Welcome to :: www.SaiSanYa.net :: สายสัญญาบารมี  Welcome to :: www.SaiSanYa.net :: สายสัญญาบารมี

๖.ภาคความสัมพันธ์ระหว่างสังขารวิญญาณมนุษย์กับโลกวิญญาณทิพย์ทุกชั้น

ภาคความสัมพันธ์ระหว่างสังขารวิญญาณมนุษย์กับโลกวิญญาณทิพย์ทุกชั้น

ความสัมพันธ์ระหว่างสังขารวิญญาณมนุษย์กับโลกวิญญาณทิพย์ทุกชั้น
โลกวิญญาณทิพย์มีหลายชั้น เบื้องสูงและเบื้องล่าง เป็นสถาบันทิพย์แต่ละชั้น มีองค์กรสถาบันทิพย์ฝ่ายผู้สำเร็จทุกกระทรวง และฝ่ายคุณธรรมทางศาสนา ประจำอยู่ในแต่ละชั้นระดับต่างๆ เหมือนระบบสังคมบ้านเมืองของไทยขอให้พิจารณาโลกกับธรรมเป็นของคู่กัน โลกวิญญาณทิพย์ดังกล่าวมีโครงสร้างประกอบด้วยวิญญาณสูตรธาตุธรรมทั้ง ๔ คือ อากาศดิน อากาศน้ำ อากาศลม อากาศไฟ แต่เป็นธาตุสำเร็จเบื้องสูง เป็นพลังชีวิตที่เป็นวิญญาณสำเร็จ มีอำนาจปกครองและปรุงแต่งสรรพสิ่ง สิ่งที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต ตลอดวิญญาณทุกประเภทที่อยู่ในตัวโลกดวงนี้ ปกครองและปรุงแต่งแบบกระจายอำนาจกันลงมา โดยการแยกธาตุปรุงเชื้อสายของวิญญาณเบื้องบน ให้มีติดตั้งไว้ในสังขารวิญญาณ ทั้งมนุษย์ สัตว์ พืช เป็นเชื้อสายมาจากโลกวิญญาณ กระทรวงต่างๆ ให้เป็นตัวหน่วยย่อย หรือตัวแทนประจำอยู่ในกองสังขารเป็นสายโยงวาโยธาตุสื่อสารถึงกันหมดให้ประจำอยู่ในกองสังขารทุกตัวตน จะขอกล่าวโดยย่อในส่วนที่สัมพันธ์กับมนุษย์โดยเฉพาะคือ

๑) โลกวิญญาณมีสัญญา เป็นกฎหมายตราเป็นเครื่องจำหมายของวิญญาณแต่ละชั้น เช่นเดียวกับในกองสังขารวิญญาณมนุษย์เราก็มีสัญญาประจำกองสังขาร ซึ่งอยู่ในหมวดขันธ์ ๕ สัญญาเกิด สัญญาตาย สัญญาเวียนว่ายให้มีกุศลธรรม และอกุศลธรรม ติดตามปรุงแต่งเป็นสัญญาประจำตัวทุกตัวตน สัญญาประจำกายตนของแต่ละบุคคล กำหนดให้ธาตุธรรมทั้ง ๔ เข้าจัดระเบียบปรุงแต่งในขันธ์ ๕ ขันธ์ ๘ ธรรมธาตุ ๗ เป็นสภาพบุญตกแต่งเป็นบุญญาภิสังขารและ บุญญาภินิหารส่วนบุคคลต่างกรรมต่างวาระกันไป เมื่อสัญญาปรุงแต่งมาเกิดแล้ว สัญญานั้นก็ควบคุมให้เกิดมีสุขมีทุกข์ในมนุษย์สมบัติต่างฐานะกันออกไป สัญญาประจำกองสังขาร เชื่อมโยงผูกพันถึงสวรรค์สมบัติและนิพพานสมบัติด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายโลกวิญญาณที่เป็นตัวน้อมนำการปรุงแต่งเรียกกัน โดยทั่วไปว่า แม่ป้อ แม่ปั้นปุงลิงค์ แม่สื่อแม่กำเนิดเขาจะดูตามสัญญาที่เป็นเครื่องจำหมายของวิญญาณมนุษย์ตนหนึ่งๆ เป็นสำคัญ


๒) โลกวิญญาณทิพย์ มีภูมิลำเนาวิญญาณเป็นเมืองหลายเมือง เช่นเมืองสวรรค์ชั้นภูมิ (เทวภูมิ) สวรรค์เทวโลก เรียกว่า “แดนสุขคติภูมิ” สำหรับภูมิลำเนา วิญญาณชั้นต่ำ เป็นเมืองนรกมีลักษณะเป็นขุมต่างๆ หลายระดับชั้น เรียกว่าทุติยภูมิ โลกวิญญาณทิพย์มีภูมิลำเนาวิญญาณไว้รองรับคุณค่าการทำความดีต่างระดับกัน ผู้ใดทำชั่วภูมิลำเนาวิญญาณชั้นต่ำก็รองรับ หลายระดับชั้นที่ซึ่งมีไว้ให้วิญญาณมนุษย์ไปเสพผลกรรมตามกุศลกรรมและอกุศลกรรม ในสัญญาแห่งโลกเวียนว่าย การเสพผลกุศลกรรมระดับสูงได้ขึ้นไปสู่ภูมิลำเนาวิญญาณ เมืองสวรรค์วิมานเทวโลก การเสพผลอกุศลกรรมชั้นต่ำก็ตกไปสู่ภูมิลำเนาวิญญาณชั้นต่ำ มนุษย์ทั่วโลกจึงมีเชื้อสายเผ่าพันธุ์ การปรุงแต่งธาตุธรรมในวิญญาณของตนมาจากภูมิลำเนาวิญญาณต่างฐานะกันดังนั้นมนุษยชาติ จึงต้องมีชนชั้นตามสภาพ บุญตกแต่งตามค่าของวิญญาณตามภูมิลำเนา วิญญาณที่เคยไปสู่กรรม ต่างชั้นกัน ทำให้มนุษย์มีกุศลมูลเดิมเป็นกุศลธรรมปรุงแต่งตามภูมิลำเนาชั้น ต่างๆ ดังนั้นมนุษย์จึงเข้าถึงคุณธรรมต่างชั้นต่างวาระกันผู้ปฏิบัติธรรมก็เข้าถึงอำนาจ คุณธรรมองค์สำเร็จต่างระดับกันด้วย ในเมื่อโลกวิญญาณทิพย์มีภูมิลำเนาชั้นต่างๆ มีโครงสร้างเป็นเมือง เมื่อปรุงแต่งสังขารวิญญาณมนุษย์รวบรวมธาตุธรรมเป็น สังขตธรรมเป็นกายสังขารทุกตัวตนทำหน้าที่เป็นตัวแทนของโลกวิญญาณทิพย์เป็น สื่อสายโยงวาโยธาตุถึงกัน เจ้าหน้าที่หน่วยงานของเมืองสวรรค์ที่อยู่ในกายนครของมนุษย์ตัวตนหนึ่งๆ อาทิเช่น เทวทูต ยมทูต พระยาจิตราช ราชทูต มีเชื้อสายเทวดา เชื้อสายอินทราธิราช เชื้อสายชั้นพรหมโลก เชื้อสายห้องพระนิพพาน ส่วนเจ้าหน้าที่หน่วยงานของเมืองนรกก็มีติดตั้งไว้ในสังขารด้วยเหมือนกัน ใครทำดีทำชั่ว แต่ยุคใดปางใด เวียนเกิดเวียนตายสักกี่ร้อยชาติ ตัวสื่อเหล่านี้จะบันทึกไว้หมด ดังนั้นโลกวิญญาณทิพย์จึงรู้เห็นการกระทำของมนุษย์ทุกตัวตนอยู่ทุกลมหายใจ เมื่อมนุษย์ถึงวาระทิ้งสังขารวิญญาณทำดีมามากฝ่ายดีเขาก็ดึงดูดขึ้นสูง วิญญาณใดทำชั่วมามาก ฝ่ายชั่วก็ดึงดูดให้จมลงเมื่อมนุษย์ทุกตัวตนมีสัญญาบันทึกตราบาปติดวิญญาณอยู่จึงข้ามโลกเวียนว่ายไม่พ้นโลกวิญญาณทิพย์ ภูมิลำเนาเมืองหนึ่งๆ มีตราสัญญาเป็นกฎหมายประจำเมือง เป็นข้อกำหนดพันธะผูกพันทางวิญญาณ วิญญาณที่มาจากภูมิลำเนา วิญญาณเมืองนั้นๆ มีตัวสื่อติดตั้งติดตัวมาไว้ในวิญญาณมนุษย์ตัวตนหนึ่งๆ กำหนดให้มีพันธุทางศีลธรรม พันธุทางกุศลมูลเดิม พันธุทางระบบเจ้าขุนมูลนาย เพื่อเป็นระบบปกครองสังคมมนุษย์บนพื้นโลก พันธะทางวัฒนธรรมให้เชื่อมโยงถึงโลกวิญญาณทิพย์ พันธะทางกรรมสิทธิ์ถือครองรูปสังขาร ดังนั้น พันธะทุกอย่างที่ผูกพันอยู่ทางวิญญาณมนุษย์ทุกตัวตนมีอิทธิพลมาจากโลกวิญญาณทิพย์เบื้องบน มนุษย์ทุกคนทั้งโลกแต่ละประเทศ แต่ละกลุ่มชน จะพากันประกาศยกเลิกพันธะต่างๆ ในวิญญาณของตนเอาเองมิได้ ดังนั้นสังคมมนุษย์จึงต้องมีระบบการปกครอง มีศาสนามีวัฒนธรรม มีข้อกำหนดกฎหมายเป็นไปตามหลักธรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ผูกพันกันกับโลกวิญญาณทิพย์อย่างแยกไม่ออก ดังนั้นโลกกับธรรมเป็นของคู่กันจึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องจะเห็นว่าระบบสังคมใดที่ไม่พากันนับถือศาสนาปิดกั้นมิให้มนุษย์ในสังคมใช้เสรีภาพทางวิญญาณเพื่อสร้างสรรค์คุณค่าแก่วิญญาณของแต่ละบุคคล สังคมนั้นจึงผิดทำนองครอง ธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน โลกมนุษย์จึงยังไม่เป็นศีลธรรมมนุษยชาติแตกแยกไม่มีสามัคคีธรรม กล่าวโดยสรุปในเมื่อพันธะทางศีลธรรมผูกพันกับวิญญาณมนุษย์มีอิทธิพลมาจากภูมิลำเนาวิญญาณที่ต่างระดับกัน มนุษย์จีงมีฐานะทางวิญญาณต่างชนชั้นกัน มีระดับจิตต่างระดับกัน ระดับคุณธรรมที่จะรับรองภาวะวิญญาณมนุษย์ผู้มีบุญก็มีวางไว้ตามมูลค่าแห่งกุศลมูลเดิมต่างวาระกันไปด้วย ดังนั้น พระองค์ต้นบรมครูจึงทรงบัญญัติองค์พระธรรมระดับต่างๆ เชื่อมสายสัมพันธ์กับวิญญาณมนุษย์ระดับต่างๆ ให้เชื่อมโยงสัมพันธ์กับโลกวิญญาณทิพย์เบื้องบนด้วย

๓) โลกวิญญาณทิพย์ สร้างพันธะทางวิญญาณผูกพันกับมนุษย์สมบัติสวรรค์สมบัติเป็นสัญญากุศลมูลเดิม จึงบังเกิดเป็นพรสวรรค์ติดตัวอยู่ในวิญญาณมนุษย์ บ่งชี้ทางสมรรถวิสัยเป็นความสามารถพิเศษและลักษณะเด่นเฉพาะตัวในมนุษย์ ที่มีวิญญาณมาจากภูมิลำเนาวิญญาณชั้นสูง วิญญาณกลุ่มมนุษย์ที่อยู่ในสถาบันทางสังคมชั้นสูงของไทย หลายสถาบันจึงมีภาวะวิญญาณเป็นทิพยมานุสมีเชื้อสายของทวยเทพจุติลงมาสร้างบารมีในเมืองมนุษย์ ซึ่งเขาเหล่านั้นยังติดอยู่ในโลกเวียนว่าย ต่างมีพรสวรรค์บ่งบอกกุศลมูลเดิมหลายฝ่ายเช่นสถาบันทางศาสนามีตัวองค์กรทางศาสนาระดับสูงมีภาวะวิญญาณเป็นเทพปราชญ์เอกธรรม เทพถ่ายทอดมรดกวัฒนธรรมทางศาสนา ในสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นกลุ่มมนุสเทโวปกป้องบัลลังก์พระศาสนาเป็นเทพมหาอำนาจปกบ้านปกเมือง บรรดาขุนศึกชั้นผู้ใหญ่ก็เป็นเทพมหาอำนาจปกป้องราชบัลลังก์ ต่างมีเชื้อสายของวิญญาณฤทธาพญานาค อยู่ในตัวเป็นองค์ประกอบอยู่ เทพปกครองมนุษย์สัตว์ทั่วไป (เจ้าเมือง) เทพปราชญ์เอกโลกมีนักปราชญ์ทั้งหลายไว้ถ่ายทอดศิลปวิทยาและวัฒนธรรมจากเบื้องสูงมาอบรมสั่งสอนมนุษย์ด้วยกันให้คล้องจองกับโลกวิญญาณทิพย์ เช่น เหล่าศาตราจารย์และนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย เทพโภคทรัพย์รับรอง เช่น มหาเศรษฐีคหบดีทั้งหลาย เทพหมอยา เทพโหรโลก เทพสื่อสาร ทูตลิ้นทอง เทพธัญญาหาร บรรดามนุษย์มีเชื้อสายเทพ ดังยกตัวอย่างมานี้ ภาวะวิญญาณมีความสัมพันธ์กับโลกวิญญาณทิพย์ โดยไม่รู้ตัว ต่างสืบเชื้อสายมาจากเบื้องบน ต่างได้รับอิทธิพลมาจากโลกทิพย์เบื้องบนบันดาลลงมาสู่ภาคพื้นมนุษย์ให้จัดระบบบ้านเมืองคล้อยตามเบื้องบนสรวงสวรรค์ให้มีบทบาทสืบทอดศาสนาและวัฒนธรรมที่สูงที่สุดในโลก กลุ่มวิญญาณมนุสเทโวทั้งหลายนี้มีกุศลมูลเดิมมาก เพราะเวียนเกิดเวียนตายสร้างบารมีบนผืนแผ่นดินนี้มาหลายภพหลายชาติ สร้างคุณงามความดีมาหลายร้อยชาติ ภาวะวิญญาณของแต่ละบุคคลเคยไปเสพผลบุญในภูมิลำเนาวิญญาณระดับสูง แบบขึ้นๆ ลงๆ แต่ยังข้ามโลกเวียนว่ายไม่พ้น กุศลธรรมที่ปรุงแต่งอยู่ในวิญญาณติดอยู่ในธาตุเวียนว่าย จึงมิได้สถิตอยู่บนสรวงสวรรค์ตลอดไป หมดสัญญาเสพผลบุญในวาระหนึ่งๆ ก็ลงมาจุติในเมืองมนุษย์ใหม่อีก บรรดาวิญญาณของกลุ่มมนุสเทโวหลายสถาบันดังกล่าวแล้วมีความสัมพันธ์กับองค์พระธรรมที่พระองค์ต้นบรมครูได้ทรงบัญญัติไว้รับรองวิญญาณมนุษย์ที่มีกุศลมูลเดิมให้ได้รับอำนาจ คุณธรรมตามพรสวรรค์ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติตามมูลค่าของวิญญาณของแต่ละบุคคลพึงได้รับ ถ้าหากวิญญาณเขาทั้งหลายนี้ได้รับการอัดแปรแก้ไขกองธาตุธรรมในวิญญาณของตน ได้ดับล้างกรรมกิเลสฟอกฝนวิญญาณได้รับประสิทธิ์ประสาทองค์พระธรรมโดยใช้เวลาไม่นาน เขาจะสว่างโลก สว่างธรรมโดยเร็วเพราะมีเวรกรรมอกุศลธรรมติดวิญญาณน้อย พระองค์ต้นบรมครูได้ตรัสบอกไว้ว่าผู้มีบุญมาก มีเวรกรรมน้อยยังไม่ถึงสัญญาให้ได้รับ เขาเหล่านั้นพระบารมีเบื้องบนยั่งสัญญาไว้ให้ได้พบทีหลัง เมื่อวิญญาณของแต่ละบุคคลถึงวาระสัญญาจะได้พบพระบารมีเบื้องบน โลกวิญญาณทิพย์จะบันดาลให้พบเอง และจะสว่างธรรมอย่างรวดเร็ว สำหรับวิญญาณเหล่าศิษยานุศิษย์ต่างก็มีพันธะทางวิญญาณผูกพันกับมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติด้วย เป็นพรสวรรค์ปรากฎจากการออกเหตุและความสามารถในทางโลก และทางธรรมด้วยเหมือนกันที่อำนาจบารมีเบื้องบน โลกวิญญาณทิพย์ให้ได้รับก่อนและได้ปฏิบัติก่อน ส่วนมากมีบาปติดตัวมาก เกิดตกต่ำเจ็บทุกข์ ขึ้นสูงตกต่ำ แล้วแต่ภาวะวิญญาณถูกลิขิตตามตราสัญญาของกฎแห่งกรรมในวัฏฏสงสาร ชาตินี้ส่วนใหญ่จึงตกอยู่ในฐานะทุกขตเข็ญใจแต่ภาวะวิญญาณมีกุศลธรรมเป็นมูลเดิมติดตัวมาเกิด ได้อัดแปรแก้ไขภาวะธาตุธรรมในกองสังขารของตน ได้แก้เวรแก้กรรมด้วยกองการกุศลสังฆทานได้รับคุณธรรมระดับสูงมาประสิทธิ์วิญญาณและบำเพ็ญปฏิบัติสร้างบารมีเสริมจุนหลายปีจนมีอานิสงส์บังเกิดคุณค่ากุศลธรรมในวิญญาณประจวบกับกุศลมูลเดิมมีมาแต่อดีตชาติต่างระดับกันแล้วแต่คุณค่าทางวิญญาณมาจากภูมิลำเนาชั้นต่างๆ เคยมีพันธะทางสังคมร่วมยุค ร่วมสมัยกันมาหลายชาติ เป็นสายญาติ สายสัมพันธ์ ทางกุศลมูลเดิมแต่อดีตชาติ มีสัญญาผูกพันกันมาตั้งแต่ต้นบวรพุทธศาสนา โลกวิญญาณทิพย์ จึงเลือกคัดจัดสรรเอาแต่วิญญาณผู้มีบุญมาเกิดอยู่ในแผ่นดินเดียวกัน เพื่อสืบทอดมรดกวัฒนธรรมเบื้องบนโลกวิญญาณทิพย์ให้สถิตสถาพรคู่โลกคู่ธรรมต่อไปก็จะค่อยๆ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผสมผสานกันช่วยชาติบ้านเมือง บำรุงพระพุทธศาสนาโลกเจริญธรรมเจริญสุดยอดของโลกบนผืนแผ่นดินนี้

๔) โลกวิญญาณทิพย์เป็นฝ่ายควบคุมกำหนดเวลา เป็นวัน เดือน ปี กัปป์ บนพื้นโลก โลกวิญญาณทิพย์มีอิทธิพลต่อวิญญาณมนุษย์ทุกตัวตน มีผู้สำเร็จกระทรวงโหรโลกเบื้องบนโลกทิพย์ เป็นฝ่ายควบคุมสัญญาเกิดดับของสังขารในกองสังขารของมนุษย์ตัวตนหนึ่งๆ มีฝ่ายโหรเป็นเชื้อสายติดตัวอยู่ด้วยฝ่ายนี้จะเป็นตัวกำหนดจุติ กำหนดฤกษ์ กำหนดมงคล กำหนดชันษาดีชั่ว เรียกว่า พรหมชาติ และกำหนดรูปพรรณตามบุญญาภิสังขาร บ่งบอกลักษณะตามหลักนรลักษณ์ศาสตร์ โดยควบคุมการจัดระเบียบธาตุปรุงแต่งสังขารตามสัญญาประจำกองสังขารของแต่ละบุคคล ฝ่ายโหรโลกนี้ควบคุมวิถีการดำเนินชีวิตต่างกรรมต่างวาระกันเรียกว่า “พรหมลิขิต” ทางภาคโลกวิญญาณทิพย์มีอิทธิพลบันดาลสู่วิญญาณมนุษย์ผู้หนึ่งผู้ใดมีพฤติกรรมที่พิเศษกว่ามนุษย์ธรรมดา เรียกว่าบุญญาภินิหารซึ่งเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ธรรมดาก็อาจมีขึ้นได้ โลกวิญญาณทิพย์ฝ่ายโหรโลกนี้ จะกำหนดกฎเกณฑ์ให้วิญญาณมนุษย์แต่ละบุคคลมีวิถีชีวิตเป็นไปตามอิทธิพลของดวงดาว ตามเส้นสุริยวิถี ควบคุมกฎเกณฑ์การได้รับโชคลาภบ่งชี้วาสนา ชะตาราศี ต่างฐานะกันไป เรื่องนี้มีรายละเอียดอยู่ในแบบแผนของศาสนาพราหมณ์ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากองค์สำเร็จกระทรวงโหรโลก


๕) โลกวิญญาณทิพย์ มีองค์พระผู้สำเร็จเป็นฝ่ายชาย ฝ่ายหญิง จะเห็นว่าโลกกับธรรมเป็นของคู่กัน มีสัญญาเป็นเครื่องจำหมายควบคุมระบบโลกทิพย์อย่างเคร่งครัด กำหนดกฎเกณฑ์ไว้ในเมืองสวรรค์ ประกอบด้วยเหล่าเทพบุตรใหญ่น้อย ลดหลั่นกันลงไป และแวดล้อมด้วยเหล่า เทพธิดา นางฟ้านางสวรรค์เป็นบริวารมากน้อยลดหลั่นกันลงไปด้วย โลกวิญญาณทิพย์ส่งเชื้อสายสัมพันธ์เชื่อมโยงลงมาถึงภาคพื้นภพ มนุษย์ให้เกี่ยวเนื่องกัน เบื้องบนสวรรค์มีโครงสร้างอย่างไรก็ถ่ายทอดอิทธิพลถึงสังคมมนุษย์ให้เป็นอย่างนั้นคล้อยตามกัน ไปซึ่งเป็น ธรรมดาของโลกของธรรม โลกมนุษย์จึงมีการปรุงแต่งแยกเพศชายเพศหญิง ตามสัญญาของนะปุงลิงค์ สักลิงค์ หิตถีลิงค์ แยกเพศออกไป และให้มีไว้เป็นของคู่กัน มีสัญญาเกี่ยวพันธะกันมาเป็นคู่ เป็นวงศ์บริวาร เป็นญาติวงศ์พงศ์พันธุ์ พุทธพงศ์พันธุ์ให้สัมพันธ์กันมาทั้งสวรรค์ทั้งมนุษย์ จึงปรากฏเป็นภาพสะท้อนในสังคมมนุษย์ทุกยุคทุกสมัยให้เจ้าฟ้ามหากษัตริย์ ขุนนางผู้ใหญ่มีบรรดาวิญญาณเทพธิดาจุติมารับรองเป็นบริวารแวดล้อม ลดหลั่นกันลงไปตามระดับของบุญญาบารมี ตามฐานันดรศักดิ์แห่งอำนาจวาสนา ลดหลั่นกันลงไปในสภาวะมนุษย์สมบัติ ซึ่งเป็นไปตามวาระสัญญาคล้อยตามโลกเบื้องบนไม่ถือว่าผิดทำนองครองธรรม ในส่วนเรื่องการสร้างกุศลกรรมเป็นคู่กันมา ชายหญิงคู่ใดร่วมสร้างบุญญาบารมีมาหลายยุคหลายชาติ เป็นคู่สร้างกันมาเวียนเกิดเวียนตายมาหลายชาติ เกิดเป็นพันธะสัญญาผูกพันทางวิญญาณกันมาเป็นพันธะกรณีทางศีลธรรมเป็นพันธะกรณีผูกพันทางกุศลมูลเดิม เป็นสัญญาแห่งบุพเพสันนิวาสคู่กันมา โดยได้รับอิทธิพลมาจากโลกวิญญาณทิพย์เบื้องบนกำหนด การมีสัญญาพันธะกรณีของชายหญิงคู่กันมาหลายด้านเช่นนี้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์ผู้ใดจะประกาศยกเลิกพันธะเอาเอง และไม่มีใครฝ่าฝืนพันธะทางโลกวิญญาณได้เลย ในเมื่อวิญญาณมนุษย์ชายหญิงมีพันธะทางศีลธรรมร่วมกันมา พระองค์ต้นบรมครูจึงมิให้คิดเอาตัวรอดโดยลำพังผู้เดียว มิให้ตัดพันธะลัดช่องน้อยเฉพาะตัว การพยายามตัดพันธะทางวิญญาณออกจากคู่กันจึงเป็นเรื่องยาก จึงเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมทั้งทางโลกและทางธรรม พระองค์ท่านจึงเน้นเรื่องความยุติธรรมทางวิญญาณเป็นสำคัญ จึงให้ครองคู่กันสร้างบุญญาบารมีเรื่อยไป ซึ่งเป็นเรื่องของความยุติธรรมในสังคมมนุษย์ อนึ่ง สังขารของมนุษย์ชายหญิงก่อกำเนิดขึ้นมาได้ ก็ด้วยคุณของพ่อคุณของแม่เป็นสายสัมพันธ์ทางวิญญาณ ชายก็เกิดจากหญิง หญิงก็เกิดจากชาย สอดคล้องกันอยู่กันโลกวิญญาณทิพย์ ตัวธาตุธรรมปรุงแต่งรูปกายมาจากตัวน้อมนำอันเดียวกัน การสร้างบุญญาบารมีจึงต้องสร้างแบบประคองคู่กันไป กอบกู้กันไปให้เกิดความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย อย่างให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตกอยู่ในทุกข์ ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทอดทิ้ง ถือว่าผิดธรรมเนียมของโลกวิญญาณ จะต้องเกิดเวรทางคดีธรรม สำหรับการสร้างบารมีห้องนี้ให้ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ปรนนิบัติรับรองกันไป กอบกู้เอากันไปให้ได้สุขคติ ถึงแม้ฐานะทางวิญญาณจะมีบุญญาบารมีต่างระดับกัน ถือว่าไม่ผิดศีลธรรม ชายหญิงสัมพันธ์คู่กันฉันสามีภรรยาอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดี คู่ใครคู่มันชนชั้นผู้ประเสริฐ มีน้ำหนึ่งใจเดียวกันจิตใจเที่ยงธรรมคู่สร้างบารมีคู่นั้นจะเอื้ออำนวยให้วิญญาณผู้มีบุญมาเกิดเป็นสังขาร เพื่อสร้างบารมีให้สูงขึ้นอีก เป็นวงจรเวียนว่ายสร้างบารมีเป็นระบบโลกเจริญธรรมเจริญ ดังนั้นศิษยานุศิษย์ทั้งหลาย จึงปฏิบัติธรรมอยู่ในเพศเป็นฆราวาสครองเรือนให้ภาวะวิญญาณของตนทั้งชายหญิงเป็นพระภายในวิญญาณให้สะอาด บริสุทธิ์ ยุติธรรม ในเมืองสวรรค์บางชั้นก็มีการเสพกามคุณอยู่ แต่เป็นแบบจิตปฏิพัทธ์ของวิญญาณทวยเทพ ที่มีพันธะทางศีลธรรมเกี่ยวข้องกันเป็นคู่ซึ่งอยู่ในระดับชั้นเดียวกัน โดยมีสัญญาบังคับอยู่เป็นคู่เป็นกลุ่มวงศ์บริวาร องค์ใดมีบริวารมากก็แล้วแต่สัญญากำหนด ซึ่งจะต้องเป็นระดับหัวหน้าทวยเทพแต่ละชั้น เบื้องบนสวรรค์เคร่งครัดมากกว่าโลกสังขารเมืองมนุษย์ แต่มนุษย์จะมาเอาอย่างเบื้องบนสวรรค์เสียทุกอย่างย่อมไม่ได้ เพราะโลกมนุษย์ยังไม่เป็นศีลธรรมพอเพียง มนุษย์ยังไม่มีศีลเสมอภาคทุกตัวตน ภพมนุษย์นี้จัดว่าเป็นแดนทุกข์อยู่ ส่วนโลกวิญญาณทิพย์เบื้องบนเป็นวิมานสุขคติ มีศีลประเสริฐปราศจากจิตอิจฉาริษยาไม่มีการส่อเสียดเบียดสี


๖) โลกวิญญาณทิพย์แต่ละชั้นมีภาษาพูดต่างกัน ชั้นหนึ่งๆ จะพูดภาษาประจำชั้นตามภูมิลำเนาวิญญาณตั้งอยู่ ภูมิชั้นต่ำก็พูดภาษาวิญญาณชั้นต่ำชั้นสูงขึ้นไปก็มีภาษาพูดเปลี่ยนเป็นภาษาพูดชั้นสูงขึ้นตามศักดิ์ของวิญญาณที่สถิตอยู่ในแต่ละชั้น พระองค์ต้นบรมครูตรัสบอกว่า เบื้องบนโลกวิญญาณทิพย์มีหลายร้อยชั้นหลายร้อยภาษาเมื่อมีวิญญาณองค์สำเร็จชั้นต่างๆ และวิญญาณเทพหลายจำพวกพากันลงมาขอให้พระองค์ท่านโปรดพระองค์ท่านก็เทศนาโปรดโดยวิญญาณจำพวกหนึ่งก็เทศนาเป็นภาษาของเขาอย่างหนึ่ง วิญญาณเขาลงมาหลายจำพวก จึงต้องเทศนาโปรดหลายภาษา โลกวิญญาณทิพย์มีหลายชั้นจึงเป็นภาพสะท้อนให้ปรากฏเห็นให้พิจารณาในภาคพื้นภพมนุษย์ เมืองมนุษย์ก็มีมนุษย์หลายจำพวก กลุ่มชนชาติหนึ่งๆ ก็ใช้ภาษาของเขาอย่างหนึ่ง สภาวะวิญญาณมนุษย์ทั้งโลกมีวิญญาณต่างระดับชั้นกัน คล้อยตามโลกวิญญาณ ดังนั้นวัฒนธรรมทางภาษาพูด ภาษาเขียน และประเพณีของมนุษย์แต่ละเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ จึงได้รับอิทธิพลเชื่อมโยงลงมาจากโลกวิญญาณเบื้องบน ต่างชั้น ต่างวรรณะกัน วิญญาณมนุษย์ที่มีสภาวะวิญญาณใกล้เคียงกับสัตว์เดียรัจฉาน จึงมีพฤติกรรมกักขฬะดุดันคล้ายสัตว์ป่าพวกนี้ได้รับอิทธิพลมาจากภูมิเทวนังชั้นต่ำ ภาพสะท้อนทางประเพณีวัฒนธรรมของมนุษย์บางชนชาติ จึงเป็นภาษาชั้นต่ำ ดังนั้นจึงกล่าวโดยสรุปได้ว่า ถ้าวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีของมนุษย์ชนชาติเผ่าพันธุ์ใดที่เกี่ยวพันกับโลกวิญญาณระดับสูง วิญญาณของมนุษย์ชนชาตินั้นย่อมสัมพันธ์กับสรวงสวรรค์ชั้นสูงด้วย ดังนั้นการศึกษาเล่าเรียนในศาสตร์ทางโลก ภาควิชามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ภาษาศาสตร์จึงมีอิทธิพลมาจากโลกวิญญาณด้วยทั้งสิ้น

๗) โลกวิญญาณทิพย์มีตัวองค์กรผู้สำเร็จ ครอบคลุมไปทั่วระบบสุริยะจักรวาล โดยมีสัญญาเป็นตัวบทกฎหมายบังคับและกำกับอยู่กับองค์สำเร็จซึ่งวางค่าระดับต่างๆ ให้เป็นสัญญาระดับสูง สัญญาระดับต่ำเช่น สัญญาพ้นโลกเวียนว่าย สัญญาในโลกเวียนว่าย สัญญาสูงสุด เป็นสัญญาขององค์พระผู้โองการสัญญาแห่งเอกภพ สัญญาที่มีศักดิ์ต่ำสุดคือสัญญาประจำกองสังขารมนุษย์ สัตว์ พืช ทุกสรรพสิ่งที่มีการปรุง แต่งขึ้น โดยธรรมชาติ สัญญาเบื้องบนโลกทิพย์เป็นข้อกำหนดกฎเกณฑ์ลดหลั่นตามศักดิ์ต่างระดับกันลงมาเชื่อมโยงถึงวิญญาณมนุษย์ทุกระดับ พิจารณาเทียบได้กับกฎหมายบ้านเมืองก็มีศักดิ์ต่างระดับกันกฎหมายที่เป็นศักดิ์สูงดั่งเช่น พระบรมราชโองการ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกาและอื่นๆ ที่มีศักดิ์ลดหลั่นกันลงไปตามอำนาจปกครองซึ่งจะคล้อยตามโลกทิพย์เบื้องบน


๘) โลกวิญญาณทิพย์เป็นตัวบ่อเกิดสมภาร ขึ้นบนภาคพื้นโลกเป็นฝ่ายควบคุมระบบการแทนค่าแทนคุณทั้งสังขารและวิญญาณกำหนดให้โลกดวงนี้เป็นโลกแห่งสมภารให้ชีวิตทุกชีวิตมีการชดเชย แทนค่าทางสังขารและวิญญาณเพื่อให้ระบบเลื่อนระดับวิญญาณเลื่อนระดับสังขาร ให้มีการชดเชย ชดใช้แทนค่าแก่กัน เป็นสมภารของโลกทิพย์ควบคุมกระบวนการทางสังคมมนุษยชาติ ปรากฏเป็นธรรมเนียมขึ้นในสังคมมนุษย์เพื่อให้มนุษย์ในสังคมในหลักเศรษฐศาสตร์ อาทิเช่น สนองคุณแก่รัฐเป็นภาษีอากรค่าธรรมเนียม ฤชา ค่าภาคหลวง ค่าไถ่ถอน ค่าคุ้มครอง ค่าปรับ ค่าสมัคร ค่าบำรุง ค่าเช่า การได้รับผลตอบสนองจากการทำความดีได้รับการแทนค่าตอบสนองคือ ค่าจ้าง ค่าตอบแทน ปูนบำเหน็จ เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ความดีความชอบพิเศษ ทรัพย์รับรองแจกทาน รางวัลสมนาคุณ กำไร ดอกเบี้ย ค่าสินไหม ทดแทนส่วนการแทนค่าให้แก่ทางวิญญาณ ขั้นพื้นฐาน อันเกี่ยวกับทางธรรมะระดับโลกียธรรม เช่น การเซ่น ไหว้ ครู ยกครู แก้บน ตั้งศาล บวงสรวง การแทนค่าทางธรรมะขั้นสูงเกี่ยวกับอำนาจคุณธรรม โดยการประสิทธิ์ให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์แก่กัน ต้องมีการสนองบารมีเป็นเรื่องของโลกวิญญาณทิพย์เป็นฝ่ายบัญญัติ เป็นธรรมาธิษฐานตั้งไว้เป็นกฎเกณฑ์ ให้มนุษย์มีการสนองคุณแก่กัน การให้คุณธรรมขั้นสูงแก่วิญญาณมนุษย์ผู้ขอรับโปรด พระบารมีจึงกำหนดให้มีการตั้งสนองคุณธรรม วางค่าระดับต่างๆ โดยมีเครื่องรับรองบูชาคุณธรรมตามธรรมาธิษฐาน ส่วนในกรณีที่ต้องชดใช้ชดเชย ตราบาปที่ผูกพันเวรกรรมอยู่กับวิญญาณมนุษย์สัตว์โดยทั่วไป โลกวิญญาณทิพย์จึงวางข้อกำหนดกองการกุศลสังฆทาน เพื่อไถ่ถอนโทษทัณฑ์ให้ลุเวรต่อกัน จึงบังเกิดมีกองการกุศลสังฆทานขึ้นในศาสนาพุทธแต่ดั้งเดิมมาแก้เวรทีละวรรค ทีละตอนโดยมีศาลสถิตยุติธรรมของโลกวิญญาณเป็นกลไกให้เกิดการลุแก่โทษ ดังได้กล่าวมาแล้วนี้ โลกวิญญาณทิพย์เป็นฝ่ายควบคุมระบบการสนองคุณ ให้คุณ แทนคุณ ทุกสังขารทุกวิญญาณให้มีการชดเชยแทนค่าแก่กัน ดังนั้นมนุษย์ในโลก จึงต้องมีการแทนค่าแก่กันทั้งทางโลกและทางธรรม การแทนค่าของคุณธรรมชั้นสูงของศาสนาขั้นถวายบูชาตั้งรับคุณธรรม ให้ได้คุณค่าสัญญากรรมสิทธิ์แห่งตน เป็นอริยทรัพย์ภายในเกิดขึ้นในตนจนมีผลสัมฤทธิ์ทางวิญญาณ จึงเป็นเรื่องระดับสูงสุดยอดเรียกว่า “กระบวนการสนองคุณธรรมในศาสนาชั้นสูง” เป็นผู้สนองคุณธรรมได้แทนค่าคุณธรรมได้จึงเป็นผู้มีอภิสิทธิ์ทางวิญญาณ พึงได้รับการตอบสนองเป็นความชอบทางธรรมเป็นสิ่งตอบแทนทางวิญญาณระดับสูงมากเรียกว่า “อริยทรัพย์รับรอง” โลกวิญญาณทิพย์ฝ่ายควบคุมกฎเกณฑ์นี้ ก็จะบันดาลสิ่งตอบสนอง ทางโภคทรัพย์ทางโลก เช่น มนุษย์สมบัติ ในทางภาควิญญาณ ก็ได้รับเป็นสวรรค์สมบัติตามทำนองครองธรรมต่างวาระกันไป ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นหลักการและเหตุผลในการสร้างบุญญาบารมีให้สูงๆ ขึ้นไป ก็ต้องใช้โภคทรัพย์ทางโลก เช่น เงิน ทอง เครื่องบูชา เครื่องอุปโภค บริโภค ถวายให้แก่ผู้มีคุณ เป็นการแทนค่าแก่กัน ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม พระบารมีเบื้องบนโลกวิญญาณทิพย์ ก็จะรับรองมรรคผล


๙) โลกวิญญาณทิพย์เป็นผู้ควบคุมการปรุงแต่งสรรพสิ่งต่างๆ บนภาคพื้นโลก ควบคุมการจัดระเบียบธาตุธรรมทั้ง ๔ ดิน น้ำ ลม ไฟ เข้าสูตรปฏิพัทธ์ธาตุธรรม ปรุงแต่งเป็นเอกพันธ์ และธาตุกัมมันตภาพรังสี กำหนดเข้าสูตรปฏิพัทธ์ธาตุเชิงซ้อน โดยมีผู้ควบคุม (นักวิทยาศาสตร์มองไม่เห็น) กำหนดให้เป็นในเชิงสมการให้เกิดการปรุงแต่งด้วยธาตุธรรมทั้ง ๔ โดยมีเจ้าหน้าที่ของโลกวิญญาณเป็นผู้ควบคุมจัดระเบียบธาตุ และมีสัญญาการเข้าสูตรปฏิพัทธ์ธาตุธรรม ตามกฎหมายของโลกวิญญาณทิพย์ ให้เป็นไปตามเจตจำนงของวิวัฒนาการในยุคหนึ่งๆ วิวัฒนาการของโลกจึงมีผู้ควบคุมให้เป็นไปตามจุดหมาย เมื่อเกิดการปรุงแต่งสรรพสิ่งต่างๆ แล้วจึงเกิดศาสตร์ทางโลก เป็นวิทยาการสาขาต่างๆ ให้มนุษย์ได้ศึกษาเล่าเรียน ในวิชาการทางโลกของภาคพื้นมนุษย์


๑๐) โลกวิญญาณทิพย์ในชั้นอากาศและดารดาษอยู่ไปทั่วพื้นปฐพี ต่างสถิตอยู่ในสภาพแวดล้อมทั่วไป ชั้นภูมิที่อยู่ใกล้มนุษย์ มีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ กระจายไปทั่วภูมิภาคของโลก มีอิทธิพลทางภาษาพูด ภาษาเขียน ประเพณี พื้นเมือง พื้นบ้าน จนกลายเป็นลัทธิและพิธีกรรมประจำเผ่าพันธุ์ และประเพณีพื้นเมือง สืบทอดกันมาจากโบราณกาลถึงปัจจุบัน การได้รับอิทธิพลจากโลกวิญญาณทิพย์เบื้องต่ำชั้นภูมิเทวานังนี้ ประกอบด้วยพระภูมิเจ้าที่ธรณีอากาศ รุกขเทวดา เจ้าป่าพนาเวศน์ เจ้าน้ำ เจ้าสมุทร เจ้าเขา เจ้าถ้ำ วิญญาณอิทธิฤทธิ์ เหล่านี้มีทั้งฝ่ายกุศลและฝ่ายอกุศล จึงบ่อเกิดวิชาไสยศาสตร์ขึ้นในหมู่นักพรต ชีไพร โยคาจารย์ ฤๅษี และนักบวชอื่นๆ สำหรับพวกอิทธิฤทธิ์พญามาร ฝ่ายอกุศล เช่น พวกพ่อมด แม่มด หมอผี พวกถือวิญญาณ เทพอสูร เสือสมิง ยักษ์ ภูติ เทพกาลี เดียรถีย์ พวกนี้เป็นวิญญาณฝ่ายชั่ว คอยผจญผู้ปฏิบัติธรรม คอยส่อเสียดเบียดสีมนุษย์ผู้ดีมีศีลธรรม คอยขัดขวางผู้ทรงศีลนักบวชต่างๆ ให้ผจญมาร ขัดขวางมิให้ไปสู่ทางดี มีมนุษย์ทั่วไปเป็นสมุนของวิญญาณฝ่ายชั่วอยู่ทั่วโลกนักบุญจึงตกอยู่กลางฝูงมาร โดยทั่วไปสำหรับวิญญาณอิทธิฤทธิ์ฝ่ายกุศลเป็นฝ่ายดีนั้น มีไว้สำหรับสร้างสรรค์วิญญาณมนุษยชาติให้เข้าสู่หนทางดีมีศีลธรรม จนกลายมาเป็นประเพณี พิธีกรรม ลัทธิ นิกายต่างๆ ของศาสนา เพื่อแก้ไขลบล้างวิญญาณฝ่ายชั่วให้มนุษย์ทั่วไป อิทธิฤทธิ์ฝ่ายกุศลนี้เป็นวิญญาณอากาศธาตุทั้ง ๔ เป็นประจุไฟฟ้าที่มีดุลยภาพระดับเดียวกับประจุไฟฟ้าที่มีอยู่ในกองสังขารวิญญาณมนุษย์ทั่วไป จึงสามารถสร้างระบบปฏิพัทธ์ธาตุธรรมในองค์การกายนครของคนง่ายด้วยวิธี ท่องคาถา สวด บำเพ็ญตบะ ร่ายเวทมนต์ แป้ง อำนาจอิทธิฤทธิ์จึงเข้าสวมสังขารวิญญาณมนุษย์ทั่วไปได้ง่ายและเสื่อมสูญได้ง่ายไม่เที่ยงแท้แน่นอน เพราะอิทธิฤทธิ์บางอย่างต้องถืออย่างมีเงื่อนไข อิทธิพลของวิญญาณเทพอิทธิฤทธิ์ฝ่ายกุศลชั้นภูมินี้จึงทำให้เกิดขนบธรรมเนียมประเพณีพื้นบ้าน พื้นเมืองเป็นวัฒนธรรมสืบทอดกันมา เช่น การไหว้ครูของศิลปิน การยกครูเล่าเรียนศิลปะวิทยา การแก้บน การทรมานกายเอาอำนาจอิทธิฤทธิ์ชั้นเซียนบายศรีสู่ขวัญ แห่บั้งไฟ เรียกขวัญนาค แต่งงาน (เซ่นผี) จับยามสามตา โองการแช่งน้ำ (ดื่มน้ำสาบาน) การป้องกันตัวด้วยวัตถุเครื่องรางของขลังและหมอวิเศษ

  ภาคความสัมพันธ์ระหว่างสังขารวิญญาณมนุษย์กับโลกวิญญาณทิพย์ทุกชั้น ความสัมพันธ์ระหว่างสังขารวิญญาณมนุษย์กับโลกวิญญาณทิพย์ทุกชั้นโลกวิญญาณทิพย์มีหลายชั้น เบื้องสูงและเบื้องล่าง เป็นสถาบันทิพย์แต่ละชั้น มีองค์กรสถาบันทิพย์ฝ่ายผู้สำเร็จทุกกระทรวง และฝ่ายคุณธรรมทางศาสนา ประจำอยู่ในแต่ละชั้นระดับต่างๆ เหมือนระบบสังคมบ้านเมืองของไทยขอให้พิจารณาโลกกับธรรมเป็นของคู่กัน โลกวิญญาณทิพย์ดังกล่าวมีโครงสร้างประกอบด้วยวิญญาณสูตรธาตุธรรมทั้ง ๔ คือ อากาศดิน อากาศน้ำ อากาศลม อากาศไฟ แต่เป็นธาตุสำเร็จเบื้องสูง เป็นพลังชีวิตที่เป็นวิญญาณสำเร็จ มีอำนาจปกครองและปรุงแต่งสรรพสิ่ง สิ่งที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต ตลอดวิญญาณทุกประเภทที่อยู่ในตัวโลกดวงนี้ ปกครองและปรุงแต่งแบบกระจายอำนาจกันลงมา โดยการแยกธาตุปรุงเชื้อสายของวิญญาณเบื้องบน ให้มีติดตั้งไว้ในสังขารวิญญาณ ทั้งมนุษย์ สัตว์ พืช เป็นเชื้อสายมาจากโลกวิญญาณ กระทรวงต่างๆ ให้เป็นตัวหน่วยย่อย หรือตัวแทนประจำอยู่ในกองสังขารเป็นสายโยงวาโยธาตุสื่อสารถึงกันหมดให้ประจำอยู่ในกองสังขารทุกตัวตน จะขอกล่าวโดยย่อในส่วนที่สัมพันธ์กับมนุษย์โดยเฉพาะคือ ๑) โลกวิญญาณมีสัญญา เป็นกฎหมายตราเป็นเครื่องจำหมายของวิญญาณแต่ละชั้น เช่นเดียวกับในกองสังขารวิญญาณมนุษย์เราก็มีสัญญาประจำกองสังขาร ซึ่งอยู่ในหมวดขันธ์ ๕ สัญญาเกิด สัญญาตาย สัญญาเวียนว่ายให้มีกุศลธรรม และอกุศลธรรม ติดตามปรุงแต่งเป็นสัญญาประจำตัวทุกตัวตน สัญญาประจำกายตนของแต่ละบุคคล กำหนดให้ธาตุธรรมทั้ง ๔ เข้าจัดระเบียบปรุงแต่งในขันธ์ ๕ ขันธ์ ๘ ธรรมธาตุ ๗ เป็นสภาพบุญตกแต่งเป็นบุญญาภิสังขารและ บุญญาภินิหารส่วนบุคคลต่างกรรมต่างวาระกันไป เมื่อสัญญาปรุงแต่งมาเกิดแล้ว สัญญานั้นก็ควบคุมให้เกิดมีสุขมีทุกข์ในมนุษย์สมบัติต่างฐานะกันออกไป สัญญาประจำกองสังขาร เชื่อมโยงผูกพันถึงสวรรค์สมบัติและนิพพานสมบัติด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายโลกวิญญาณที่เป็นตัวน้อมนำการปรุงแต่งเรียกกัน โดยทั่วไปว่า แม่ป้อ แม่ปั้นปุงลิงค์ แม่สื่อแม่กำเนิดเขาจะดูตามสัญญาที่เป็นเครื่องจำหมายของวิญญาณมนุษย์ตนหนึ่งๆ เป็นสำคัญ ๒) โลกวิญญาณทิพย์ มีภูมิลำเนาวิญญาณเป็นเมืองหลายเมือง เช่นเมืองสวรรค์ชั้นภูมิ (เทวภูมิ) สวรรค์เทวโลก เรียกว่า “แดนสุขคติภูมิ” สำหรับภูมิลำเนา วิญญาณชั้นต่ำ เป็นเมืองนรกมีลักษณะเป็นขุมต่างๆ หลายระดับชั้น เรียกว่าทุติยภูมิ โลกวิญญาณทิพย์มีภูมิลำเนาวิญญาณไว้รองรับคุณค่าการทำความดีต่างระดับกัน ผู้ใดทำชั่วภูมิลำเนาวิญญาณชั้นต่ำก็รองรับ หลายระดับชั้นที่ซึ่งมีไว้ให้วิญญาณมนุษย์ไปเสพผลกรรมตามกุศลกรรมและอกุศลกรรม ในสัญญาแห่งโลกเวียนว่าย การเสพผลกุศลกรรมระดับสูงได้ขึ้นไปสู่ภูมิลำเนาวิญญาณ เมืองสวรรค์วิมานเทวโลก การเสพผลอกุศลกรรมชั้นต่ำก็ตกไปสู่ภูมิลำเนาวิญญาณชั้นต่ำ มนุษย์ทั่วโลกจึงมีเชื้อสายเผ่าพันธุ์ การปรุงแต่งธาตุธรรมในวิญญาณของตนมาจากภูมิลำเนาวิญญาณต่างฐานะกันดังนั้นมนุษยชาติ จึงต้องมีชนชั้นตามสภาพ บุญตกแต่งตามค่าของวิญญาณตามภูมิลำเนา วิญญาณที่เคยไปสู่กรรม ต่างชั้นกัน ทำให้มนุษย์มีกุศลมูลเดิมเป็นกุศลธรรมปรุงแต่งตามภูมิลำเนาชั้น ต่างๆ ดังนั้นมนุษย์จึงเข้าถึงคุณธรรมต่างชั้นต่างวาระกันผู้ปฏิบัติธรรมก็เข้าถึงอำนาจ คุณธรรมองค์สำเร็จต่างระดับกันด้วย ในเมื่อโลกวิญญาณทิพย์มีภูมิลำเนาชั้นต่างๆ มีโครงสร้างเป็นเมือง เมื่อปรุงแต่งสังขารวิญญาณมนุษย์รวบรวมธาตุธรรมเป็น สังขตธรรมเป็นกายสังขารทุกตัวตนทำหน้าที่เป็นตัวแทนของโลกวิญญาณทิพย์เป็น สื่อสายโยงวาโยธาตุถึงกัน เจ้าหน้าที่หน่วยงานของเมืองสวรรค์ที่อยู่ในกายนครของมนุษย์ตัวตนหนึ่งๆ อาทิเช่น เทวทูต ยมทูต พระยาจิตราช ราชทูต มีเชื้อสายเทวดา เชื้อสายอินทราธิราช เชื้อสายชั้นพรหมโลก เชื้อสายห้องพระนิพพาน ส่วนเจ้าหน้าที่หน่วยงานของเมืองนรกก็มีติดตั้งไว้ในสังขารด้วยเหมือนกัน ใครทำดีทำชั่ว แต่ยุคใดปางใด เวียนเกิดเวียนตายสักกี่ร้อยชาติ ตัวสื่อเหล่านี้จะบันทึกไว้หมด ดังนั้นโลกวิญญาณทิพย์จึงรู้เห็นการกระทำของมนุษย์ทุกตัวตนอยู่ทุกลมหายใจ เมื่อมนุษย์ถึงวาระทิ้งสังขารวิญญาณทำดีมามากฝ่ายดีเขาก็ดึงดูดขึ้นสูง วิญญาณใดทำชั่วมามาก ฝ่ายชั่วก็ดึงดูดให้จมลงเมื่อมนุษย์ทุกตัวตนมีสัญญาบันทึกตราบาปติดวิญญาณอยู่จึงข้ามโลกเวียนว่ายไม่พ้นโลกวิญญาณทิพย์ ภูมิลำเนาเมืองหนึ่งๆ มีตราสัญญาเป็นกฎหมายประจำเมือง เป็นข้อกำหนดพันธะผูกพันทางวิญญาณ วิญญาณที่มาจากภูมิลำเนา วิญญาณเมืองนั้นๆ มีตัวสื่อติดตั้งติดตัวมาไว้ในวิญญาณมนุษย์ตัวตนหนึ่งๆ กำหนดให้มีพันธุทางศีลธรรม พันธุทางกุศลมูลเดิม พันธุทางระบบเจ้าขุนมูลนาย เพื่อเป็นระบบปกครองสังคมมนุษย์บนพื้นโลก พันธะทางวัฒนธรรมให้เชื่อมโยงถึงโลกวิญญาณทิพย์ พันธะทางกรรมสิทธิ์ถือครองรูปสังขาร ดังนั้น พันธะทุกอย่างที่ผูกพันอยู่ทางวิญญาณมนุษย์ทุกตัวตนมีอิทธิพลมาจากโลกวิญญาณทิพย์เบื้องบน มนุษย์ทุกคนทั้งโลกแต่ละประเทศ แต่ละกลุ่มชน จะพากันประกาศยกเลิกพันธะต่างๆ ในวิญญาณของตนเอาเองมิได้ ดังนั้นสังคมมนุษย์จึงต้องมีระบบการปกครอง มีศาสนามีวัฒนธรรม มีข้อกำหนดกฎหมายเป็นไปตามหลักธรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ผูกพันกันกับโลกวิญญาณทิพย์อย่างแยกไม่ออก ดังนั้นโลกกับธรรมเป็นของคู่กันจึงเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องจะเห็นว่าระบบสังคมใดที่ไม่พากันนับถือศาสนาปิดกั้นมิให้มนุษย์ในสังคมใช้เสรีภาพทางวิญญาณเพื่อสร้างสรรค์คุณค่าแก่วิญญาณของแต่ละบุคคล สังคมนั้นจึงผิดทำนองครอง ธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน โลกมนุษย์จึงยังไม่เป็นศีลธรรมมนุษยชาติแตกแยกไม่มีสามัคคีธรรม กล่าวโดยสรุปในเมื่อพันธะทางศีลธรรมผูกพันกับวิญญาณมนุษย์มีอิทธิพลมาจากภูมิลำเนาวิญญาณที่ต่างระดับกัน มนุษย์จีงมีฐานะทางวิญญาณต่างชนชั้นกัน มีระดับจิตต่างระดับกัน ระดับคุณธรรมที่จะรับรองภาวะวิญญาณมนุษย์ผู้มีบุญก็มีวางไว้ตามมูลค่าแห่งกุศลมูลเดิมต่างวาระกันไปด้วย ดังนั้น พระองค์ต้นบรมครูจึงทรงบัญญัติองค์พระธรรมระดับต่างๆ เชื่อมสายสัมพันธ์กับวิญญาณมนุษย์ระดับต่างๆ ให้เชื่อมโยงสัมพันธ์กับโลกวิญญาณทิพย์เบื้องบนด้วย ๓) โลกวิญญาณทิพย์ สร้างพันธะทางวิญญาณผูกพันกับมนุษย์สมบัติสวรรค์สมบัติเป็นสัญญากุศลมูลเดิม จึงบังเกิดเป็นพรสวรรค์ติดตัวอยู่ในวิญญาณมนุษย์ บ่งชี้ทางสมรรถวิสัยเป็นความสามารถพิเศษและลักษณะเด่นเฉพาะตัวในมนุษย์ ที่มีวิญญาณมาจากภูมิลำเนาวิญญาณชั้นสูง วิญญาณกลุ่มมนุษย์ที่อยู่ในสถาบันทางสังคมชั้นสูงของไทย หลายสถาบันจึงมีภาวะวิญญาณเป็นทิพยมานุสมีเชื้อสายของทวยเทพจุติลงมาสร้างบารมีในเมืองมนุษย์ ซึ่งเขาเหล่านั้นยังติดอยู่ในโลกเวียนว่าย ต่างมีพรสวรรค์บ่งบอกกุศลมูลเดิมหลายฝ่ายเช่นสถาบันทางศาสนามีตัวองค์กรทางศาสนาระดับสูงมีภาวะวิญญาณเป็นเทพปราชญ์เอกธรรม เทพถ่ายทอดมรดกวัฒนธรรมทางศาสนา ในสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นกลุ่มมนุสเทโวปกป้องบัลลังก์พระศาสนาเป็นเทพมหาอำนาจปกบ้านปกเมือง บรรดาขุนศึกชั้นผู้ใหญ่ก็เป็นเทพมหาอำนาจปกป้องราชบัลลังก์ ต่างมีเชื้อสายของวิญญาณฤทธาพญานาค อยู่ในตัวเป็นองค์ประกอบอยู่ เทพปกครองมนุษย์สัตว์ทั่วไป (เจ้าเมือง) เทพปราชญ์เอกโลกมีนักปราชญ์ทั้งหลายไว้ถ่ายทอดศิลปวิทยาและวัฒนธรรมจากเบื้องสูงมาอบรมสั่งสอนมนุษย์ด้วยกันให้คล้องจองกับโลกวิญญาณทิพย์ เช่น เหล่าศาตราจารย์และนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย เทพโภคทรัพย์รับรอง เช่น มหาเศรษฐีคหบดีทั้งหลาย เทพหมอยา เทพโหรโลก เทพสื่อสาร ทูตลิ้นทอง เทพธัญญาหาร บรรดามนุษย์มีเชื้อสายเทพ ดังยกตัวอย่างมานี้ ภาวะวิญญาณมีความสัมพันธ์กับโลกวิญญาณทิพย์ โดยไม่รู้ตัว ต่างสืบเชื้อสายมาจากเบื้องบน ต่างได้รับอิทธิพลมาจากโลกทิพย์เบื้องบนบันดาลลงมาสู่ภาคพื้นมนุษย์ให้จัดระบบบ้านเมืองคล้อยตามเบื้องบนสรวงสวรรค์ให้มีบทบาทสืบทอดศาสนาและวัฒนธรรมที่สูงที่สุดในโลก กลุ่มวิญญาณมนุสเทโวทั้งหลายนี้มีกุศลมูลเดิมมาก เพราะเวียนเกิดเวียนตายสร้างบารมีบนผืนแผ่นดินนี้มาหลายภพหลายชาติ สร้างคุณงามความดีมาหลายร้อยชาติ ภาวะวิญญาณของแต่ละบุคคลเคยไปเสพผลบุญในภูมิลำเนาวิญญาณระดับสูง แบบขึ้นๆ ลงๆ แต่ยังข้ามโลกเวียนว่ายไม่พ้น กุศลธรรมที่ปรุงแต่งอยู่ในวิญญาณติดอยู่ในธาตุเวียนว่าย จึงมิได้สถิตอยู่บนสรวงสวรรค์ตลอดไป หมดสัญญาเสพผลบุญในวาระหนึ่งๆ ก็ลงมาจุติในเมืองมนุษย์ใหม่อีก บรรดาวิญญาณของกลุ่มมนุสเทโวหลายสถาบันดังกล่าวแล้วมีความสัมพันธ์กับองค์พระธรรมที่พระองค์ต้นบรมครูได้ทรงบัญญัติไว้รับรองวิญญาณมนุษย์ที่มีกุศลมูลเดิมให้ได้รับอำนาจ คุณธรรมตามพรสวรรค์ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติตามมูลค่าของวิญญาณของแต่ละบุคคลพึงได้รับ ถ้าหากวิญญาณเขาทั้งหลายนี้ได้รับการอัดแปรแก้ไขกองธาตุธรรมในวิญญาณของตน ได้ดับล้างกรรมกิเลสฟอกฝนวิญญาณได้รับประสิทธิ์ประสาทองค์พระธรรมโดยใช้เวลาไม่นาน เขาจะสว่างโลก สว่างธรรมโดยเร็วเพราะมีเวรกรรมอกุศลธรรมติดวิญญาณน้อย พระองค์ต้นบรมครูได้ตรัสบอกไว้ว่าผู้มีบุญมาก มีเวรกรรมน้อยยังไม่ถึงสัญญาให้ได้รับ เขาเหล่านั้นพระบารมีเบื้องบนยั่งสัญญาไว้ให้ได้พบทีหลัง เมื่อวิญญาณของแต่ละบุคคลถึงวาระสัญญาจะได้พบพระบารมีเบื้องบน โลกวิญญาณทิพย์จะบันดาลให้พบเอง และจะสว่างธรรมอย่างรวดเร็ว สำหรับวิญญาณเหล่าศิษยานุศิษย์ต่างก็มีพันธะทางวิญญาณผูกพันกับมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติด้วย เป็นพรสวรรค์ปรากฎจากการออกเหตุและความสามารถในทางโลก และทางธรรมด้วยเหมือนกันที่อำนาจบารมีเบื้องบน โลกวิญญาณทิพย์ให้ได้รับก่อนและได้ปฏิบัติก่อน ส่วนมากมีบาปติดตัวมาก เกิดตกต่ำเจ็บทุกข์ ขึ้นสูงตกต่ำ แล้วแต่ภาวะวิญญาณถูกลิขิตตามตราสัญญาของกฎแห่งกรรมในวัฏฏสงสาร ชาตินี้ส่วนใหญ่จึงตกอยู่ในฐานะทุกขตเข็ญใจแต่ภาวะวิญญาณมีกุศลธรรมเป็นมูลเดิมติดตัวมาเกิด ได้อัดแปรแก้ไขภาวะธาตุธรรมในกองสังขารของตน ได้แก้เวรแก้กรรมด้วยกองการกุศลสังฆทานได้รับคุณธรรมระดับสูงมาประสิทธิ์วิญญาณและบำเพ็ญปฏิบัติสร้างบารมีเสริมจุนหลายปีจนมีอานิสงส์บังเกิดคุณค่ากุศลธรรมในวิญญาณประจวบกับกุศลมูลเดิมมีมาแต่อดีตชาติต่างระดับกันแล้วแต่คุณค่าทางวิญญาณมาจากภูมิลำเนาชั้นต่างๆ เคยมีพันธะทางสังคมร่วมยุค ร่วมสมัยกันมาหลายชาติ เป็นสายญาติ สายสัมพันธ์ ทางกุศลมูลเดิมแต่อดีตชาติ มีสัญญาผูกพันกันมาตั้งแต่ต้นบวรพุทธศาสนา โลกวิญญาณทิพย์ จึงเลือกคัดจัดสรรเอาแต่วิญญาณผู้มีบุญมาเกิดอยู่ในแผ่นดินเดียวกัน เพื่อสืบทอดมรดกวัฒนธรรมเบื้องบนโลกวิญญาณทิพย์ให้สถิตสถาพรคู่โลกคู่ธรรมต่อไปก็จะค่อยๆ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผสมผสานกันช่วยชาติบ้านเมือง บำรุงพระพุทธศาสนาโลกเจริญธรรมเจริญสุดยอดของโลกบนผืนแผ่นดินนี้ ๔) โลกวิญญาณทิพย์เป็นฝ่ายควบคุมกำหนดเวลา เป็นวัน เดือน ปี กัปป์ บนพื้นโลก โลกวิญญาณทิพย์มีอิทธิพลต่อวิญญาณมนุษย์ทุกตัวตน มีผู้สำเร็จกระทรวงโหรโลกเบื้องบนโลกทิพย์ เป็นฝ่ายควบคุมสัญญาเกิดดับของสังขารในกองสังขารของมนุษย์ตัวตนหนึ่งๆ มีฝ่ายโหรเป็นเชื้อสายติดตัวอยู่ด้วยฝ่ายนี้จะเป็นตัวกำหนดจุติ กำหนดฤกษ์ กำหนดมงคล กำหนดชันษาดีชั่ว เรียกว่า พรหมชาติ และกำหนดรูปพรรณตามบุญญาภิสังขาร บ่งบอกลักษณะตามหลักนรลักษณ์ศาสตร์ โดยควบคุมการจัดระเบียบธาตุปรุงแต่งสังขารตามสัญญาประจำกองสังขารของแต่ละบุคคล ฝ่ายโหรโลกนี้ควบคุมวิถีการดำเนินชีวิตต่างกรรมต่างวาระกันเรียกว่า “พรหมลิขิต” ทางภาคโลกวิญญาณทิพย์มีอิทธิพลบันดาลสู่วิญญาณมนุษย์ผู้หนึ่งผู้ใดมีพฤติกรรมที่พิเศษกว่ามนุษย์ธรรมดา เรียกว่าบุญญาภินิหารซึ่งเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ธรรมดาก็อาจมีขึ้นได้ โลกวิญญาณทิพย์ฝ่ายโหรโลกนี้ จะกำหนดกฎเกณฑ์ให้วิญญาณมนุษย์แต่ละบุคคลมีวิถีชีวิตเป็นไปตามอิทธิพลของดวงดาว ตามเส้นสุริยวิถี ควบคุมกฎเกณฑ์การได้รับโชคลาภบ่งชี้วาสนา ชะตาราศี ต่างฐานะกันไป เรื่องนี้มีรายละเอียดอยู่ในแบบแผนของศาสนาพราหมณ์ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากองค์สำเร็จกระทรวงโหรโลก ๕) โลกวิญญาณทิพย์ มีองค์พระผู้สำเร็จเป็นฝ่ายชาย ฝ่ายหญิง จะเห็นว่าโลกกับธรรมเป็นของคู่กัน มีสัญญาเป็นเครื่องจำหมายควบคุมระบบโลกทิพย์อย่างเคร่งครัด กำหนดกฎเกณฑ์ไว้ในเมืองสวรรค์ ประกอบด้วยเหล่าเทพบุตรใหญ่น้อย ลดหลั่นกันลงไป และแวดล้อมด้วยเหล่า เทพธิดา นางฟ้านางสวรรค์เป็นบริวารมากน้อยลดหลั่นกันลงไปด้วย โลกวิญญาณทิพย์ส่งเชื้อสายสัมพันธ์เชื่อมโยงลงมาถึงภาคพื้นภพ มนุษย์ให้เกี่ยวเนื่องกัน เบื้องบนสวรรค์มีโครงสร้างอย่างไรก็ถ่ายทอดอิทธิพลถึงสังคมมนุษย์ให้เป็นอย่างนั้นคล้อยตามกัน ไปซึ่งเป็น ธรรมดาของโลกของธรรม โลกมนุษย์จึงมีการปรุงแต่งแยกเพศชายเพศหญิง ตามสัญญาของนะปุงลิงค์ สักลิงค์ หิตถีลิงค์ แยกเพศออกไป และให้มีไว้เป็นของคู่กัน มีสัญญาเกี่ยวพันธะกันมาเป็นคู่ เป็นวงศ์บริวาร เป็นญาติวงศ์พงศ์พันธุ์ พุทธพงศ์พันธุ์ให้สัมพันธ์กันมาทั้งสวรรค์ทั้งมนุษย์ จึงปรากฏเป็นภาพสะท้อนในสังคมมนุษย์ทุกยุคทุกสมัยให้เจ้าฟ้ามหากษัตริย์ ขุนนางผู้ใหญ่มีบรรดาวิญญาณเทพธิดาจุติมารับรองเป็นบริวารแวดล้อม ลดหลั่นกันลงไปตามระดับของบุญญาบารมี ตามฐานันดรศักดิ์แห่งอำนาจวาสนา ลดหลั่นกันลงไปในสภาวะมนุษย์สมบัติ ซึ่งเป็นไปตามวาระสัญญาคล้อยตามโลกเบื้องบนไม่ถือว่าผิดทำนองครองธรรม ในส่วนเรื่องการสร้างกุศลกรรมเป็นคู่กันมา ชายหญิงคู่ใดร่วมสร้างบุญญาบารมีมาหลายยุคหลายชาติ เป็นคู่สร้างกันมาเวียนเกิดเวียนตายมาหลายชาติ เกิดเป็นพันธะสัญญาผูกพันทางวิญญาณกันมาเป็นพันธะกรณีทางศีลธรรมเป็นพันธะกรณีผูกพันทางกุศลมูลเดิม เป็นสัญญาแห่งบุพเพสันนิวาสคู่กันมา โดยได้รับอิทธิพลมาจากโลกวิญญาณทิพย์เบื้องบนกำหนด การมีสัญญาพันธะกรณีของชายหญิงคู่กันมาหลายด้านเช่นนี้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์ผู้ใดจะประกาศยกเลิกพันธะเอาเอง และไม่มีใครฝ่าฝืนพันธะทางโลกวิญญาณได้เลย ในเมื่อวิญญาณมนุษย์ชายหญิงมีพันธะทางศีลธรรมร่วมกันมา พระองค์ต้นบรมครูจึงมิให้คิดเอาตัวรอดโดยลำพังผู้เดียว มิให้ตัดพันธะลัดช่องน้อยเฉพาะตัว การพยายามตัดพันธะทางวิญญาณออกจากคู่กันจึงเป็นเรื่องยาก จึงเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมทั้งทางโลกและทางธรรม พระองค์ท่านจึงเน้นเรื่องความยุติธรรมทางวิญญาณเป็นสำคัญ จึงให้ครองคู่กันสร้างบุญญาบารมีเรื่อยไป ซึ่งเป็นเรื่องของความยุติธรรมในสังคมมนุษย์ อนึ่ง สังขารของมนุษย์ชายหญิงก่อกำเนิดขึ้นมาได้ ก็ด้วยคุณของพ่อคุณของแม่เป็นสายสัมพันธ์ทางวิญญาณ ชายก็เกิดจากหญิง หญิงก็เกิดจากชาย สอดคล้องกันอยู่กันโลกวิญญาณทิพย์ ตัวธาตุธรรมปรุงแต่งรูปกายมาจากตัวน้อมนำอันเดียวกัน การสร้างบุญญาบารมีจึงต้องสร้างแบบประคองคู่กันไป กอบกู้กันไปให้เกิดความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย อย่างให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตกอยู่ในทุกข์ ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทอดทิ้ง ถือว่าผิดธรรมเนียมของโลกวิญญาณ จะต้องเกิดเวรทางคดีธรรม สำหรับการสร้างบารมีห้องนี้ให้ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ปรนนิบัติรับรองกันไป กอบกู้เอากันไปให้ได้สุขคติ ถึงแม้ฐานะทางวิญญาณจะมีบุญญาบารมีต่างระดับกัน ถือว่าไม่ผิดศีลธรรม ชายหญิงสัมพันธ์คู่กันฉันสามีภรรยาอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดี คู่ใครคู่มันชนชั้นผู้ประเสริฐ มีน้ำหนึ่งใจเดียวกันจิตใจเที่ยงธรรมคู่สร้างบารมีคู่นั้นจะเอื้ออำนวยให้วิญญาณผู้มีบุญมาเกิดเป็นสังขาร เพื่อสร้างบารมีให้สูงขึ้นอีก เป็นวงจรเวียนว่ายสร้างบารมีเป็นระบบโลกเจริญธรรมเจริญ ดังนั้นศิษยานุศิษย์ทั้งหลาย จึงปฏิบัติธรรมอยู่ในเพศเป็นฆราวาสครองเรือนให้ภาวะวิญญาณของตนทั้งชายหญิงเป็นพระภายในวิญญาณให้สะอาด บริสุทธิ์ ยุติธรรม ในเมืองสวรรค์บางชั้นก็มีการเสพกามคุณอยู่ แต่เป็นแบบจิตปฏิพัทธ์ของวิญญาณทวยเทพ ที่มีพันธะทางศีลธรรมเกี่ยวข้องกันเป็นคู่ซึ่งอยู่ในระดับชั้นเดียวกัน โดยมีสัญญาบังคับอยู่เป็นคู่เป็นกลุ่มวงศ์บริวาร องค์ใดมีบริวารมากก็แล้วแต่สัญญากำหนด ซึ่งจะต้องเป็นระดับหัวหน้าทวยเทพแต่ละชั้น เบื้องบนสวรรค์เคร่งครัดมากกว่าโลกสังขารเมืองมนุษย์ แต่มนุษย์จะมาเอาอย่างเบื้องบนสวรรค์เสียทุกอย่างย่อมไม่ได้ เพราะโลกมนุษย์ยังไม่เป็นศีลธรรมพอเพียง มนุษย์ยังไม่มีศีลเสมอภาคทุกตัวตน ภพมนุษย์นี้จัดว่าเป็นแดนทุกข์อยู่ ส่วนโลกวิญญาณทิพย์เบื้องบนเป็นวิมานสุขคติ มีศีลประเสริฐปราศจากจิตอิจฉาริษยาไม่มีการส่อเสียดเบียดสี ๖) โลกวิญญาณทิพย์แต่ละชั้นมีภาษาพูดต่างกัน ชั้นหนึ่งๆ จะพูดภาษาประจำชั้นตามภูมิลำเนาวิญญาณตั้งอยู่ ภูมิชั้นต่ำก็พูดภาษาวิญญาณชั้นต่ำชั้นสูงขึ้นไปก็มีภาษาพูดเปลี่ยนเป็นภาษาพูดชั้นสูงขึ้นตามศักดิ์ของวิญญาณที่สถิตอยู่ในแต่ละชั้น พระองค์ต้นบรมครูตรัสบอกว่า เบื้องบนโลกวิญญาณทิพย์มีหลายร้อยชั้นหลายร้อยภาษาเมื่อมีวิญญาณองค์สำเร็จชั้นต่างๆ และวิญญาณเทพหลายจำพวกพากันลงมาขอให้พระองค์ท่านโปรดพระองค์ท่านก็เทศนาโปรดโดยวิญญาณจำพวกหนึ่งก็เทศนาเป็นภาษาของเขาอย่างหนึ่ง วิญญาณเขาลงมาหลายจำพวก จึงต้องเทศนาโปรดหลายภาษา โลกวิญญาณทิพย์มีหลายชั้นจึงเป็นภาพสะท้อนให้ปรากฏเห็นให้พิจารณาในภาคพื้นภพมนุษย์ เมืองมนุษย์ก็มีมนุษย์หลายจำพวก กลุ่มชนชาติหนึ่งๆ ก็ใช้ภาษาของเขาอย่างหนึ่ง สภาวะวิญญาณมนุษย์ทั้งโลกมีวิญญาณต่างระดับชั้นกัน คล้อยตามโลกวิญญาณ ดังนั้นวัฒนธรรมทางภาษาพูด ภาษาเขียน และประเพณีของมนุษย์แต่ละเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ จึงได้รับอิทธิพลเชื่อมโยงลงมาจากโลกวิญญาณเบื้องบน ต่างชั้น ต่างวรรณะกัน วิญญาณมนุษย์ที่มีสภาวะวิญญาณใกล้เคียงกับสัตว์เดียรัจฉาน จึงมีพฤติกรรมกักขฬะดุดันคล้ายสัตว์ป่าพวกนี้ได้รับอิทธิพลมาจากภูมิเทวนังชั้นต่ำ ภาพสะท้อนทางประเพณีวัฒนธรรมของมนุษย์บางชนชาติ จึงเป็นภาษาชั้นต่ำ ดังนั้นจึงกล่าวโดยสรุปได้ว่า ถ้าวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีของมนุษย์ชนชาติเผ่าพันธุ์ใดที่เกี่ยวพันกับโลกวิญญาณระดับสูง วิญญาณของมนุษย์ชนชาตินั้นย่อมสัมพันธ์กับสรวงสวรรค์ชั้นสูงด้วย ดังนั้นการศึกษาเล่าเรียนในศาสตร์ทางโลก ภาควิชามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ภาษาศาสตร์จึงมีอิทธิพลมาจากโลกวิญญาณด้วยทั้งสิ้น ๗) โลกวิญญาณทิพย์มีตัวองค์กรผู้สำเร็จ ครอบคลุมไปทั่วระบบสุริยะจักรวาล โดยมีสัญญาเป็นตัวบทกฎหมายบังคับและกำกับอยู่กับองค์สำเร็จซึ่งวางค่าระดับต่างๆ ให้เป็นสัญญาระดับสูง สัญญาระดับต่ำเช่น สัญญาพ้นโลกเวียนว่าย สัญญาในโลกเวียนว่าย สัญญาสูงสุด เป็นสัญญาขององค์พระผู้โองการสัญญาแห่งเอกภพ สัญญาที่มีศักดิ์ต่ำสุดคือสัญญาประจำกองสังขารมนุษย์ สัตว์ พืช ทุกสรรพสิ่งที่มีการปรุง แต่งขึ้น โดยธรรมชาติ สัญญาเบื้องบนโลกทิพย์เป็นข้อกำหนดกฎเกณฑ์ลดหลั่นตามศักดิ์ต่างระดับกันลงมาเชื่อมโยงถึงวิญญาณมนุษย์ทุกระดับ พิจารณาเทียบได้กับกฎหมายบ้านเมืองก็มีศักดิ์ต่างระดับกันกฎหมายที่เป็นศักดิ์สูงดั่งเช่น พระบรมราชโองการ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกาและอื่นๆ ที่มีศักดิ์ลดหลั่นกันลงไปตามอำนาจปกครองซึ่งจะคล้อยตามโลกทิพย์เบื้องบน ๘) โลกวิญญาณทิพย์เป็นตัวบ่อเกิดสมภาร ขึ้นบนภาคพื้นโลกเป็นฝ่ายควบคุมระบบการแทนค่าแทนคุณทั้งสังขารและวิญญาณกำหนดให้โลกดวงนี้เป็นโลกแห่งสมภารให้ชีวิตทุกชีวิตมีการชดเชย แทนค่าทางสังขารและวิญญาณเพื่อให้ระบบเลื่อนระดับวิญญาณเลื่อนระดับสังขาร ให้มีการชดเชย ชดใช้แทนค่าแก่กัน เป็นสมภารของโลกทิพย์ควบคุมกระบวนการทางสังคมมนุษยชาติ ปรากฏเป็นธรรมเนียมขึ้นในสังคมมนุษย์เพื่อให้มนุษย์ในสังคมในหลักเศรษฐศาสตร์ อาทิเช่น สนองคุณแก่รัฐเป็นภาษีอากรค่าธรรมเนียม ฤชา ค่าภาคหลวง ค่าไถ่ถอน ค่าคุ้มครอง ค่าปรับ ค่าสมัคร ค่าบำรุง ค่าเช่า การได้รับผลตอบสนองจากการทำความดีได้รับการแทนค่าตอบสนองคือ ค่าจ้าง ค่าตอบแทน ปูนบำเหน็จ เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ความดีความชอบพิเศษ ทรัพย์รับรองแจกทาน รางวัลสมนาคุณ กำไร ดอกเบี้ย ค่าสินไหม ทดแทนส่วนการแทนค่าให้แก่ทางวิญญาณ ขั้นพื้นฐาน อันเกี่ยวกับทางธรรมะระดับโลกียธรรม เช่น การเซ่น ไหว้ ครู ยกครู แก้บน ตั้งศาล บวงสรวง การแทนค่าทางธรรมะขั้นสูงเกี่ยวกับอำนาจคุณธรรม โดยการประสิทธิ์ให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์แก่กัน ต้องมีการสนองบารมีเป็นเรื่องของโลกวิญญาณทิพย์เป็นฝ่ายบัญญัติ เป็นธรรมาธิษฐานตั้งไว้เป็นกฎเกณฑ์ ให้มนุษย์มีการสนองคุณแก่กัน การให้คุณธรรมขั้นสูงแก่วิญญาณมนุษย์ผู้ขอรับโปรด พระบารมีจึงกำหนดให้มีการตั้งสนองคุณธรรม วางค่าระดับต่างๆ โดยมีเครื่องรับรองบูชาคุณธรรมตามธรรมาธิษฐาน ส่วนในกรณีที่ต้องชดใช้ชดเชย ตราบาปที่ผูกพันเวรกรรมอยู่กับวิญญาณมนุษย์สัตว์โดยทั่วไป โลกวิญญาณทิพย์จึงวางข้อกำหนดกองการกุศลสังฆทาน เพื่อไถ่ถอนโทษทัณฑ์ให้ลุเวรต่อกัน จึงบังเกิดมีกองการกุศลสังฆทานขึ้นในศาสนาพุทธแต่ดั้งเดิมมาแก้เวรทีละวรรค ทีละตอนโดยมีศาลสถิตยุติธรรมของโลกวิญญาณเป็นกลไกให้เกิดการลุแก่โทษ ดังได้กล่าวมาแล้วนี้ โลกวิญญาณทิพย์เป็นฝ่ายควบคุมระบบการสนองคุณ ให้คุณ แทนคุณ ทุกสังขารทุกวิญญาณให้มีการชดเชยแทนค่าแก่กัน ดังนั้นมนุษย์ในโลก จึงต้องมีการแทนค่าแก่กันทั้งทางโลกและทางธรรม การแทนค่าของคุณธรรมชั้นสูงของศาสนาขั้นถวายบูชาตั้งรับคุณธรรม ให้ได้คุณค่าสัญญากรรมสิทธิ์แห่งตน เป็นอริยทรัพย์ภายในเกิดขึ้นในตนจนมีผลสัมฤทธิ์ทางวิญญาณ จึงเป็นเรื่องระดับสูงสุดยอดเรียกว่า “กระบวนการสนองคุณธรรมในศาสนาชั้นสูง” เป็นผู้สนองคุณธรรมได้แทนค่าคุณธรรมได้จึงเป็นผู้มีอภิสิทธิ์ทางวิญญาณ พึงได้รับการตอบสนองเป็นความชอบทางธรรมเป็นสิ่งตอบแทนทางวิญญาณระดับสูงมากเรียกว่า “อริยทรัพย์รับรอง” โลกวิญญาณทิพย์ฝ่ายควบคุมกฎเกณฑ์นี้ ก็จะบันดาลสิ่งตอบสนอง ทางโภคทรัพย์ทางโลก เช่น มนุษย์สมบัติ ในทางภาควิญญาณ ก็ได้รับเป็นสวรรค์สมบัติตามทำนองครองธรรมต่างวาระกันไป ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นหลักการและเหตุผลในการสร้างบุญญาบารมีให้สูงๆ ขึ้นไป ก็ต้องใช้โภคทรัพย์ทางโลก เช่น เงิน ทอง เครื่องบูชา เครื่องอุปโภค บริโภค ถวายให้แก่ผู้มีคุณ เป็นการแทนค่าแก่กัน ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม พระบารมีเบื้องบนโลกวิญญาณทิพย์ ก็จะรับรองมรรคผล ๙) โลกวิญญาณทิพย์เป็นผู้ควบคุมการปรุงแต่งสรรพสิ่งต่างๆ บนภาคพื้นโลก ควบคุมการจัดระเบียบธาตุธรรมทั้ง ๔ ดิน น้ำ ลม ไฟ เข้าสูตรปฏิพัทธ์ธาตุธรรม ปรุงแต่งเป็นเอกพันธ์ และธาตุกัมมันตภาพรังสี กำหนดเข้าสูตรปฏิพัทธ์ธาตุเชิงซ้อน โดยมีผู้ควบคุม (นักวิทยาศาสตร์มองไม่เห็น) กำหนดให้เป็นในเชิงสมการให้เกิดการปรุงแต่งด้วยธาตุธรรมทั้ง ๔ โดยมีเจ้าหน้าที่ของโลกวิญญาณเป็นผู้ควบคุมจัดระเบียบธาตุ และมีสัญญาการเข้าสูตรปฏิพัทธ์ธาตุธรรม ตามกฎหมายของโลกวิญญาณทิพย์ ให้เป็นไปตามเจตจำนงของวิวัฒนาการในยุคหนึ่งๆ วิวัฒนาการของโลกจึงมีผู้ควบคุมให้เป็นไปตามจุดหมาย เมื่อเกิดการปรุงแต่งสรรพสิ่งต่างๆ แล้วจึงเกิดศาสตร์ทางโลก เป็นวิทยาการสาขาต่างๆ ให้มนุษย์ได้ศึกษาเล่าเรียน ในวิชาการทางโลกของภาคพื้นมนุษย์ ๑๐) โลกวิญญาณทิพย์ในชั้นอากาศและดารดาษอยู่ไปทั่วพื้นปฐพี ต่างสถิตอยู่ในสภาพแวดล้อมทั่วไป ชั้นภูมิที่อยู่ใกล้มนุษย์ มีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ กระจายไปทั่วภูมิภาคของโลก มีอิทธิพลทางภาษาพูด ภาษาเขียน ประเพณี พื้นเมือง พื้นบ้าน จนกลายเป็นลัทธิและพิธีกรรมประจำเผ่าพันธุ์ และประเพณีพื้นเมือง สืบทอดกันมาจากโบราณกาลถึงปัจจุบัน การได้รับอิทธิพลจากโลกวิญญาณทิพย์เบื้องต่ำชั้นภูมิเทวานังนี้ ประกอบด้วยพระภูมิเจ้าที่ธรณีอากาศ รุกขเทวดา เจ้าป่าพนาเวศน์ เจ้าน้ำ เจ้าสมุทร เจ้าเขา เจ้าถ้ำ วิญญาณอิทธิฤทธิ์ เหล่านี้มีทั้งฝ่ายกุศลและฝ่ายอกุศล จึงบ่อเกิดวิชาไสยศาสตร์ขึ้นในหมู่นักพรต ชีไพร โยคาจารย์ ฤๅษี และนักบวชอื่นๆ สำหรับพวกอิทธิฤทธิ์พญามาร ฝ่ายอกุศล เช่น พวกพ่อมด แม่มด หมอผี พวกถือวิญญาณ เทพอสูร เสือสมิง ยักษ์ ภูติ เทพกาลี เดียรถีย์ พวกนี้เป็นวิญญาณฝ่ายชั่ว คอยผจญผู้ปฏิบัติธรรม คอยส่อเสียดเบียดสีมนุษย์ผู้ดีมีศีลธรรม คอยขัดขวางผู้ทรงศีลนักบวชต่างๆ ให้ผจญมาร ขัดขวางมิให้ไปสู่ทางดี มีมนุษย์ทั่วไปเป็นสมุนของวิญญาณฝ่ายชั่วอยู่ทั่วโลกนักบุญจึงตกอยู่กลางฝูงมาร โดยทั่วไปสำหรับวิญญาณอิทธิฤทธิ์ฝ่ายกุศลเป็นฝ่ายดีนั้น มีไว้สำหรับสร้างสรรค์วิญญาณมนุษยชาติให้เข้าสู่หนทางดีมีศีลธรรม จนกลายมาเป็นประเพณี พิธีกรรม ลัทธิ นิกายต่างๆ ของศาสนา เพื่อแก้ไขลบล้างวิญญาณฝ่ายชั่วให้มนุษย์ทั่วไป อิทธิฤทธิ์ฝ่ายกุศลนี้เป็นวิญญาณอากาศธาตุทั้ง ๔ เป็นประจุไฟฟ้าที่มีดุลยภาพระดับเดียวกับประจุไฟฟ้าที่มีอยู่ในกองสังขารวิญญาณมนุษย์ทั่วไป จึงสามารถสร้างระบบปฏิพัทธ์ธาตุธรรมในองค์การกายนครของคนง่ายด้วยวิธี ท่องคาถา สวด บำเพ็ญตบะ ร่ายเวทมนต์ แป้ง อำนาจอิทธิฤทธิ์จึงเข้าสวมสังขารวิญญาณมนุษย์ทั่วไปได้ง่ายและเสื่อมสูญได้ง่ายไม่เที่ยงแท้แน่นอน เพราะอิทธิฤทธิ์บางอย่างต้องถืออย่างมีเงื่อนไข อิทธิพลของวิญญาณเทพอิทธิฤทธิ์ฝ่ายกุศลชั้นภูมินี้จึงทำให้เกิดขนบธรรมเนียมประเพณีพื้นบ้าน พื้นเมืองเป็นวัฒนธรรมสืบทอดกันมา เช่น การไหว้ครูของศิลปิน การยกครูเล่าเรียนศิลปะวิทยา การแก้บน การทรมานกายเอาอำนาจอิทธิฤทธิ์ชั้นเซียนบายศรีสู่ขวัญ แห่บั้งไฟ เรียกขวัญนาค แต่งงาน (เซ่นผี) จับยามสามตา โองการแช่งน้ำ (ดื่มน้ำสาบาน) การป้องกันตัวด้วยวัตถุเครื่องรางของขลังและหมอวิเศษ

 


Additional information

free server monitoring site uptime


View My Stats
P&T Hosting Co., Ltd. :: บริการ | จดโดเมนเนม | เว็บโฮสติ้ง | VPS | Co-location |