รู้เท่าทันบารมี มีวิจารณญาณสูง ถืออย่างเที่ยงธรรมแล้ว อย่าไปหลงอิทธิฤทธิ์ตามเขา พระองค์ท่านให้โอวาทยกเหตุให้พิจารณาและกล่าวเตือนสติศิษย์ทั้งหลายอยู่บ่อยๆ อย่าทะเยอทะยานไปกว่าบารมี ถ้าเข้าสรวมใครเข้า แล้วจะทำให้ญาติหลงทะนงตนคิดว่าตนสำเร็จแล้วอาจยกตนเทียมต้นบรมครู จะทำให้ผิดหนทาง เมื่อหลงทางแล้วนานไปก็ตกต่ำจะสุดทางเดินในที่สุด พระองค์ท่านให้ศิษย์ทั้งหลายจดจำคำเตือนนี้ไว้ อย่าอยากดังอยากเด่น การสร้างบารมีห้องนี้มิต้องการให้เด่นดัง พระบารมีต้องการปิดองค์ต้นไว้ ให้อิทธิฤทธิ์ไปผุดโผล่เกิดขึ้นที่อื่น ถ้าหากพวกเทพอิทธิฤทธิ์ทั้งหลายครอบสวมศิษย์ได้ จะทำให้หลงอิทธิฤทธิ์เมื่อเขาถอยออกจากสังขารวิญญาณผู้ที่ถูกสวมเมื่อไรก็หมดท่าเมื่อนั้น ถ้าศิษย์ผู้ใดหลงไปก็ทำให้เสียไปเลย หลงทางสุดทางเดินไปเลย ลืมต้นบรมครูไปเลยก็มี

พระองค์ท่านตรัสสั่งสอนอยู่เนืองๆ ว่าอย่าลืมคุณครูบาอาจารย์ตลอดคุณบิดามารดา คุณของชาติบ้านเมือง อย่าลืมสัญญา ให้นับถือศาสนาตามบ้านเมือง ให้เดิมเรี่ยๆ อย่าหัวสูง ให้อ่อนน้อมถ่อมตน ให้ความเคารพต่อผู้มีพระคุณที่ปกครองบ้านเมืองทุกระดับชั้น ให้มีความสามัคคี มีไมตรีจิตต่อศิษย์ด้วยกัน ให้ถือว่าเป็นลูกพ่อเดียวกัน หากศิษย์ผู้ใดส่อเสียดเบียดสี ทำให้พรรคพวกสายญาติสายกุศลด้วยกันแตกร้าว แตกความสามัคคี ผลสะท้อนของกรรมจะย้อนเข้าสู่ตัวผู้นั้น ศิษย์ใดมนุษย์ใดๆ ก็ดีมุ่งทำลายศิษย์และครูบาอาจารย์ให้แตกความสามัคคีว่าร้ายป้ายสีให้แตกแยกกัน จะถูกบารมีลงโทษ พระบารมีจะไม่เอาไว้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป จะไม่ได้ผุดได้เกิดในสิ่งที่ดี มีแต่อเวจีจะรองรับเมื่อพระองค์ท่านตรัสสั่งสอนและยกมือให้สัญญาต่อพระบารมีเบื้องบน พระบารมีรับสัญญาอย่างเที่ยงแท้แน่นอนแล้ว พระองค์ท่านก็ลงหลักสัญญาไว้ คำตรัสของพระองค์ท่านจึงเป็นการประกาศไว้ในโลกวิญญาณ และมีความศักดิ์สิทธิ์ตลอดไปพระองค์เตือนนักเตือนหนาอย่าลืมสัญญาที่พระองค์ต้นได้วางเอาไว้นี้

ในวาระการกู้ญาติตอนปลายของพระองค์ต้นบรมครู

ในวาระการกู้ญาติตอนปลายของพระองค์ต้นบรมครู
พระองค์ท่านได้พิจารณาการสร้างบารมีของเหล่าศิษยานุศิษย์ทั้งภายในวิหารและภายนอกวิหารเป็นเรื่องของพระบารมีจะปั่นเอาให้รีบเร่งรัดแก้ไขเวรกรรม ผู้ใดค้างคาเวรอยู่มาก พระบารมีก็เปิดย่นย่อรวบรวมประมวลการณ์ให้ทำกองกุศลสังฆทานแก้ให้หมดเวรวรรคใหญ่ๆ เสีย ให้เหลือแต่เวรกรรมเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเจ้ากรรมนายเวรจะเอาสังขารไปไม่ได้ ก็ค่อยให้ศิษย์นำพากันแก้ไปทำไป ศิษย์บางท่านได้รับบรรจุประสิทธิ์องค์พระธรรม รวบกุศลมูลเดิมให้จนหมด พระบารมีลงหลักสัญญาตั้งกุศลมูลเดิมให้อีกด้วยแล้ว ก็ให้กลับไปพำนักถือเอาปฏิบัติเอาอยู่ตามถิ่นฐานภูมิลำเนาของตน ศิษย์บางท่านก็ได้รับคำตรัสบอกว่า “แล้วหมดแล้ว” รวบให้หมดแล้ว ให้รักษาให้ดี ถ้าพระองค์ท่านไปแล้วใครจะเอาให้ ถ้าทำไม่ดีใครจะพาแก้พาทำ ทำไม่ดีก็สูญเสียตกหล่นไปเลยไม่มีใครจะเอามาให้อีกแล้ว ให้ศิษย์ทั้งหลายจดจำคำตรัสให้ดี พระองค์ท่านเร่งรวบรวมเปิดคำดับล้างทั่วไปเพื่อศิษย์ปัจจุบันและญาติสายกุศลที่จะมาได้รับปฏิบัติในอนาคต ให้ศิษย์บันทึกไว้แจกจ่ายกันไป ซึ่งเป็นตัวล้างอันลึกแลบบัญญัติด้วยวาจาของผู้เจ้าโลกเจ้าธรรม ผู้เป็นเจ้าของบัญชีเวรกรรมทั้งหมดเปิดส่งลงมา เป็นวรรคสำคัญให้ญาติได้กู้เอาวิญญาณข้ามพ้นโลกเวียนว่ายให้ได้พระองค์เร่งลงหลักสัญญาปราบมาร วางสัญญาให้อำนาจพระบารมีผู้สำเร็จทุกกระทรวงจัดงานแก่โลก วางสัญญาให้อำนาจพระบารมีอำนวยการส่งเหตุส่งผลแก่ศิษยานุศิษย์โดยตรง พระองค์ท่านได้พิจารณาบุญญาบารมีของศิษย์ทั้งหลายมีอานิสงส์สูงส่งพอที่จะช่วยกันใช้อำนาจคุณธรรม ทำหน้าที่ถ่ายทอดมรดกภาคโลกวิญญาณประสิทธิ์ประสาทให้ญาติศาสนา ได้ในบรรดาศิษย์ใหญ่น้อยก็ประคับประคองเอากันไปได้ ทั้งมอบอำนาจกายสิทธิ์ อำนาจอิทธิฤทธิ์สูงส่งฝากไว้ให้เจ้าของมูลเดิมที่เป็นผู้มีบุญในบ้านในเมืองและต่างประเทศ ซึ่งถึงเวลาเจ้าของเขาก็จะได้มารับเอา พระองค์ท่านเพียรสอนศิษย์ให้เป็นศีลมัย ภาวนามัย ทานมัย สร้างบารมีในหนทางเข้าเส้นอริยเจ้า ด้วยโลกเจริญ ธรรมเจริญ ด้วยสังขารวิญญาณตนของตน เป็นโลกนิยม อย่าลืมคุณต้นบรมครู มีโอกาสให้ได้บำรุงครอบครัวของต้นในโอกาสที่พึงพระบารมีเตือนอย่าลืมคุณครูบาอาจารย์ที่เคยน้อมนำเข้าสู่แสงทองธรรมครั้งแรก ควรยกไว้ ถึงแม้ครูบาอาจารย์เบื้องต้นจะสร้างบารมีอยู่ฐานะเช่นไร ก็มิให้ลืมคุณ พระบารมีจะสรรเสริญในการมีความกตัญญูรู้คุณของผู้รู้เท่า ผู้นั้นจะเจริญ

พระองค์ท่านเคยตรัสเตือนศิษยานุศิษย์ไว้ล่วงหน้าก่อนจะถึงวันออกพรรษา ๑๕ วัน ว่าออกพรรษานี้ต้นบรมครูสำเร็จเสร็จการทุกอย่างแล้ว พระบารมีองค์นำสร้างก็มาเตือนท่านให้ทราบล่วงหน้าบรรดาศิษยานุศิษย์ผู้สร้างบารมีอยู่ภายในวิหาร ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเหตุการณ์สำคัญอะไร เพราะความใกล้ชิดคุ้นเคยได้พบได้เห็น พระบารมีลงสรวมสังขารต้นบรมครูเทศนาบอกเหตุอยู่บ่อยๆ ก็มิได้พากันสงสัยอะไร ทุกคนก็ยังไม่หยั่งรู้เท่าทันพระบารมีในเรื่องของพระบารมีองค์นำสร้างด้วย ใกล้วันเข้ามาพระองค์ท่านก็ได้แต่กล่าวกับท่านแม่ล้วน อยู่เนืองๆ ว่า “สงสารญาติ” จะสร้างบารมีพ้นเวรพ้นกรรมไปในศาสนากับท่านได้ไหมหนอ พระองค์ลงมาพาสร้างบารมีในเมืองมนุษย์นับตั้งแต่จุติจนถึงวาระสุดท้ายเป็นเวลา ๗๙ ปี ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ลำบากช่วยญาติ ช่วยบ้าน ช่วยเมือง ช่วยโลก ให้พ้นภัยมาหลายวรรคหลายจุนแล้ว พระองค์ท่านมีความห่วงใยมนุษย์ชาติที่ตกอยู่ในกองทุกข์เสพผลกรรมชั่วอยู่แล้ว และจะต้องประสบชะตากรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้นพระองค์ ได้แต่พรรณากับท่านแม่ล้วน อยู่เนืองๆ ว่า สงสารญาติศาสนาจะสร้างบารมีไปได้รับสุขในยุคของพระองค์ท่านได้สักกี่คน เบื้องบนโลกวิญญาณทิพย์ส่งกระแสเสียงถามพระองค์ต้นบรมครูว่า ต้นลงมาสร้างบารมีในเมืองมนุษย์ จะกู้เอาไปได้สักกี่คน คำนี้แหละพระองค์ท่านยังคงหนักพระทัยอยู่ เบื้องบนโลกวิญญาณทิพย์เขาต่างคอยร่วมศาสนากับพระองค์ท่านอยู่ พระองค์ท่านก็ได้แต่บอกกล่าวแก่ศิษย์ว่า ถึงแม้ว่าจะได้ไปในศาสนาน้อย แต่เบื้องบนเขาจะไปด้วยถมไป เขารับสัญญารอคอยต้นอยู่แล้ว ใครสร้างไปไม่ได้ก็ช่าง ยุคนี้เป็นชาติสุดท้ายแล้ว ใครมัวหลงระเริงก็ช่วยไม่ได้ ใกล้วันเข้ามา พระองค์ท่านได้เอื้อนเอ่ยวาจาบอกกล่าวจากพระบารมีเปิดส่งลงมาว่า หลังวันออกพรรษาไปแล้วเป็นวรรคๆ พระบารมีจะส่งเหตุให้ญาติได้พิจารณาเหตุในวาระวรรคแรก ๓ เดือน และอีก ๗ เดือน วรรคต่อมา ๓ ปีและอีก ๗ ปี ซึ่งให้เริ่มนับตั้งแต่วันออกพรรษาปี ๒๕๒๒ เป็นต้นมา ก่อนถึงวาระสุดท้าย พระสังขารของพระองค์ต้นบรมครูอ่อนเพลียมาก แต่พระองค์ท่านก็มิได้วิตกกังวลอะไร เพราะว่าพระองค์ท่านรู้ล่วงหน้าก่อนแล้ว แต่ปิดไว้มิให้ศิษย์ได้ล่วงรู้เลย พระองค์สำรวมกายสังขาร บำเพ็ญตนดับล้างไม่ลดละ สั่งให้ศิษย์เข้าเฝ้าเพื่อบันทึกคำบัญญัติองค์พระธรรมวรรคสุดท้าย บันทึกคำดับล้างวรรคท้ายๆ ในเวลาใกล้รุ่งของวันที่ ๖ ตุลาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๒๒ ศิษย์ได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่านอยู่ตลอดคืน ศิษย์ทั้งหลายคอยเฝ้าพระองค์อยู่จนถึงเวลาประมาณ ๓ โมงเช้า พระอาการอ่อนเพลียมาก ศิษย์ผู้เฝ้าดูพระองค์ท่าน อยู่ก็มีความวิตก แต่พระองค์ท่านก็พยายามบัญญัติตัวล้าง เปล่งวาจาอย่างรวดเร็วจนจดบันทึกแทบไม่ทัน จนต้องนำเอาวิทยุเทปมาอัดเสียงเอาไว้ ในเมื่อถึงสัญญาของท่านจัดงานสำเร็จการทั้งปวงแล้ว วิญญาณสำเร็จของพระองค์ท่านจะต้องเสด็จสู่เบื้องบน ท่านได้เอนพระวรกายลงบรรทมประทับอยู่บนเตียงนวมที่ประทับโปรดญาติ วางพระหัตถ์ขวาประทับบนอก ชูพระหัตถ์ซ้ายขึ้นเอาศอกแนบข้างไว้ เหยียดนิ้วพระหัตถ์ออกตรง เปล่งวาจาออกมาเป็นคำบัญญัติตัวดับล้างด้วยเสียงแผ่วเบา ค่อยๆ เบาลงทุกที จนจิตเข้าภวังค์แล้วจึงลดฝ่าพระหัตถ์ลงมาวางทับพระหัตถ์ขวากลางทรวงอก แล้วก็ชูขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โบกฝ่าพระหัตถ์ช้าๆ ไปมาสามครั้งเบาๆ แล้ววางลงที่เดิมขณะนั้นเวลา ๑๑.๒๕ นาฬิกา เป็นการแสดงให้ศิษย์ผู้เฝ้าอยู่ได้เห็นว่า พระองค์ท่านโบกพระหัตถ์เป็นการอำลาจากสังขารโลกไป อำลาศิษย์ทุกคนเสด็จสู่เบื้องบน ศิษย์ผู้อยู่ในเหตุการณ์ต่างตั้งอยู่ในความระทึกใจ และอาลัยอาวรณ์ที่พระองค์ท่านจากไปอย่างไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลย

มนุษย์ในสังคมบ้านเมืองยังไม่เป็นศีลธรรมอันดี เป็นผู้ทำลายพระศาสนาเสียเอง สะเทือนถึงเบื้องบนพระองค์จึงต้องลงมากอบกู้เอาสายญาติศาสนา โดยภาพรวมมนุษย์ทั้งครึ่งค่อนโลกยังไม่เป็นศีลธรรมอันดี โดยภาคโลกวิญญาณทิพย์ฝ่ายปกครองวิญญาณมนุษย์มีศาสนาให้มนุษย์เวียนว่ายตายเกิดสร้างบุญญาบารมีเข้าถึงกึ่งพุทธกาลของพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๔ ในภัทรกัปนี้ มีวิญญาณมนุษย์ผู้เป็นพลเมืองของโลกวิญญาณเวียนว่ายหล่อหลอมวิญญาณในหลักสูตรพระธรรมคัมภีร์ของต้นบวรพุทธศาสนา เป็นมูลค่าบุญสะสมเป็นกุศลมูลเดิมมีจำนวนน้อยมาก มีฐานะเป็นวิญญาณขาดธาตุกุศลธรรมเสริมจุนในวิญญาณเรียกว่าขาดอริยทรัพย์ภายใน มวลมนุษยชาติทั้งโลกยังไม่รู้เท่าถึงธรรมในโลกวิญญาณที่ตนได้เวียนว่ายอยู่ภายใต้การปกครองของอำนาจพระบารมี ยังไม่รู้จักคุณธาตุ คุณธรรม ยังพากันมืดมนอนธการ ศาสนาต่างๆ ก็สอนกันไปคนละทิศละทาง ไม่ตรงประเด็นอันเกี่ยวกับวิญญาณมนุษย์ เพราะศาสนาเป็นเรื่องของสังขารวิญญาณมนุษย์ทุกตัวตน ดังนั้นระบบวงจรความสัมพันธ์ระหว่างสังขารวิญญาณมนุษย์กับโลกวิญญาณทิพย์ทุกชั้นทุกวิมานไม่สอดคล้องสัมพันธ์กัน โลกวิญญาณทิพย์จึงต้องพัฒนาระบบศาสนาในภาคพื้นภพมนุษย์เสียใหม่ เพื่อให้มนุษย์ในสังคมบ้านเมืองรู้เท่าถึงฐานะและหน้าที่ที่ตนเป็นพลเมืองของโลกวิญญาณ ดั่งเช่นพระแม่ธรณีเป็นวิญญาณองค์พระธรรมมีฐานะเป็นเจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่ให้มนุษย์ทั้งโลกเวียนเกิดเวียนตายสร้างบารมี และได้อาศัยอยู่กินกันอย่างสุขสำราญกันทั้งโลก มนุษย์พากันไม่รู้จักวิธีสนองคุณแก่วิญญาณซึ่งกันและกัน แล้วไม่มีผู้นำพาบอกวิธีสนองคุณในฐานะที่เป็นพลเมืองของโลกวิญญาณ เปรียบประดุจดังประชาชนพลเมืองต่างคนต่างอยู่ เอาตัวรอดตัวใครตัวมัน ไม่มีระบบสนองคุณต่อชาติด้วยการเสียภาษีอากรอันเป็นการสนองคุณต่อชาติบ้านเมือง พระแม่คงคาเป็นองค์พระธรรม แม่กำเนิดน้ำ อันเป็นองค์ประกอบของศาสนาเป็นปัจจัยธรรมชาติปรุงแต่งขึ้นไว้เลี้ยงกองสังขารสัตว์บก สัตว์น้ำและพืช มนุษย์ทั้งหลายก็ไม่รู้จักคุณ ไม่มีใครมาบอกวิธีแทนคุณธาตุ คุณธรรม แม่พระโพสพเป็นวิญญาณองค์พระธรรม เจ้าแห่งทรัพย์รับรองมนุษย์สมบัติซึ่งเป็นเทพแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร ให้มนุษย์ที่เป็นสัตว์ประเสริฐ ได้บำรุงกองสังขารพาวิญญาณสร้างบารมีต่างพากันเสพกินตั้งแต่เกิดจนตายต่อภพต่อชาติมาหลายยุค ก็ไม่รู้จักคุณซึ่งมนุษย์ทั้งโลกยังไม่มีใครรู้เท่าถึงวิญญาณธรรม พระองค์ต้นบรมครูได้มาบอกวิธีทดแทนคุณธาตุคุณธรรม แทนค่าต่อวิญญาณเขาที่มนุษย์พากันเอาสังขารเขามาเป็นอาหาร มนุษย์มุ่งแต่จะเอาวิญญาณหนีเขาไป ทุกสังขารวิญญาณมีพันธะทางศีลธรรมติดอยู่ทุกตัวตน พระองค์ได้มานำพาสร้างวงจรในการแทนคุณแก่กันด้วยการกรวดน้ำ บรรดาภักษาหาร มังสาหาร ที่เขาเกิดมาเป็นอาหารพวกมนุษย์มีเจ้าของ แล้วคิดแต่จะพากันเอาวิญญาณหนีไปอยู่สวรรค์วิมาน โดยไม่มีกิจกรรมทางศาสนาสร้างวงจรแทนคุณแก่กัน จะเอาวิญญาณพ้นโลกเวียนว่ายไปได้อย่างไร นอกจากจะยังไม่รู้จักแทนคุณในโลกวิญญาณแล้วยังพากันทำลายวิญญาณภายในของตนเองด้วยการดื่มสุราเมรัย ให้วิญญาณภายในของตนเปื้อนเปรอะไปหมด มนุษย์ดื่มทั้งปีทั้งชาติสะสมวิญญาณธาตุอกุศลธรรม กลายเป็นมนุษย์สะสมเชื้อสายวิญญาณเทพอสูร ไปเพิ่มปริมาณของพลเมืองฝ่ายอสูรเต็มโลกไปหมด ทำให้ภาคพื้นภพมนุษย์เต็มไปด้วยประชากรโลกที่มีวิญญาณเปื้อนเปรอะ ซึ่งโลกวิญญาณมี ๒ ฝ่าย คือ “ฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรม” มนุษย์ผู้เสพสุราเมรัยจนวิญญาณภายในเปลี่ยนสูตรไป เป็นวิญญาณสูตรธาตุอกุศลธรรมเต็มตัว ประเด็นนี้เป็นเหตุผลของการทำลายศาสนาในตัวตนเอง กลายเป็นวิญญาณมนุษย์นอกศาสนาตั้งครึ่งค่อนโลก วิญญาณมนุษย์ที่มีวิญญาณสูตรธาตุอกุศลธรรมเต็มตัว เป็นสูตรธาตุธรรมฝ่ายเทพอสูรหรือ ฝ่ายอธรรม เมื่อมีจำนวนมาก พระบารมีจึงกล่าวถึงโลกยุคนี้ว่า “ยุคพญามาร” พระบารมีเปิดเผยถึงวิญญาณของสายญาติใหม่ทั้งหลาย ในบุคคลที่ผ่านการเสพสุราเมรัย พระองค์ท่านตรัสบอกว่า “วิญญาณหนา” จะสวดมนต์ภาวนาบรรจุองค์พระธรรมจอดสู่วิญญาณภายในก็บรรจุไม่เข้า ประเด็นนี้นับว่าเป็นปัญหาที่สำคัญ ยากที่จะกอบกู้เข้าสู่การปฏิบัติธรรมได้ บรรดามนุษย์ในสังคมบ้านเมืองพากันไม่รู้เท่าถึงความเสียหายแก่วิญญาณของตนเลย โลกวิญญาณสร้างมนุษย์ขึ้นมาเมื่อมนุษย์ไม่เป็นศีลธรรม ทำลายศาสนาในตัวตน เกลือกกลั้วอยู่กับอบายมุข มนุษย์ในโลกมิได้พากันล่วงรู้เลยว่า ภัยธรรมชาติกำลังจะมาถึงตัวโลกวิญญาณจึงต้องล้างมนุษย์ที่ไม่เป็นศีลธรรมตามสัญญาหมายที่มาถึง

 


Additional information

free server monitoring site uptime


View My Stats
P&T Hosting Co., Ltd. :: บริการ | จดโดเมนเนม | เว็บโฮสติ้ง | VPS | Co-location |